Ch3Thailand Logo

ข่าว ข่าวด่วน ข่าวเด่น ข่าวสด ข่าววันนี้ ข่าวยอดนิยม ประเด็นร้อน กับ ครอบครัวข่าว3

จับครบแก๊ง โจรปล้นร้านอัญมณีย่านเพชรเกษม อ้างอยากได้เงินก้อนใหญ่ ยึดของกลางคืนได้ 80%

หมวดข่าว:ในประเทศ

วันที่ 09 พ.ค. 62 เวลา 10:35:21 น.

จำนวนผู้ชม : 221

จากกรณีคนร้าย 3 คน ก่อเหตุปล้นร้านรับจำหน่ายของหลุดจำนำ ย่านเพชรเกษม เมื่อวันที่ 2 พ.ค.62 ล่าสุดตำรวจนครบาลเพชรเกษม จับผู้ต้องหาแล้ว 2 คน ยึดของกลางคืนได้กว่า 100 ชิ้นมูลค่ากว่า 4 ล้านบาท ขณะที่พนักงานในร้านจำกลิ่นน้ำหอม แววตา และน้ำเสียง 1 ใน คนร้ายได้ว่าเคยเป็นลูกค้า

วานนี้ (8 เม.ย.) ตำรวจนครบาลเพชรเกษม คุมตัวนายวุฒิชัย ล้านเหรียญทอง หรือเจษ อายุ 32 ปี หนึ่งในสาม ผู้ต้องหาที่ก่อเหตุร่วมปล้นร้านร้านรับจำหน่ายของหลุดจำนำ ย่านเพชรเกษม มาทำแผนประกอบคำรับสารภาพ หลังจับกุมได้ ที่บริเวณหน้าร้านสะดวกซื้อในอำเภอกระทุ่มแบน จังหวัดสมุทรสาคร

จากการสอบสวน นายวุฒิชัย ให้การอ้างว่า รู้จักกับ นายนพอนันต์ หรือ ชาย ภูษิตรุ่งโรจน์ อายุ 53 ปี ผู้ต้องหาที่ถูกจับไปก่อนหน้านี้ และนายต้นรัก (ไม่ทราบนามสกุล) ชาวมอญ เพราะเช่าบ้านอยู่หลังเดียวกัน นั่งดื่มเหล้ากันบ่อยและได้คุยกันว่าต้องการรวมพรรคพวกเพื่อหาเงินก้อนใหญ่ใช้กันจึงแบ่งหน้าที่กัน โดยออกดูสถานที่ที่จะก่อเหตุ

ตอนแรกคิดว่าจะเริ่มที่ร้านสะดวกซื้อ แต่คิดแล้วน่าจะได้ไม่เกิน 3-4 พันบาท จะแบ่งกันคงได้ไม่คุ้ม นายนพอนันต์ จึงเสนอว่าตัวเองมีความถนัดเรื่องดูเพชรและพลอย เนื่องจากพี่สาวเคยค้าขายเพชรพลอยมาก่อน และยังรู้จักกับร้านศิริชัยเป็นอย่างดี เนื่องจากเคยเอาของไปจำนำและเข้าไปซื้อของที่นั่นหลายครั้ง ซี่งร้านศิริชัยไม่มีระบบรักษาความปลอดภัยอะไรเลย เข้าถึงตัวเจ้าของและตัวทรัพย์ได้ง่าย ส่วนร้านทองที่อยู่ถึงก่อนและโรงรับจำนำที่อยู่เลยร้านศิริชัยไป ต่างก็ติดเหล็กดัด ไม่สามารถที่จะเข้าไปก่อเหตุได้

