Ch3Thailand

ข่าว ข่าวด่วน ข่าวเด่น ข่าวสด ข่าววันนี้ ข่าวยอดนิยม ประเด็นร้อน กับ ครอบครัวข่าว3

เลขาฯศาล แถลงคดีบรรยินอุ้มฆ่าพี่ผู้พิพากษา ต่อรองล้มคดีโอนหุ้น เสี่ยชูวงษ์

หมวดข่าว:ในประเทศ

วันที่ 24 ก.พ. 63 เวลา 11:48:59 น.

จำนวนผู้ชม : 519

เลขาฯศาล แถลงคดีบรรยินอุ้มฆ่าพี่ผู้พิพากษา ต่อรองล้มคดีโอนหุ้น เสี่ยชูวงษ์


  นายสราวุธ เบญจกุล เลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม เปิดเผยถึงคดีอุ้มฆ่าพี่ชายนางสาวพนิดา ศกุนตะประเสริฐ ผู้พิพากษาอาวุโส ศาลอาญากรุงเทพใต้ และเป็นเจ้าของสำนวนคดีโอนหุ้นนายชูวงษ์ แซ่ตั๊ง นักธุรกิจรับเหมาก่อสร้างหมื่นล้าน ระบุว่าเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเวลา 17:30 นาฬิกา วันที่ 4 กุมภาพันธ์ คนร้าย 3-4 คน ได้ขับรถมาจอดบริเวณหน้าศาลอาญากรุงเทพใต้ ก่อนดักอุ้มพี่ชายของผู้พิพากษาขึ้นรถไป แล้วโทรศัพท์ข่มขู่ให้ผู้พิพากษาตัดสินคดีตามแนวทางที่ต้องการ 

  หลังเกิดเหตุผู้พิพากษาได้เข้าแจ้งความกับตำรวจทันที แต่เจ้าหน้าที่ขอให้เก็บข้อมูลเป็นความลับ เพราะเกรงจะเกิดอันตรายกับตัวประกันและพยายามยื้อเวลาเพื่อจะได้เข้าช่วยเหลือ กระทั่งวันที่ 21 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ตำรวจวิเคราะห์พยานหลักฐานเชื่อได้ว่าตัวประกัน คือ พี่ชายของผู้พิพากษา เสียชีวิตแล้ว จึงได้ขอศาลออกหมายจับพันตำรวจโทบรรยิน ตั้งภากรณ์ อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ และ อดีต ส.ส.นครสวรรค์ และเข้าจับกุมในเช้าวันที่ 23 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา

สำหรับแนวทางการสืบสวนคดีนี้ เลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม ระบุว่า ตำรวจมีการประสานข้อมูลกับผู้พิพากษาอย่างใกล้ชิด ทั้งยังได้จัดกำลังดูแลรับ-ส่งเวลาเดินทางมาทำงาน ด้วย เพราะผู้พิพากษายังอยู่ในอาการหวาดกลัว และตกใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ส่วนที่ผ่านมา เลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม ยอมรับว่า นางสาวพนิดา ผู้พิพากษา ถูกจำเลยในคดีโอนหุ้นนายชูวงษ์ มูลค่า 300 ล้านบาท คุกคามมาโดยตลอด ตั้งแต่ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นผู้พิจารณาคดี ซึ่งตัวผู้พิพากษาเชื่อว่าถูกกลุ่มคนร้ายสะกดรอยติดตามมานานแล้ว กระทั่งสบโอกาสลงมือก่อเหตุกับพี่ชาย ที่เดินทางมารับ-ส่งเป็นประจำ

ขณะที่การพิจารณาคดีโอนหุ้นมูลค่า 300 ล้านบาทของนายชูวงษ์ ที่พันตำรวจโทบรรยิน ตกเป็นจำเลย ศาลอาญากรุงเทพใต้มีการนัดอ่านคำพิพากษาวันที่ 20 มีนาคมนี้ ซึ่งหลังเกิดเหตุ ยังไม่สามารถระบุได้ว่าจะมีการเลื่อนการพิจารณาหรือเปลี่ยนตัวผู้พิพากษา หรือไม่ โดยขึ้นอยู่กับศาลอาญากรุงเทพใต้ที่จะพิจารณาและวางแนวทาง

ทั้งนี้เลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม ยังได้กล่าวด้วยว่า เหตุการณ์นี้ ถือเป็นเรื่องร้ายแรงที่ไม่เคยเกิดขึ้นในศาลยุติธรรมมาก่อน ในการจับตัวประกันไปข่มขู่เพื่อต่อรองผลการตัดสินคดี ซึ่งหลังจากนี้จะต้องมีการหารือเพื่อมาตรการเข้มงวดดูแลผู้พิพากษาทั่วประเทศ

สำหรับการรักษาความปลอดภัยให้กับผู้พิพากษาศาล บุคคลกรของศาล และ ประชาชนที่เดินทางมาที่ศาลนั้น เลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม ยอมรับ ปัจจุบันตำรวจศาลมีเพียง 35 นายซึ่งประจำอยู่ส่วนกลางไม่เพียงพอสำรับการดูแลศาลกว่า 270 แห่งทั้งประเทศ ซึ่งหากศาลไหนร้องขอมาก็จะจัดกำลังไปดูแลอยู่แล้ว อาทิ ศาลอาญากรุงเทพใต้/ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง เป็นต้น ซึ่งที่ผ่านมาหากกำลังไม่เพียงพอก็จะประสานให้ตำรวจในท้องที่ช่วยดูแลความสงบอีกทาง โดยในช่วงเมษายน 2563 นี้ สำนักงานศาลได้ขอเพิ่มกำลังตำรวจศาลเป็น 309 นาย และในอนาคตจะขยายกำลังเพิ่มประมาณ 1200 อัตรา เพื่อกระจายกำลังไปยังศาลที่มีความเสี่ยง และมีความจำเป็นเร่งด่วน

นอกจากนี้ เลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม ยังระบุว่าหลักการเรื่องความเป็นกลาง หรือการพิพากษายังเป็นเรื่องสำคัญหากถูกแทรกแซงหรือข่มขู่ ความเป็นธรรมในคดีก็จะไม่เกิด ซึ่งจะกระทบต่อประชาชน ยืนยันจะดูแลความปลอดภัยอย่างเต็มที่ ส่วนเรื่องรายละเอียดของคดีให้เป็นหน้าที่ของตำรวจในการชี้แจงอีกครั้งในวันพรุ่งนี้ 11.00 น.ที่สำนักงานตำรวจแห่งชา

ในประเทศ

อ่านข่าวในประเทศทั้งหมด

APP ของเรา โหลดเลย!

CH3 Plus

CH3 Plus

CH3 Plus CH3 Plus

รายการข่าวย้อนหลัง

APPLICATIONS