Ch3Thailand Logo

ข่าว ข่าวด่วน ข่าวเด่น ข่าวสด ข่าววันนี้ ข่าวยอดนิยม ประเด็นร้อน กับ ครอบครัวข่าว3

“ธนาธร”นำ แม่ เมีย พยาน 10 ปากให้ถ้อยคำศาลรัฐธรรมนูญคดีหุ้นสื่อ

หมวดข่าว:การเมือง

วันที่ 18 ต.ค. 62 เวลา 12:24:35 น.

จำนวนผู้ชม : 677

“ธนาธร”นำพยาน 10 ปากให้ถ้อยคำศาลรัฐธรรมนูญคดีหุ้นสื่อ วีลัค มีเดีย มั่นใจพยานหลักฐานชัดเจน ขณะที่ตัวแทนทูตจากหลายประเทศเข้าร่วมสังเกตการณ์ด้วย ศาลรัฐธรรมนูญใช้เวลาไต่สวน“ธนาธร”กว่า 2 ชั่วโมง ซักละเอียดยิบโดยเฉพาะพวกเวลาการเดินทางจากบุรีรัมย์มากรุงเทพมหานครและห่วงเวลาการโอนหุ้น ขณะที่ธนาธรหวังว่าศาลจะตัดสินตาม



-วันนี้ ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญออกนั่งบัลลังก์นัดพิจารณาไต่สวนพยาน 10 ปาก ในคดีที่ กกต.ขอให้วินิจฉัยสมาชิกภาพการเป็นส.ส.ของนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ สส.พรรคอนาคตใหม่ ว่าสิ้นสุดลงหรือไม่ กรณีการถือครองหุ้นในธรุกิจสื่อ บริษัทวี-ลัค มีเดีย จำกัด

โดยพยานปากแรกคือตัวนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ เอง และก่อนขึ้นไต่สวนนายธนาธรให้สัมภาษณ์เชื่อในความบริสุทธิ์ของตน
และมั่นใจในพยานหลักฐานต่างๆเนื่องจากที่ผ่านมายังไม่มีหลักฐานใดที่มีน้ำหนักมากพอที่จะมาหักล้างได้เลย และและไม่ควรพิจารณาจากหนังสือบริคณห์สนธิเท่านั้นเพราะ บ.วีลัค มีเดียหยุดดำเนินการกิจสื่อตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2561 แล้ว


ส่วนอีก 9 ปากประกอบด้วย
นางสมพร จึงรุ่งเรืองกิจ มารดา ,นางรวิพรรณ จึงรุ่งเรืองกิจ ภรรยา, นายปิติ จรุงสถิตย์พงศ์ และนายทวี จรุงสถิตย์พงศ์ ลูกพี่ลูกน้องนายธนาธร
ขณะที่พยานปากที่6 และ 7คือนางสาวลาวัลย์ จันทร์เกษม, นางสาวกานต์ฐิตา อ่วมขำ เป็นเจ้าหน้าที่บ.วีลัค มีเดีย จำกัด

และพยานปากที่8และ 9คือ นายณัฐนนท์ อภินันท์, นายพิพัฒพงศ์ รุจิตานนท์ เป็นทนายความ, ส่วนพยานปากที่ 10 คือนายชัยสิทธิ์ กล้าหาญ เป็นคนขับรถที่พานายธนาธรกลับจากจังหวัดบุรีรัมย์มายังกรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 8 มกราคม 2562

ทั้งนี้การไต่สวนของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญเป็นการไต่สวนทีละปาก ซึ่งเบื้องต้นจะไต่สวนให้เสร็จภายในวันเดียว แต่หากไม่จบภายในวันนี้ ศาลรัฐธรรมนูญ
อาจนัดไต่สวนอีกครั้ง



และวันนี้มีตัวแทนจากสหภาพยุโรป สถานทูตสออสเตรเลีย และเยอรมันนี มาร่วมฟังการไต่สวน และร่วมสังเกตการณ์ด้วย



ขณะที่บรรยากาศรอบศาลรัฐธรรมนูญมีการรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวด มีการนำรั้วเหล็กมากันและอนุญาตให้เข้าออกเพียงทางเดียว โดยมีมวลชนมาให้กำลังใจด้วย