หลังจากได้ข้อสรุปนายนพอนันต์ก็ไปซื้อสิ่งเทียมอาวุธปืนมาจากย่านคลองถม และเริ่มวางแผนกันที่บ้านเช่า โดยนายนพอนันต์มีหน้าที่ดูและคัดของ ตนใช้อาวุธปืน ส่วนนายต้นรัก มีหน้าที่คอยรับคำสั่งให้ทำทุกอย่าง จนกระทั่งเริ่มงานจริง นายนพอนันต์ใส่หมวกกันน็อกถือมีดเข้าไปก่อน ตนถือกระเป๋าสะพายใส่อาวุธปืนตามมาสมทบ และควักอาวุธปืนออกมาวางขู่ให้ นายนพอนันต์และนายต้นรักกวาดของมีค่าใส่เป้ที่พกมา และตนยังล็อกคอนางจารณี แสงสุด อายุ 35 ปี พนักงานในร้านที่นั่งอยู่ตรงตู้เก็บทรัพย์สิน เอาปืนขู่ให้เปิดตู้

ส่วนที่ต้องใช้ปืนทำร้ายนายศิริชัย เพราะบันดาลโทสะ หลังจากได้ทรัพย์สินมาแล้วต่างแยกย้ายกันขี่รถจักรยานยนต์หลบหนี ตนขี่มาคนเดียว นายนพอนันต์ไปกับนายต้นรัก แล้วกลับไปแบ่งทรัพย์สินกันที่บ้านเช่า โดยที่นายนพอนันต์ได้ไปเยอะสุด นายต้นรักได้เงินสดไปแค่ 2 พันบาท แล้วแยกย้ายกันหลบหนี จนกระทั่งมาถูกจับกุมตัวดังกล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับพฤติกรรมของคนร้ายกลุ่มนี้ นายนพอนันต์ หรือชาย ตั้งตัวเป็นหัวหน้าแก๊ง ให้ทุกคนเรียกตัวเองว่า “สารวัตรชาย” เพราะชอบใส่เสื้อยืดของตำรวจแล้วสวมเสื้อแจ็กเก็ตทับ แม้กระทั่งในเฟซบุ๊กส่วนตัวยังมีรูปที่ใส่เสื้อแนวนี้เกือบทุกรูป จนคนที่เจอคิดว่าเป็นตำรวจจริง มีโทรศัพท์มือถือพร้อมเบอร์โทรกว่า 10 เครื่อง คอยสลับกันใช้เพื่อไม่ให้ตำรวจจับทิศทางได้

ส่วนนายวุฒิชัยก็ชอบแต่งตัวเหมือนทหาร จึงให้เรียกกันว่า “ผู้กองเจษ” คอยรับคำสั่งจากสารวัตรชาย ซึ่งนายนพอนันต์เคยก่อเหตุล้วงกระเป๋าบนรถประจำทางมาหลายครั้ง แต่ก็มีหลักฐานแค่ครั้งเดียวในท้องที่ สน.หลักสอง

ด้านนางสาวจเรนี สุดแสง พนักงานในร้านเล่าว่า ก่อนเกิดเหตุนายนพอนันต์ เคยเข้าซื้อสมาร์ททีวีแต่ใช้ไม่เป็น จึงให้พนักงานในร้านสอนอยู่เป็นเวลานาน จึงทำให้จดจำเสียงและกลิ่นน้ำหอมได้ นอกจากนี้ ยังเป็นลูกค้าที่เคยนำแท็บเล็ตมาขายฝากกับทางร้าน ต่อมาวันที่ 25 เมษายน ทำทีเข้ามาอ้างว่าใบฝากขายหาย และให้พนักงานค้นหาเอกสารให้ กระทั่งวันเกิดเหตุ นายนพอนันต์ สวมหมวกกันน็อคเข้ามา โดยมีจุดสังเกตุที่ทำให้จดจำได้คือ แววตา น้ำเสียง และกลิ่นน้ำหอม ทำให้รูว่าคนร้ายคือนายนพอนันต์

