Ch3Thailand Logo

ข่าว ข่าวด่วน ข่าวเด่น ข่าวสด ข่าววันนี้ ข่าวยอดนิยม ประเด็นร้อน กับ ครอบครัวข่าว3

“สุขภาพความงาม แฟชั่น แก็ดเจ็ต” ดันตลาดช้อปออนไลน์โตก้าวกระโดด มิลเลนเนียลครองแชมป์นักช้อป

หมวดข่าว:เศรษฐกิจ

วันที่ 17 ก.พ. 61 เวลา 10:50:24 น.

จำนวนผู้ชม : 238

“สุขภาพความงาม แฟชั่น แก็ดเจ็ต” ดันตลาดช้อปออนไลน์โตก้าวกระโดด มิลเลนเนียลครองแชมป์นักช้อป

สัมภาษณ์ คุณอากาธา โซห์ หัวหน้าฝ่ายการตลาด Shopee(ช้อปปี้)มีหน้าที่ดูแลรับผิดชอบ และควบคุมงานด้านการตลาดทั้งหมด รวมถึงกลยุทธ์ทางด้านการสร้างแบรนด์ช้อปปี้ในภูมิภาคตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งประเทศไทย เป็นหนึ่งในประเทศที่คุณอากาธา โซห์ ดูแลเรื่องการตลาดอยู่

คำถามแรก... เทรนด์ช้อปออนไลน์ในตลาดไทยปัจจุบันเป็นอย่างไร?

เทรนด์การช้อปออนไลน์ในไทยถือว่าโตเร็วมากๆ ช้อปปี้เองเริ่มเข้ามาบุกตลาดไทย ตั้งแต่ปี 2015 ปัจจุบัน(ก.พ. 2018) มียอดดาวน์โหลดแอปฯมากกว่า 10 ล้านดาวน์โหลด มีผู้ค้าอยู่บนแพลตฟอร์ม 5 แสนราย และมีสินค้าที่อยู่วางขายประมาณ 8 ล้านชิ้น

ที่น่าสนใจเกี่ยวกับเทรนด์ “โมบายคอมเมิร์ส” ในไทย เช่น ในสหรัฐอเมริกา นักช้อปเริ่มซื้อสินค้าผ่านคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล(พีซี)ก่อน พอคุ้นเคยแล้วจึงเปลี่ยนมาใช้สมาร์ทโฟนแทน แต่ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้คนเริ่มใช้สมาร์ทโฟนในการซื้อสินค้าเลย ซึ่งเรียกได้ว่าเป็นเทรนด์ที่น่าสนใจ ประกอบกับนักช้อปแทบทุกคนมีสมาร์ทโฟนเป็นของตัวเองอยู่แล้ว จึงเข้าถึงสินค้าได้ง่าย

ส่วนที่สองคือเรื่องของ “โซเชียลคอมเมิร์ส” อย่างที่ทุกคนรู้จักกัน คือ เฟซบุ๊ก และ อินสตาแกรม ในประเทศไทยคนจะใช้ต่างกับประเทศอื่นๆ คือมีการซื้อขายสินค้ากันบนแพลตฟอร์มเหล่านี้เยอะมาก


แล้วทาง “ช้อปปี้” มีกลยุทธ์อย่างไรในการสนับสนุนผู้ซื้อ-ผู้ขาย?

อย่างแรกเลย คือการปรับตัวผลิตภัณฑ์ให้ดีอยู่ตลอดเวลา ฟีเจอร์เราไม่ได้มองแค่ในแง่ของผู้ซื้อเท่านั้น แต่เราจะมีการพูดคุยกับทางผู้ขายด้วย ไม่ว่าจะเป็นรายเล็กหรือรายใหญ่ เรามองว่าสิ่งที่สำคัญที่สุดคือการที่ปรับรูปแบบให้เข้ากับความต้องการของคนไทยอย่างแท้จริง เช่น ถ้าเป็นผู้ค้ารายย่อยเราจะมี “Shopee University”


Shopee University? คืออะไร?

