Ch3Thailand Logo

ข่าว ข่าวด่วน ข่าวเด่น ข่าวสด ข่าววันนี้ ข่าวยอดนิยม ประเด็นร้อน กับ ครอบครัวข่าว3

เร่งระดมกวาดล้างเครือข่าย"เมจิกสกิน"

หมวดข่าว:ในประเทศ

วันที่ 25 เม.ย. 61 เวลา 11:11:26 น.

จำนวนผู้ชม : 351

การขยายผลกรณีเมจิกสกิน ล่าสุดตำรวจเตรียมเข้าค้นโรงงานแห่งหนึ่งย่านนนทบุรี ที่มีการจดแจ้งกับทางคณะกรรมการอาหารและยา หรือ อย.ว่าดำเนินการถูกต้องหรือไม่ ขณะที่เจ้าหน้าที่เตรียมเรียก 7 ดาราล็อตแรก รีวิวสินค้ามาให้ข้อมูล

พลตำรวจตรีอังกูร คล้ายคลึง ผู้บังคับการตำรวจท่องเที่ยว พร้อมเจ้าหน้าที่จาก อย. และกำลังอีกส่วนหนึ่ง เดินทางไปตรวจสอบโรงงานแห่งหนึ่ง ย่านนนทบุรี ซึ่งเป็นสถานที่ที่ทางเมจิก สกิน ได้มีการจดแจ้งไว้กับทาง อย.เพื่อตรวจสอบว่าได้ดำเนินการถูกต้องหรือไม่ ซึ่งยังอยู่ระหว่างดำเนินการ

นายสมชาย ปรีชาทวีกิจ รองเลขาธิการฯ คณะกรรมการอาหารและยา ยืนยันว่า ที่ผ่านมา อย.ไม่ได้ปล่อยปะละเลย หรือ นิ่งนอนใจ ได้มีการประสานงานกับเจ้าหน้าที่ตำรวจมาโดยตลอด ส่วนตามกฎหมายเครื่องสำอางหากขอจดแจ้ง และการตรวจสอบไม่พบสารอันตรายในผลิตภัณฑ์ อย.ก็จะรับจดแจ้งและติดตามในภายหลัง แต่ยอมรับว่า ช่วงหลังมานี้มีผลิตภัณฑ์ที่ขอจดแจ้งเพิ่มมากขึ้น แต่ไม่ได้นิ่งนอนใจ เพราะหากตรวจเจอก็จะดำเนินการตามกฎหมาย ส่วนที่ตั้งโรงงานไม่ตรงกับที่ทีการจดทะเบียน ขณะนี้ทาง อย. เตรียมออกเป็นกฎกระทรวงเพื่อบังคับใช้อย่างเข้มงวดแล้ว

ส่วนการที่จะเรียกดารา-นักแสดงที่มีการรีวิวสินค้าของเครือเมจิก สกิน ก็อยู่ระหว่างดำเนินการเรียกเข้ามาให้ข้อมูล แต่จะเข้าข่ายความผิดใดก็จะต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ 

ขณะที่เมื่อวานนี้ เจ้าหน้าที่ได้ระดมกำลังกวาดล้างเครือข่ายบริษัทเมจิกสกิน เป้าหมาย 13 จุดทั่วประเทศ หลังมีผู้ร้องเรียนดำเนินคดีข้อหาฉ้อโกงประชาชน เมื่อวานเข้าตรวจค้นโรงงานผลิตเครื่องสำอาง เวชสำอางครบวงจรแห่งหนึ่งย่านกระทุ่มแบน จ.สมุทรสาคร พบอุปกรณ์เครื่องผสมครีมและบรรจุผลิตภัณฑ์จำนวนมาก โดยไม่ขออนุญาตจัดตั้งสถานประกอบกิจการ

