Ch3Thailand Logo

ข่าว ข่าวด่วน ข่าวเด่น ข่าวสด ข่าววันนี้ ข่าวยอดนิยม ประเด็นร้อน กับ ครอบครัวข่าว3

กต.เชิญผ้าพระกฐินพระราชทาน ทอดถวายวัดในเมียนมา กระชับความสัมพันธ์ 2 ประเทศ

หมวดข่าว:การเมือง

วันที่ 11 พ.ย. 62 เวลา 17:30:50 น.

จำนวนผู้ชม : 467

 

นางบุษยา มาทแล็ง ปลัดกระทรวงการต่างประเทศ เป็นประธานเชิญผ้าพระกฐินพระราชทาน ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ไปทอดถวาย ณ วัดซาบูเอ ปริยัตติ ซา ติน ต้ายก์ เมืองตันลยิน สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา พร้อมมอบเครื่องบริวารกฐิน เครื่องไทยธรรม เงินพระราชทาน และเงินทำบุญของผู้มีจิตศรัทธา กว่า 1 ล้านบาท โดยมีพระภิกษุเมียนมา 27 รูปร่วมพิธี เพื่อเชื่อมความสัมพันธ์ 2 ประเทศ และทำนุบำรุงพระพุทธศาสนา ในฐานะประเทศเพื่อนบ้านที่มีวัฒนธรรมร่วมกัน



ปลัดกระทรวงการต่างประเทศ เปิดเผยว่า พระสงฆ์ที่ร่วมพิธีรับพระราชทานผ้าพระกฐินวันนี้ จะนำเงินพระราชทานและเงินทำบุญของผู้มีจิตศรัทธาไปบูรณะวัด และพัฒนาการสอนพระพุทธศาสนาในวัดข้างเคียงด้วย ซึ่งผู้แทนกระทรวงวัฒนธรรมของเมียนมารู้สึกขอบคุณประเทศไทยอย่างมากที่ให้ความสำคัญในเรื่องนี้



สำหรับการเชิญผ้าพระกฐินพระราชทาน มาถอดถวาย ณ วัดในต่างประเทศนั้น ได้ปฏิบัติสืบทอดกันมาทุกปีตั้งแต่ปี 2538 เป็นการสร้างความเชื่อมโยงทางวัฒนธรรมระหว่างประชาชนทั้ง2 ประเทศ ซึ่งวัดซาบูเอ ปริยัตติ ซา ติน ต้ายก์ เมืองตันลยิน นั้น ตั้งอยู่ในพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษติละวา มีนักลงทุนไทยมาลงทุนจำนวนมาก แต่มองว่าความสัมพันธ์ ทางเศรษฐกิจ และการเมือง ยังไม่เพียงพอ สิ่งสำคัญคือความเชื่อมโยงทางวัฒนธรรมโดยเฉพาะศาสนา ที่จะร้อยรัดใจของประชาชนทั้ง2ฝั่งเข้าไว้ด้วยกัน เพราะความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างประชาชนกับประชาชนเป็นหัวใจสำคัญในการดำเนินนโยบายด้านการต่างประเทศ โดยกล่าวว่า"ถ้าความสัมพันธ์ระหว่างประชาชนดี ก็จะนำไปสู่ความสัมพันธ์ ระหว่างรัฐบาลที่ดีขึ้นไปด้วย "



สำหรับความสัมพันธ์ ระหว่างไทยและเมียนมา นอกจากมีประวัติศาสตร์ร่วมกันมาอย่างยาวนานแล้ว ไทยและเมียนมาได้สถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างกัน เมื่อวันที่ 24 สิงหาคม 2491 และเพิ่งเฉลิมฉลอง ครบ 70 ปี ความสัมพันธ์ไปเมื่อปีที่ผ่านมา ซึ่งนางสุพัตรา ศรีไมตรีพิทักษ์ เอกอัครราชทูต ณ กรุงย่างกุ้ง กล่าวว่า ไทยและเมียนมามีความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นมากขึ้น