“Shopee University” เป็นเหมือนคลาสเรียน ที่จะจัดในทุกๆ เดือน หรือทุกๆ 3 เดือน แล้วแต่ช่วงเวลา ซึ่งจะช่วยผู้ค้า ไม่ว่าจะเป็นแม่ค้าไอจี หรือว่าอาจจะเป็นคนที่เข้ามาขายที่ช้อปปี้ใหม่ๆ โดยส่วนใหญ่จะเป็นการเสริมทักษะในด้านการจัดสต๊อก หรือว่าเทคนิคการเพิ่มยอดขาย

สำหรับกลยุทธ์ที่สนับสนุนผู้ซื้อจะเป็นในเรื่องของการเพิ่มประเภทสินค้าบนแพลตฟอร์มให้มีจำนวนที่มากขึ้น เรียกได้ว่าเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ดีกว่า เราไม่เคยหยุดที่จะสรรหาสิ่งของใหม่ๆ มาให้ผู้ซื้อ เพราะรู้ว่าความต้องการของคนเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา จากเมื่อก่อนเราโฟกัสที่ผู้ขายรายย่อยอย่างเดียว แต่ปัจจุบันเราดูแลผู้ซื้อผู้ขายรายใหญ่ด้วย เรียกว่าเป็น “คอมพลีท ช้อปปิ้ง” แพลตฟอร์ม คือเรามีทุกด้านทุกแบบเลยจริงๆ


คนกลุ่มไหนช้อปมากที่สุด แล้วเขาช้อปอะไรกัน?

สัดส่วนผู้ใช้งานบนแพลตฟอร์มช้อปปี้เป็น เพศหญิง 69% และเพศชาย 31% นักช้อปกลุ่มใหญ่เป็นกลุ่มมิลเลนเนียล(18-25 ปี) รองลงมาคือกลุ่มที่เริ่มทำงาน(26-30 ปี) ส่วนประเภทสินค้าที่ได้รับความนิยมบนแพลตฟอร์มสูงสุด 3 อันดับ ได้แก่ สินค้าสุขภาพและความงาม แฟชั่นสุภาพสตรี และแก็ดเจ็ต


3 อันดับนี้เหมือนกับในประเทศอื่นๆ หรือเปล่า?

สินค้าสุขภาพและความงาม แฟชั่นสุภาพสตรี จะเป็นอันดับต้นๆ เหมือนกัน แต่อย่างที่ไต้หวันจะแตกต่างออกไป เพราะเหล่าคุณแม่จะเป็นนักช้อปตัวยง พวกของเล่นเด็กจึงได้รับความนิยมสูงในไต้หวัน หรือในฟิลิปปินส์ กับ สิงคโปร์ พวกเครื่องใช้ในบ้านต่างๆ จะได้รับความนิยมเป็นอันดับต้นๆ

เล่าคร่าวๆ เรื่องมิลเลนเนียลไทยที่เข้ามาช้อปหน่อยสิ?

ปกติเราจะมองว่าเด็กรุ่นใหม่ไม่ได้มีกำลังสูงมากแต่มิลเลนเนียลในไทยค่อนข้างจะมีกำลังซื้อสูงมากเลยทีเดียว กลุ่มนี้มีการกดสั่งซื้อบนแพลตฟอร์มบ่อยครั้ง และจะเป็นกลุ่มผู้ใช้งานแรกๆ ที่จะลองใช้อะไรใหม่ๆ มีโปรแกรมใหม่ หรือฟีเจอร์ใหม่ๆ ก็จะเป็นกลุ่มแรกที่ลองพร้อมมีข้อเสนอแนะให้ เป็นกลุ่มแรกๆ ที่เราให้ความสำคัญและฟังเสียงตอบรับจากพวกเขาเพื่อมาพัฒนาตัวฟีเจอร์ที่เราปล่อยไปฃ

อีกจุดหนึ่งเป็นเรื่องของโซเชียล กลุ่มมิลเลนเนียลจะติดโซเชียลมาก จะชอบแชร์หรือที่เรียกว่าโชว์ออฟในบางที และเป็นกลุ่มที่ชอบใช้งานฟีเจอร์ไลฟ์แชทในแอปฯช้อปปี้  เรียกว่าฟีเจอร์นี้ในไทยใช้เยอะกว่าในต่างประเทศค่อนข้างมากทีเดียว


ที่แชร์ว่าผู้หญิงช้อปมากถึง 69% อยากทราบว่ามีแนวโน้มที่ผู้ชายจะช้อปมากขึ้นไหม?