โดยผู้สื่อข่าวลงพื้นที่โรงงาน POS cosmetics (Thailand) ที่รับผลิตเครื่องสำอาง เวชสำอางครบวงจร 1 ใน 5 โรงงานที่ผลิตสินค้าเครือข่ายเมจิกสกิน ซึ่งจดทะเบียนในชื่อของนาย กสิทธิ์ วรชิงตัน หรือหญิงย้วย หนึ่งในผู้ต้องหาที่ผู้ดูแลโรงเรียนสอนรวยเกี่ยวข้องกับบริษัทเมจิกสกิน โรงงานถูกปิดประตูไว้อย่างแน่นหนาและนำกระดาษมาปิดไว้ระบุ"ขออภัยซ่อมแซมค่ะปิดปรับปรุง"

พลตำรวจเอกวิระชัย ทรงเมตตา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา เข้าตรวจค้นไม่พบเจ้าของโรงงาน พบเพียงลูกจ้าง 4 คน ภายใน พบเครื่องสำหรับใช้ผสมครีมขนาดใหญ่และเครื่องบรรจุผลิตภัณฑ์ซึ่งยังคงอยู่ในอาคาร ทุกชิ้นนำกระดาษมาเขียนติดไว้ว่าชำรุด บางชิ้นระบุว่าเครื่องเสียใช้งานไม่ได้ ทั้งนี้โรงงานมีการต่อเติมแยกพื้นที่เป็นห้องบรรจุผลิตภัณฑ์ ห้องเก็บสินค้า ห้องชั่งสินค้า(วัตถุดิบ) ซึ่งพบนำยาหรือสารบางชนิดที่นำมาใช้เป็นส่วนผสมผลิตเครื่องสำอาง ห้องคว่ำอุปกรณ์คว่ำแห้งอุปกรณ์ ห้องผสมครีม

ส่วนห้องนี้เจ้าหน้าที่ตรวสวบถึงกับผงะ เพราะไปพบถังพลาสติกบรรจุครีมจำนวนมาก ติดป้ายกระดาษสินค้ารอการทำลายหรือพื้นที่สินค้าหมดอายุรอส่งทำลายทุกถัง จริงๆ แล้วเป็นวัตถุดิบที่ใช้ในการผลิต โดยเพิ่งนำมาติดก่อนเจ้าหน้าที่จะเข้าตรวจค้นเพียง 1 วัน ส่วนหนึ่งใส่ถุงและบรรจุใส่ไว้ในกล่อง ขณะที่บริเวณนอกห้องเก็บสินค้าก็มีถังบรรจุครีมและมีป้ายระบุข้อความลักษณะเดียวกันวางเรียงรายเต็มพื้นที่ สันนิษฐานว่าอาจมีการรับซื้อของหมดอายุมาบรรจุหลอด หรือเป็นวัตถุดิบที่ไม่ได้คุณภาพโดยติดกระดาษว่ารอทำลายเพื่อตบตาเจ้าหน้าที่

นอกจากนี้พบบรรจุภัณฑ์ลักษณะเป็นซองและฉลากผลิตภัณฑ์ระบุยี่ห้อฟิน ซีซีเมจิกครีม เป็นผลิตภัณภัณฑ์รองพื้นผิวหน้า ช่วยเติมเต็มริ้วรอยให้เรียบเนียนและมีส่วนผสมของสารกันแดด ช่วยบำรุงปรับผิวหน้าให้สว่างใส แหล่งผลิตอยู่ที่จังหวัดนนทบุรี  ส่วนที่ชั้นสองของอาคารใช้เป็นที่เก็บบรรจุภัณฑ์เตรียมบรรจุครีม มีทั้งกระปุกและเป็นหลอด ทั้งหมดนี้ไม่มี อย. เจ้าหน้าที่อายัดไว้เพื่อตรวจสอบว่ามีสารเคมีที่เป็นอันตรายหรือไม่ หรือให้คุณค่าตามที่มีการโฆษณาหรือไม่ พร้อมสั่งปิดโรงงานไม่ให้ประกอบกิจการ