โดยเมื่อปี 2561 ไทยและเมียนมาได้ยกระดับสถานะความสัมพันธ์เป็น “หุ้นส่วนยุทธศาสตร์โดยธรรมชาติ” (Natural Strategic Partnership) ซึ่งตั้งอยู่บนพื้นฐานการเป็นประเทศเพื่อนบ้านใกล้ชิดมีโอกาสในการส่งเสริมผลประโยชน์แห่งชาติร่วมกัน ในฐานะประเทศที่มีมีชายแดนติดต่อกันยาว ถึง 2,401 กิโลเมตร นับเป็นความสัมพันธ์พิเศษที่ไม่เหมือนใคร

นอกจากนี้เมียนมายังได้ประกาศแผนการพัฒนาประเทศที่ยั่งยืน หรือ Myanmar Sustainable Development Plan (MSDP) มุ่งหวังที่จะตอบสนองการพัฒนาประเทศ ทั้งด้าน
- ด้านการเมือง
- เศรษฐกิจ
- การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์
- การดูแลทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

ทำให้ไทยจะมีโอกาสเข้ามาร่วมมือ และส่งเสริมความสัมพันธ์ได้มากขึ้น เพื่อช่วยให้เมียนมาขับเคลื่อนประเทศไปตามแผนที่กำหนด




นอกจากนี้ ไทยยังได้ริเริ่ม ตั้งศูนย์เรียนรู้ด้านปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงในรัฐต่างๆของเมียนมาเพื่อฟื้นฟูชาวเมียนมาที่เป็นผู้หนีภัยการสู้รบ ระหว่างกองทัพเมียนมา กับ กองกำลังชนกลุ่มน้อย ตามแนวชายแดน จนทำให้ต้องหนีภัยไปตั้งที่พักพิงในประเทศไทย ซึ่งเรื่องนี้นับเป็นตัวอย่างความสำเร็จให้ประเทศอื่นๆได้เห็น ที่ทั้ง2ฝ่ายสามารถใช้ความร่วมมือในการทยอยนำผู้อพยพกลับถิ่นฐานได้ ทั้งรัฐกะยา กะฉิ่น มอญ และเขตตะนาวศรี โดยศูนย์นี้ จะทำให้ผู้อพยพ และชาวเมียนมาในรัฐต่างๆได้เรียนรู้วิธีการคิดปรัชญาเศรฐกิจพอเพียงในการดำรงชีวิต และประกอบอาชีพ ได้อย่างยั่งยืน



เช่นเดียวกับการแก้ปัญหาผู้พลัดถิ่นชาวโรฮิงญา ทางชายแดนบังกลาเทศ นั้น ประเทศอาเซียนต่างมีความพยายามร่วมกันในการช่วยเหลือเพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบต่อชาติพันธ์ใดๆแต่ทั้งนี้ต้องฟังจากทางรัฐบาลเมียนมาถึงความพร้อมในการแก้ปัญหา ซึ่งในการประชุมสุดยอดอาเซียน ที่ประเทศไทย ที่ผ่านมา นางออง ซาน ซูจี ที่ปรึกษาแห่งรัฐของเมียนมา ได้ยืนยันต่อที่ประชุม อาเซียน - ยูเอ็น ว่าเมียนมามีความพร้อมความตั้งใจที่จะนำผู้พลัดถิ่นชาวโรฮิงญากลับประเทศแล้ว

การเมือง

อ่านข่าวการเมืองทั้งหมด

APP ของเรา โหลดเลย!

Ch3Thailand

Ch3Thailand

Ch3Thailand Ch3Thailand
Mello Thailand

Mello Thailand

Mello Thailand Mello Thailand
Krobkruakao

Krobkruakao

Krobkruakao Krobkruakao

รายการข่าวย้อนหลัง

ข่าวยอดนิยม

APPLICATIONS