ด้านนายศิริชัย อาศัยพาณิชย์ เจ้าของร้าน ได้กล่าวขอบคุณเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนสอบสวนที่ติดตามจับกุมคาร้ายมาดำเนินคดีได้ โดยใช้เวลาเพียงไม่กี่วัน และสามารถนำทรัพย์ของกลางกลับมาคืนได้ประมาณร้อยละ 80 ขณะเกิดเหตุ ตนเองได้โยนกระเป๋าสตางค์ออกจากตัว เพื่อให้กล้องวงจรปิดสามารถจับภาพคนร้ายได้ใกล้และชัดเจนที่สุด ถึงแม้นาทีนั้นจะเสี่ยงอันตรายก็ตาม

เบื้องต้นแจ้งข้อหา ร่วมกันปล้นทรัพย์โดยใช้อาวุธ, ปลอมตัวเป็นบุคคลอื่นเพื่อไม่ให้เห็นจดจำได้ในการกระทำความผิด ,มีอาวุธเพื่อร่วมกระทำผิดตั้งแต่2คนขึ้น,ทำร้ายร่างกายผู้อื่นเป็นเหตุให้เกิดอันตรายทางร่างกายและจิตใจ ข่มขื่นใจผู้อื่นให้กระทำการใดโดยมห้หวาดกลัวว่าจะเกิดอันตรายต่อชีวิต,รับของโจร

ต่อมา ตร.สามารถจับกุมนายอาว จอ มู หรือ ตันรัก อายุ 36 ปี ชาวพม่า ผู้ต้องหารายสุดท้ายได้ในพื้นที่ตะเข็บชายแดน จ.กาญจนบุรี

จากการสอบสวน นายอาว จอ มู ยอมรับว่า เข้าเมืองไทยมารับจ้างเป็นคนงานตามไซต์งานต่างๆ ย่านกระทุ่มแบน และเป็นบุคคลที่ร่วมก่อเหตุปล้นร้านรับซื้อและรับจำนำเพชรพลอยอัญมณีจริง โดยตนทำหน้าที่กอดรัดผู้เสียหายให้ นายนพอนันต์ และนายวุฒิชัย ช่วยกันทำร้าย ก่อนจะช่วยกันโกยทรัพย์สินใส่กระเป๋าพากันหลบหนีออกมา

หลังจากก่อเหตุตนได้ส่วนแบ่งเป็นแหวน 5 วง นาฬิกา 1 เรือน นำไปฝากให้เพื่อนชื่อนายชาญ ไปขายที่ร้านรับซื้อของเก่าไม่รู้ย่านไหน ได้เงินมา 12,000 บาท ใช้จ่ายระหว่างหลบหนีไปหมดแล้ว ก่อนถูกติดตามจับกุมตัวได้ ทำให้ขณะนี้สามารถจับกุมคนร้ายที่ร่วมก่อเหตุได้แล้วทั้งหมด 3 ราย       

ส่วนของกลางที่ผู้เสียหายระบุเอาไว้ว่าถูกปล้นไปจำนวน 141 ชิ้น มูลค่าราว 4.7 ล้านบาทนั้น ขณะนี้ติดตามกลับมาได้แล้ว 108 ชิ้น ยังเหลือของกลางอีก 33 ชิ้น มูลค่าประมาณ 800,000 บาท ที่ผู้ต้องหาทั้ง 3 ราย อ้างว่าแบ่งกันนำไปขายแลกเงินมาใช้ระหว่างหลบหนีกำลังอยู่ระหว่างทำการสืบสวนตามกลับมาคืนผู้เสียหายอย่างเร่งด่วนต่อไป

ในประเทศ

อ่านข่าวในประเทศทั้งหมด

APP ของเรา โหลดเลย!

Ch3Thailand

Ch3Thailand

Ch3Thailand Ch3Thailand
Mello Thailand

Mello Thailand

Mello Thailand Mello Thailand
Krobkruakao

Krobkruakao

Krobkruakao Krobkruakao

รายการข่าวย้อนหลัง

APPLICATIONS