ครีมที่พบซึ่งมีการบรรจุภัณฑ์แล้ว เป็นผลิตภัณฑ์รองพื้นบนใบหน้าผสมสารป้องกันแดด ยี่ห้อฟาซิเล่ ครีมบำรุงผิวผสมกาแฟยี่ห้อแอ็ดแม้ว บอดี้ คอฟฟี้ และเซรั่มบำรุงผิวหน้า NAREESIA ทั้งหมดบรรจุไว้ในกล่องจำนวนมาก ติดป้ายสินค้ารอทำลายหมดอายุ

ลูกจ้างทั้ง 4 คน ของโรงงานอ้างว่าเพิ่งมาทำงานได้ไม่ถึงปี จึงไม่ทราบว่ามีการผลิตสินค้าอย่างถูกต้องหรือไม่ มีหน้าที่เพียงทำความสะอาดและดูแลโรงงานและขนสินค้า โดยเจ้าของตนเรียกชื่อจ๊ะ จะมาดูโรงงาน 1-2 ครั้ง/เดือน อ้างภายในโรงงานเก็บเฉพาะผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางไม่ใช่แหล่งผลิตสินค้า

ด้านเภสัชกรสมชาย ปรีชาทวีกิจ รองเลขาธิการฯ คณะกรรมการอาหารและยา ระบุว่า ที่ผ่านมา อย.ไม่ได้ปล่อยปะละเลย ได้ประสานงานกับเจ้าหน้าที่ตำรวจมาโดยตลอด ยอมรับช่วงหลังมานี้มีผลิตภัณฑ์ที่ขอจดแจ้งเพิ่มมากขึ้น แต่ไม่ได้นิ่งนอนใจ เตรียมออกเป็นกฎกระทรวงเพื่อบังคับใช้อย่างเข้มงวดแล้ว

จากการตรวจสอบพบโรงงานแห่งนี้ไม่มีใบอนุญาตจัดตั้งโรงงานสถานประกอบการ โดยมีการขออนุญาตจดประกอบกิจการที่จังหวัดนนทบุรี ตรวจสอบแล้วพื้นที่เป็นทุ่งนาไม่มีโรงงานอยู่จริง โดยมีการแจ้งย้ายจากจังหวัดนนทบุรีมาที่สมุทรสาคร เมื่อวันที่ 5 มีนาคม ที่ผ่านมา 

โรงงานแห่งนี้จดทะเบียนในชื่อของนายกสิทธิ์ วรชิงตัน หรือหญิงย้วย ต้นปีที่ผ่านมาเปลี่ยนชื่อผู้ถือกรรมสิทธิ์เป็นนายอภิวัฒน์ พงษ์พัฒนานุกูล เป็นผู้ครอบครองบริหาร 

เข้าข่ายความผิด 3 ข้อหา  โฆษณาโดยข้อความที่ไม่เป็นธรรมต่อผู้บริโภค โทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี ปรับไม่เกิน 1 แสนบาท โฆษณาอันเป็นเท็จ หรือหลอกลวงผู้บริโภคให้หลงเชื่อ  โทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี ปรับไม่เกิน 3 หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และโฆษณาสรรพคุณเพื่อประโยชน์ทางการค้าโดยไม่ได้รับอนุญาต โทษปรับ 5 พันบาท 

ส่วนเส้นทางการดำเนินคดีกับบริษัทเมจิก สกิน  จดทะเบียนเมื่อวันที่ 2 ตุลาคม 2555 ใช้ทุนจดทะเบียน 1 ล้านบาท อยู่ในหมวดธุรกิจการ ขายส่งเครื่องสำอาง มีชื่อกรรมการ เพียงรายเดียว คือนายกร พวงสน เป็น 1 ในผู้ต้องหาที่ทำหน้าที่ดูแลด้านการเงิน