การที่จะดึงผู้ชายเข้ามาช้อปมากขึ้นนั้นเรามองว่า อย่างแรกเลยต้องมีสินค้าที่ผู้ชายต้องการในราคาที่ถูกต้อง ไม่ใช่ว่าขายแพงกว่าที่อื่น คือต้องมีส่วนนี้ให้ครบถ้วนก่อนแล้วผู้ซื้อจะมาเอง

อีกอย่างหนึ่งคือเรื่องพฤติกรรม ผู้ชายเขาจะรู้แล้วว่าเขาจะซื้ออะไรถึงเข้ามาหาสินค้า ต่างจากผู้ใช้งานผู้หญิงที่เข้ามาแล้วค่อยตัดสินใจว่าวันนี้จะซื้ออะไร


คิดอย่างไรกับการขายทองคำผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์?

เป็นเรื่องที่น่าสนใจมาก ซึ่งในช้อปปี้ก็มีผู้ขายทอง ซึ่งเราจะเห็นพฤติกรรมว่าในช่วงเทศกาลต่างๆ ยอดขายจะพุ่งขึ้นมา บางร้านจะมีการจัดโปรโมชั่นซื้อของแล้วให้รางวัลเป็นทองด้วย อย่างเมื่อปลายปีที่แล้วช่วง “11.11 - 12.12 Shopee Super Sale” เรามีการจัดโปรโมชั่นให้คนมาช้อปแล้วจะแจกทองแจกรถ ซึ่งกระแสดีมากๆ

ช้อปปี้คิดเห็นอย่างไรที่ตลาดอีคอมเมิร์สในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ถูกขับเคลื่อนโดย"อาลีบาบา"

จริงๆ แล้วทุกคนเริ่มเข้ามาทำตลาดพร้อมกัน อย่างในปีที่แล้ว(2017)แคมเปญ “11.11 - 12.12” ก็เปรี้ยงมาก หรืออย่างต้นปีที่แล้วเราได้เห็นแนวโน้ม เมื่อ “11Street” เข้ามาก็ทำให้ตลาดเข้มข้นมากยิ่งขึ้น ทุกคนหันมาแข่งขันกันอย่างเต็มที่มากยิ่งขึ้น แต่สิ่งที่สำคัญคือการที่เราสามารถปรับตัวเองให้ตามเทรนด์ตรงนั้นได้อย่างไร หรือการพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้ตอบโจทย์การใช้งานตรงนั้นได้ดีที่สุดมากกว่า ส่วนเรื่องที่แบงก์ชาติประกาศให้ธนาคารต่างๆ สามารถเข้ามาเล่นในตลาดอีคอมเมิร์สได้ เรามองว่าการแข่งขันเป็นเรื่องที่ดี เพราะทุกคนแข่งกันพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้ดียิ่งขึ้น ต้องแข่งกันอย่างเต็มที่เพื่อให้ผลิตภัณฑ์ และบริการตรงใจคนไทยมากที่สุด เรียกได้ว่าการที่ธนาคารต่างๆ เข้ามาถือเป็นอีกหนึ่งสัญญาณแสดงให้เห็นว่าโครงสร้างพื้นฐานจะมีการพัฒนาไปมากยิ่งขึ้น จะช่วยตอบโจทย์ให้อีคอมเมิร์สมีการเติบโตขึ้น เรียกว่าทุกฝ่ายร่วมกัน ช่วยกันผลักดันให้อีคอมเมิร์สเติบโตขึ้น


แคมเปญ “11.11 - 12.12” มียอดผู้ใช้งานมากกว่าปกติขนาดไหน?