-ศาลรัฐธรรมนูญใช้เวลาเกือบ 2 ชั่วโมงสำหรับการไต่สวนนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ที่ กกต.ขอให้วินิจฉัยสมาชิกภาพการเป็นส.ส.ของนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ สส.พรรคอนาคตใหม่ ว่าสิ้นสุดลงหรือไม่ กรณีการถือครองหุ้นในธรุกิจสื่อ บริษัทวี-ลัค มีเดีย จำกัด โดยเฉพาะห้วงเวลาการเดินทางจากบุรีรัมย์กลับมายังกรุงเทพมหานคร ในวันที่ 8 มกราคม 2562 และห้วงเวลาการนัดหมายการโอนหุ้นวันดังกล่าว

โดยนายธนาธร ได้อธิบายถึงเหตุการณ์ในวันนั้นโดยเริ่มจากวันที่ได้มีการนัดหมายกับทีมงานของพรรค ว่าจะมีการหาเสียงวันที่ 8 มกราคม ที่ จังหวัดบุรีรัมย์ ซึ่งตรงกับวันที่นัดหมายในการโอนหุ้นด้วย ซึ่งเมื่อเสร็จภารกิจหาเสียง จึงวางแผนว่าจะกลับกรุงเทพฯด้วยเครื่องบินหรือรถยนต์ส่วนตัว แต่เมื่อคำนวณเวลาใช้เวลาไม่ต่างกันจึงตัดสินใจเดินทางด้วยรถยนต์ อีกทั้งได้พักผ่อนเต็มที่ในระหว่างเดินทาง
ซึ่งศาลฯได้ซักถามต่อว่า ระหว่างเดินทาง มีการโทรหาหรือมีใครโทรหาหรือไม่ นายธนาธร ระบุว่า ตนหลับตลอดทาง และจำไม่ได้ว่ามีสายเข้าหรือโทรออกหรือไม่


ส่วนการเซ็นเช็ค ของการโอนหุ้นกว่า 6 ล้านบาท นายธนาธรก็ระบุว่าตนเองจำไม่ได้ว่าเซ็นวันที่เท่าไหร่ เพราะ ไม่ได้เดือนร้อนเรื่องเงิน ส่วนการนำเข้าบัญชีในเดือนพฤษภาคมนั้น ตนไม่ทราบว่าทำไมถึงเข้าช้า เพราะตนให้ภรรยาเป็นผู้รับผิดชอบเรื่องการเงินทั่งหมด อย่างไรก็ตาม ศาลฯ ได้กล่าวช่วงหนึ่งว่าศาลฯจะตัดสินตามข้อเท็จจริง และขอให้ตอบตามความเป็นจริง นายธนาธร จึงกล่าวกลับไปว่า ตนก็หวังว่าศาลจะทำเช่นนั้น

นายชัยสิทธิ์ กล้าหาญ คนขับรถ ยืนยันเป็นคนขับรถพานายธนาธร เดินทางกลับจากบุรีรัมย์มากรุงเทพมหานคร ในวันที่ 8 มกราคม 2562 โดยออกเดินจากบุรีรัมย์เวลาประมาณ 11.00 น. มาถึงกรุงเทพประมาณ 16.00 น และระหว่างนายธนาธรได้หลับพักผ่อนมาตลอด และใช้สมาธิในการขับรถจึงไม่ได้สังเกตการณ์ว่านายธนาธรมีการพูดคุยโทรศัพท์กับใครหรือไม่


นางสมพร จึงรุ่งเรืองกิจ มารดา ในฐานะพยานผู้รับโอนหุ้นจากนายธนาธร สามารถชี้แจงได้ทุกประเด็นที่ศาลไต่สวน ทั้งเรื่องการจ่ายเช็ค การเตรียมโอนหุ้นให้นายธนาธร ก่อนที่นายธนาธรจะโอนหุ้นกลับคืนในช่วงที่นายธนาธรตัดสินใจเล่นการเมือง รวมถึงการโอนหุ้นให้กับนายปิติ และนายทวี จรุงสถิตย์พงศ์ หลานชาย หลังวันที่ 8 มกราคม 2562
โดยนางสมพรได้เล่าลำดับเหตุการณ์ในวันที่ 8 มกราคม 2562 ที่มีการโอนหุ้น ว่าวันนั้นนายธนาธรอยู่จังหวัดบุรีรัมย์ และจะกลับมาในช่วงเย็นเพื่อโอนหุ้นตามที่ได้มีการนัดหมายกันไว้ และการโอนหุ้นตนได้จ่ายเช็คไป 2ใบ ซึ่งเป็นการเตรียมมาแล้ว ไม่ได้เซ็นต์ในเหตุการณ์

