Ch3Thailand Logo

ข่าว ข่าวด่วน ข่าวเด่น ข่าวสด ข่าววันนี้ ข่าวยอดนิยม ประเด็นร้อน กับ ครอบครัวข่าว3

บุรีรัมย์-สาวตาบอดขอบคุณทุกกำลังใจโดยเฉพาะลุงพิการยอมสละดวงตาให้ 1 ข้าง

หมวดข่าว:ในประเทศ

วันที่ 08 มิ.ย. 61 เวลา 11:11:10 น.

จำนวนผู้ชม : 149

เรื่องราวของสาวตาบอด จังหวัดบุรีรัมย์ ที่ถูกสามีทิ้งไป และต้องเลี้ยงลูก และแม่ตามลำพัง ต่อมาชายวัย 53 ผู้ป่วยติดเตียง ประกาศบริจาคดวงตาให้ 1 ข้าง เพราะสงสาร  ล่าสุด สาวตาบอด ระบุไม่เสียใจหากไม่สามารถรับดวงตาจากชายใจบุญคนนี้ได้ ขณะที่ศูนย์ดวงตา สภากาชาดไทย เผยตามระเบียบบริจาคได้ในช่วงที่เสียชีวิตเท่านั้น และไม่สามารถระบุชื่อผู้บริจาคได้ 

กรณีโลกออนไลน์เผยแพร่เรื่องราวชีวิตของ นางสาวสุนิสา มุ่งรวยกลาง หรือ น้องยุ้ย อายุ 26 ปี พิการตาบอดทั้งสองข้างมานานกว่า 7 ปี เพราะผลข้างเคียงจากการทำงานโรงงานหลอมเหล็ก ซ้ำร้ายยังถูกสามีไปบวชทิ้งให้เลี้ยงลูกชายวัย 1 ขวบ 3 เดือน และแม่ ตามลำพัง โดยอาศัยเพิงมุงด้วยสังกะสีเก่าๆผุพังเป็นที่ซุกหัวนอน มีเพียงค่าใช้จ่ายจากเบี้ยคนพิการเดือนละ 800 บาท และบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ หรือ บัตรคนจนเดือนละ 300 บาท ซื้อข้าวและอาหารปะทังชีวิต ต้องอดมื้อกินมื้อ บางครั้งไม่มีเงินซื้อนมให้ลูกจนท้อถึงขั้นคิดจะฆ่าตัวตาย

จนกระทั่งมีข่าวเผยแพร่ชีวิตของน้องยุ้ยออกไป ทำให้นายพายัพ รอดเมือง ชาวจังหวัดฉะเชิงเทรา ซึ่งเป็นผู้ป่วยติดเตียงมานานกว่า 20 ปี ทราบเรื่องราวทางสื่อโทรทัศน์ จึงได้แจ้งความประสงค์ช่วยเหลือด้วการบริจาคดวงตาให้ 1 ข้าง

นางสาวยุ้ย ให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์กับผู้สื่อข่าวว่า ขอบคุณคนไทยทั้งประเทศที่เป็นกำลังใจและไม่ทอดทิ้ง แม้จะมีข้อกฎหมาย ระบุว่านายพายัพ ไม่สามารถบริจาคดวงตาให้กับตนเองได้ก็ไม่รู้สึกเสียใจแต่กลับซาบซึ้งในน้ำใจของนายพายัพมากกว่า เพราะถือเป็นคนกล้าหาญที่ตั้งใจบริจาคดวงตาคืนแสงสว่างให้กับตนเอง แม้จะไม่รู้จักกันมาก่อนก็ตาม ยืนยันจะไม่ทอดทิ้งนายพายัพ อย่างแนอน ถ้ามีโอกาสจะกลับไปเยี่ยมเพราะนายพายัพ เป็นแรงและกำลังใจให้ตนเอง หลังจากนี้แม้จะไม่ได้รับดวงตาก็จะดำเนินชีวิตต่อไป โดยเข้าร่วมโครงการของคนตาบอดเพื่อหางานทำเลี้ยงดูลูก และแม่ต่อไป ส่วนสามีนั้น ตอนนี้ไปบวชอยู่จังหวัดสุราฎร์ธานี บางครั้งโทรศัพท์มาหาพูดคุยกับลูกบ้าง

นางสาวยุ้ย บอกว่า หลังมีข่าวของตาเองออกไป ทำให้ชีวิตเปลี่ยนไปมาก เหมือนฝันแล้วตื่นขึ้นมาเจอแต่สิ่งดีๆ อยากขอบคุณคนทั้งประเทศ ซึ่งเงินที่ได้จากการร่วมบริจาคนั้นจะนำไปสร้างบ้านใหม่ให้แม่ แบ่งเป็นทุนการศึกษาของลูกชาย และซื้อที่ดินไว้เป็นที่ทำกิน