- 20 กุมภาพันธ์ 2561 เจ้าหน้าที่ร่วมกันตรวจค้นจับกุมโรงงานผลิตเสริมอาหารเสริมและผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางผิดกฎหมาย ที่จ.นครราชสีมา เครือข่ายบริษัทเมจิกสกิน อายัดของกลางกว่า 100 ล้านบาท
- 6 มีนาคม 2561 ผู้เสียหายกว่า 100 คน ร้องกองปราบฯ ดำเนินคดีกับบริษัทเมจิกสกินฟในข้อหาฉ้อโกงประชาชน หลอกลวงผู้บริโภค
- 15 มีนาคม 2561 ผู้เสียหายเดินทางไปที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ร้องขอความช่วยเหลือให้ดำเนินคดีกับบริษัทเมจิสกิน ขณะที่ อย. ออกประกาศสั่งให้บริษัทเมจิกสกิน ระงับการผลิตและเพิกถอนใบรับจดแจ้งเครื่องสำอาง 
- 23 มีนาคม 2561 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ มีคำสั่งตั้งพนักงานสืบสวนสอบสวนในคดีนี้ นำไปสู่ปฏิบัติการกวาดล้างเครือข่ายบริษัทเมจิกสกินหลายแห่ง 


ส่วนผู้เสียหายส่วนใหญ่ขณะนี้เป็นผู้ค้าที่ขายผลิตภัณฑ์หรือตัวแทนขายให้กับลูกค้า มีผู้เสียหายกว่า 1 หมื่นคน รวมมูลค่าเสียหายกว่า 500ล้านบาท ขณะนี้ทางกองปราบปรามได้เร่งดำเนินการให้ผู้เสียหายเข้ามาสอบปากคำแจ้งความเสียหายเพื่อรวบรวมเป็นหลักฐาน  นางสาววรรณวิษา ถนอมสินธุ์ หนึ่งในตัวแทนจำหน่ายผลิตภัณฑ์ในทีมแม่เงาะพารวย ซึ่งจำหน่ายผลิตภัฑ์แบรนด์เฟริน  เผยว่า ทั้งทีมเสียหายกว่า 4 ล้านบาท หลังเกิดเรื่องได้ติดต่อไปทางแม่ทีม บอกให้รอการเยียวยาจากบริษัท 45 วัน และให้เคลมเป็นสินค้าตัวอื่นมาขาย ได้ยื่นข้อเสนอจะชดเชยค่าเสียหายให้ 30% แต่ไม่มีใครยอม เพราะเป็นสินค้าผิดกฎหมายเหมือนกัน ทุกคนอยากได้เงินที่ลงทุนไปคืน ซึ่งมี 2 ส่วน คือ เงินที่จ่ายไปแล้วได้สินค้ามาแล้ว กับเงินที่จองสินค้าไป แต่ยังไม่ได้สินค้า 

จนมีปากเสียงกันในกลุ่มไลน์ และถูกขู่ว่า ใครไม่ไปต่อก็ให้ออกจากแชท และหากใครออกไปแล้ว หรือไปลงชื่อเป็นผู้เสียหาย จะไม่มีสิทธิ์ได้รับเงินคืนจากบริษัท แต่พวกตนได้รวมตัวไปร้องเรียนที่สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค เมื่อวันที่ 1 มีนาคมที่ผ่านมา ก็ได้เพียงกรอกเอกสารไว้ก่อน จากนั้นได้เข้าแจ้งความที่กองปราบปราม เพื่อขอคืนเงินค่าเสียหาย  

ในประเทศ

อ่านข่าวในประเทศทั้งหมด

APP ของเรา โหลดเลย!

Application Krobkruakao Android

Krobkruakao

Application Krobkruakao IOS Application Krobkruakao Android
Application Ch3Thailand Android

Ch3Thailand

Application Ch3Thailand IOS Application Ch3Thailand Android
Application 3LIVE Android

3Live

Application 3LIVE IOS Application 3LIVE Android

รายการข่าวย้อนหลัง

APPLICATIONS