ส่วนประเด็นการโอนหุ้นให้หลานทั้ง 2 คนศาลฯได้มีการซักถามอย่างละเอียดเพราะหลังจากได้รับการโอนหุ้นเพียง 2 เดือนหลานชายทั้ง 2 คน ก็โอนหุ้นกลับคืนให้นางสมพร

ซึ่งนางสมพร ได้ชี้แจงต่อศาลฯ ต้องการยกเลิกกิจการ บ.วีลัค มีเดีย จำกัด อยู่แล้วซึ่งยื่นขอปิดกิจการตั้งแต่พฤศจิกายน 2561 แต่ติดสัญญากับนกแอร์ และSCBทำให้ไม่สามารถปิดได้ทันที ระหว่างนั้นจึงโอนหุ้นให้หลานเพื่อดูแลกิจการต่อ แต่การจะทำให้มีผลประกอบการต้องใช้เงินทุนจำนวนมากประกอบกับเลิกจ้างพนักงานทั่งหมดแล้วตั้งแต่เดือน พฤศจิกายน 2561 จึงเห็นว่าไม่คุ้มทุนจึงให้หลานทั้ง 2 โอนหุ้นคืนและสามารถปิดกิจการโดยสมบูรณ์ในช่วงเดือนมิถุนายน 2562
ซึ่งในช่วงท้ายนางสมพร ยืนยันยึดมั่นตามกฎหมาย ทำทุกอย่างตามกรอบเวลาทำตามกฎหมายมาตลอดการทำธุรกิจ

ทั้งนี้บรรยากาศระหว่างการชี้แจง นางสมพรระบุว่าตื่นเต้น  โดยได้ใช้คำพูดแทนตัวเองว่า หนู และไม่เข้าใจคำถามของทนายฝ่ายตัวเองที่ถามจนศาลจะต้องอธิบายและสรุปประเด็นคำถามให้ เมื่อจบคำถามตุลาการได้แซวว่าทนายถามจนคุณแม่สับสนไปหมดแล้ว  เรียกเสียงหัวเราะจากทั้งห้องพิจารณาคดี 

ขณะที่นางรวิพรรณ ภรรยานายธนาธร ศาลได้สอบถามถึงเหตุการณ์ในวันที่เซนสัญญาซื้อขายหุ้น โดยนางรวิพรรณ ได้ให้การตรงกันกับพยานก่อนหน้านี้ ส่วนการขึ้นเช็คขายหุ้นที่ล่าช้า นางรวิพรรณ กล่าวว่า เพราะมั่นใจว่าเป็นเช็คที่น่าเชื่อถือไม่ใช่เช็คเด้งแน่นอน ประกอบกับต้องดูแลลูกที่เพิ่งคลอดได้ 3 เดือน จึงไม่รีบร้อนที่จะไปขึ้นเงิน จนกระทั่งมีกระแสข่าวเรื่องการโอนหุ้นสื่อออกมา จึงนำเช็คให้ทนายไปชี้แจง ต่อกกต.ในเดือนเมษายน และนำกลับมาขึ้นเช็คในเดือนพฤษภาคม จึงอาจมองว่าเป็นการขึ้นเช็คล่าช้า

ส่วนนางสาวลาวัลย์ จันทร์เกษม และนางสาวกานต์ฐิตา อ่วมขำ เจ้าหน้าที่บ.วีลัค มีเดีย จำกัด บัญชี ยืนยันการดำเนินโอนหุ้นทุกอย่างเป็นไปตามกฎหมาย





การเมือง

อ่านข่าวการเมืองทั้งหมด

APP ของเรา โหลดเลย!

Ch3Thailand

Ch3Thailand

Ch3Thailand Ch3Thailand
Mello Thailand

Mello Thailand

Mello Thailand Mello Thailand
Krobkruakao

Krobkruakao

Krobkruakao Krobkruakao

รายการข่าวย้อนหลัง

APPLICATIONS