สำหรับตัวแคมเปญของช้อปปี้ที่เป็นแคมเปญใหญ่ๆ ในปีที่ผ่านมามีอยู่สองครั้ง ครั้งแรกคือ แคมเปญ “9.9 Mobile Shopping Day” เป็นการเปิดตัวในประเทศไทยอย่างเป็นทางการครั้งแรก พร้อมเปิดตัวแบรนด์แอมบาสเดอร์ของช้อปปี้ ณเดชน์ คูกิมิยะ และญาญ่า อุรัสยา ในแคมเปญนั้นมียอดคำสั่งซื้อเพิ่มขึ้นถึง 3.5 เท่า และยอดผู้เข้าใช้แพลตฟอร์มเพิ่มขึ้นถึง 5 เท่า

ส่วนแคมเปญ “11.11 - 12.12 Shopee Super Sale” จะเห็นว่าช่วงเวลานี้ทุกรายใน อีคอมเมิร์สเข้ามาเล่นกันหมด สำหรับช้อปปี้เองมียอดคำสั่งซื้อ 2.5 ล้านครั้งทั่วทั้งภูมิภาค ภายในระยะเวลาเพียง 24 ชั่วโมงของวันที่ 12 ธันวาคม และในประเทศไทยมียอดขายสินค้ามากกว่า 550,000 ชิ้น


ปัจจุบันทุกแพลตฟอร์มในตลาดแข่งขันกันที่ส่วนลดหรือเปล่า?

สำหรับเรื่องของการแข่งขันทางด้านราคาเรามองว่าก็เป็นส่วนสำคัญ แต่สิ่งที่เราให้ความสำคัญมากยิ่งกว่าคือการใช้งานแพลตฟอร์มได้อย่างราบรื่น การที่ลูกค้าคนหนึ่งมาซื้อสินค้าเขาก็อยากได้ของที่ต้องการ ถึงแม้ว่าราคาถูกจริงแต่ระหว่างทางเกิดปัญหา เช่น ติดต่อคนขายไม่ได้ คนขายไม่ตอบ ของมาไม่ตรงเวลา ก็อาจจะเป็นปัญหาทำให้ลูกค้าไม่กลับมาอีก เพราะเรามองว่ากลยุทธ์ของผู้ขายนั้น ไม่ได้วัดกันเพียงตัวราคาอย่างเดียว แต่ต้องมีความพร้อมของสต๊อกสินค้า การบริการในการตอบคำถามลูกค้า การสร้างความสัมพันธ์ที่ดีในการช้อปปิ้งของผู้ซื้อด้วย ผู้ขายต้องให้ประสบการณ์ที่ดีที่สุดกับลูกค้า ทำให้เขากลับมาใช้งานเรื่อยๆ


คำถามสุดท้าย... ถึงแม้ว่าจะซื้อสินค้าออนไลน์ แต่คนไทยยังนิยมชำระค่าสินค้าด้วยเงินสดอยู่จริงหรือเปล่า?

เรามองว่าการจ่ายค่าสินค้าด้วยเงินสดยังเป็นสิ่งที่คนไทยนิยมใช้กันอยู่จริงๆ ในปัจจุบัน จะเห็นได้ว่าคนไทยยังนิยมชำระเงินหลังจากได้รับสินค้าแล้วอยู่มาก แต่ว่าเทรนด์การใช้จ่ายผ่านระบบ “อี-เพย์เม้นท์” ก็เริ่มมากขึ้นเรื่อยๆ หรือที่ธนาคารออกคิวอาร์โค้ดมาให้คนสามารถชำระเงินได้ สุดท้ายอยู่ที่ว่าคนไทยจะปรับตัวมาใช้ระบบ “อี-เพย์เม้นท์” กันมากขึ้นเมื่อไหร่

เศรษฐกิจ

อ่านข่าวเศรษฐกิจทั้งหมด

APP ของเรา โหลดเลย!

Ch3Thailand

Ch3Thailand

Ch3Thailand Ch3Thailand
Mello Thailand

Mello Thailand

Mello Thailand Mello Thailand
Krobkruakao

Krobkruakao

Krobkruakao Krobkruakao

รายการข่าวย้อนหลัง

ข่าวยอดนิยม

APPLICATIONS