ขณะที่นายพายัพ รอดเมือง ผู้ป่วยเป็นอัมพฤกษ์ ชาวจังหวัดฉะเชิงเทรา ที่ต้องการบริจาคดวงตา 1 ข้าง ให้กับน้องยุ้ย เปิดเผยว่า เดิมีอาชีพเป็นช่างก่อสร้าง มีครอบครัวแล้ว มีลูก 3 คน แต่แยกย้ายกันไปทำงานมีครอบครัวหมด ซึ่งกลายเป็นผู้ป่วยติดเตียงนับตั้งแต่ขี่จักรยานยนตล้ม ทุกวันนี้ได้อาศัยอยู่กับหลานสาว โดยทุกวันในช่วงเช้าหลานสาวจะมาดูแลจัดหาอาหารไว้ให้ก่อนไปทำงาน ช่วงเย็นจะกลับมาดูแลก่อนแยกย้ายกลับบ้านพัก ส่วนตอนกลางคืนตนเองจะนอนอยู่คนเดียว อาศัยญาติๆ พี่น้องซึ่งมีบ้านพักอาศัยอยู่ใกล้ๆกันคอยช่วยมาดูแล นอกจากนี้ตนเองก็มีโรคประจำตัว คือโรคหัวใจ และโรคปวดกระดูกสันหลัง นั่งนานๆไม่ค่อยได้จะรู้สึกปวดกระดูกมาก ซึ่งต้องกินยารักษาโรคหัวใจ และยาบรรเทาอาการปวดกระดูกเป็นประจำ แต่ไม่ค่อยเจ็บไข้ได้ป่วย

สาเหตุที่ตัดสินใจมอบดวงตาให้ น.ส.สุนิสา เนื่องจากครอบครัวของ น.ส.สุนิสา ลำบากมาก แม่ก็แก่ และ ยังมีลูกเล็กอีก 1 คน ถ้าได้ดวงตาที่ตนบริจาค จะทำให้มองเห็นสามารถทำมาหากินได้ ส่วนตัวนายพายัพ แม้เหลือตาเพียงข้างเดียวก็ไม่เป็นไรเพราะทำงานอะไรไม่ได้แล้ว ทั้งนี้เมื่อทราบเรื่องจากทางทีวีจึงได้ร้องขอให้ช่วยประสานเรื่องให้มาดำเนินการพาตนกับผู้รับไปตรวจเนื้อเยื่อว่าเข้ากันได้หรือไม่ ถ้าเข้ากันได้ให้มารับไป 

ล่าสุด นายพายัพ บอกว่า รู้สึกเสียใจที่ทราบว่าไม่สามารถบริจาคดวงตาให้น้องยุ้ยได้ตามความประสงค์นตั้งแต่แรก พร้อมวอนผู้มีอำนาจช่วยเหลือในความตั้งใจครั้งนี้ 

หลังจากทราบข่าว นายสุวิทย์ คำดี ผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทรา พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่สำนักงานพัฒนาสังคม และความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดฉะเชิงเทรา ได้ลงพื้นที่ เยี่ยมให้กำลังใจ นายพายัพ 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ล่าสุดลุงพายัพ ได้เดินทางไปตรวจสภาพของดวงตา กับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ

ด้าน นางสาว สุภาพร บุญยั่งยืน รองผู้อำนวยการศูนย์ดวงตาสภากาชาดไทย เปิดเผยว่า กรณีของลุงพายัพ จะบริจาคดวงตาให้กับ น้องยุ้ยนั้นไม่สามารถทำได้ เพราะเป็นไปตามระเบียบของศูนย์ดวงตาสภากาชาดไทย ที่มีระเบียบไว้ ว่าผู้ที่จะบริจาคจะต้องบริจาคได้ในช่วงที่เสียชีวิตเท่านั้น และก็ไม่สามารถระบุชื่อผู้บริจาคได้ เนื่องจากเราจะไม่สามารถรู้ได้ว่าเมื่อตอนเสียชีวิตนั้น ร่างกายของผู้บริจาคจะสมบูรณ์ และมีโรคร้ายแรงหรือไม่  
ส่วนคุณลุงพายัพ อยากจะบริจาคจะต้องแสดงความจำนงค์ กับทางศูนย์ดวงตาสภากาชาดได้

พร้อมแนะนำน้องยุ้ย ให้ไปตรวจสายตาที่โรงพยาบาลศูนญจังหวัดบุรีรัมย์ ให้จักษุแพทย์แนะนำ และสามรารถแก้ไขการมองไม่เห็นโดยการผ่าตัดเปลี่ยนกระจกได้

สำหรับเกณฑ์การบริจาคดวงตา นั้น บุคคลทั่วไปสามารถบริจาคดวงตาได้อายุไม่เกิน  100 ปี มีร่างกายที่แข็งแร็ง และไม่มีโรคร้ายแรงเช่น ไวรัสตับอักเสบ บี และซี เอดส์ และซิฟิรีส ผู้ที่ต้องการบริจาคดวงตา สามารถบริจาคได้ที่ www.EYE BANK.THAI.COM 
 

ในประเทศ

อ่านข่าวในประเทศทั้งหมด

APP ของเรา โหลดเลย!

Application Krobkruakao Android

Krobkruakao

Application Krobkruakao IOS Application Krobkruakao Android
Application Ch3Thailand Android

Ch3Thailand

Application Ch3Thailand IOS Application Ch3Thailand Android
Application 3LIVE Android

3Live

Application 3LIVE IOS Application 3LIVE Android

รายการข่าวย้อนหลัง

APPLICATIONS