Ch3Thailand Logo

ข่าว ข่าวด่วน ข่าวเด่น ข่าวสด ข่าววันนี้ ข่าวยอดนิยม ประเด็นร้อน กับ ครอบครัวข่าว3

ไทยบรรลุเป้าหมาย ดึงนักธุรกิจอินเดียร่วมลงทุนอีอีซี

หมวดข่าว:การเมือง

วันที่ 12 ต.ค. 62 เวลา 16:39:45 น.

จำนวนผู้ชม : 371

ไทยบรรลุเป้าหมายลงนามความร่วมมือมือทวิภาคีไทย – อินเดีย ครอบคลุมทุกมิติ
ในการประชุมคณะกรรมาธิการร่วมเพื่อความร่วมมือทวิภาคีไทย – อินดีย ครั้งที่ 8 ที่ประเทศอินเดีย พร้อมดึงนักลงทุนจากอินเดียลงอีอีซี ตั้งเป้าเพิ่มมูลค่าการค้า 3 หมื่นล้านดอลลาร์ ภายในปี 2566


-นายดอน ปรมัตถ์วินัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวถึงผลการประชุม การประชุมคณะกรรมาธิการร่วมเพื่อความร่วมมือทวิภาคีไทย – อินเดีย หรือ JCM ครั้งที่ 8 ที่กรุงนิวเดลี ร่วมกับนายสุพรหมณยัม ชัยศังกระ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ สาธารณรัฐอินเดีย ว่าเป็นการประชุมร่วมกันอย่างเป็นทางการในรอบ 4 ปี ในระดับรัฐมนตรีตั้งแต่รัฐบาล คสช. สะท้อนถึงการกนะขับความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นขึ้น และหลังจากนี้ก็จะมีการพบการือระหว่างสองประเทศบ่อยขึ้น


และการประชุมครั้งนี้ทั้งสองประเทศได้ลงนามความร่วมมือในเอกสารผลลัพธ์การประชุมคณะกรรมาธิการร่วมเพื่อความร่วมมือทวิภาคีไทย – อินเดีย ครั้งนี้ ครอบคลุมความร่วมมือใน 9 ด้าน ประกอบด้วยความสัมพันธ์ทางการเมือง ความร่วมมือด้านความมั่นคงและการป้องกันประเทศด้านเศรษฐกิจการค้า การท่องเที่ยว วัฒนธรรม การศึกษา ความร่วมมือด้านวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและอวกาศ รวมทั้งความร่วมมือระหว่างภาคประชาชน ด้วย รวมถึงการค้าลงทุนทวิภาคีด้านต่างๆ

นอกจากนี้ไทยได้ขอให้รัฐบาลอินเดียสนับสนุนการเข้ามาลงทุนในไทยของนักธุรกิจและนักลงทุนอินเดียมากขึ้นโดยเฉพาะการลงทุนในโครงการเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก หรือ อีอีซี ซึ่งอินเดียได้ให้ความสนใจเพราะที่ผ่านมาอินเดียมุ่งเน้นการลงทุนภายในประเทศมากกว่า โดยมุ่งเป้าให้เพิ่มพูนมูลค้าการค้าสูงขึ้นเป็น 3 หมื่นล้านดอลลาร์ ภายในปี 2566 หรือขยายตัวเป็นสองเท่าจากปัจจุบัน อยู่ที่ประมาณ 1.4 หมื่นล้านดอลลาร์


ตอกย้ำถึงความตั้งใจที่จะทำให้โครงการถนน 3 ฝ่าย อินเดีย – เมียนมาร์ – ไทย สามารถที่จะดำเนินการก่อสร้างได้ เพื่อเป็นเส้นทางคมนาคมที่จะสร้างความเชื่อมโยงระหว่างอาเซียนและอินเดียในอนาคต และส่วนต่อขยายจากกัมพูชา สปป.ลาว และเวียดยนาม เพื่อสร้างการเชื่อมโยงถนนเส้นนี้ให้เป็นเส้นทางระเบียงเศรษฐกิจ


ส่วนความร่วมมือทางน้ำเพื่อสร้างการขนส่งได้มีการร่วมมือกันในการส่งเสริมความเชื่อมโยงกรอบความคิดริเริ่มอ่าวเบงกอลสำหรับความร่วมมือหลากหลายสาขาทางวิชาการและเศรษฐกิจ โดยจะเริ่มจากการลงนามบันทึกความเข้าใจการเชื่อมโยงท่าเรือกฤษณาปัทนัมของอินเดียกับท่าเรือระนองของประเทศไทย


โอกาสนี้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของสองประเทศจะเป็นสักขีพยานในพิธีลงนามบันทึกความเข้าใจระหว่างสถาบันการต่างประเทศเทวะวงศ์วโรปการแห่งกระทรวงการต่างประเทศกับ Foreign Service Institute แห่งกระทรวงการต่างประเทศสาธารณรัฐอินเดียเพื่อส่งเสริมความร่วมมือระหว่างกันในการจัดฝึกอบรมนักการทูตด้วย

ด้านนายชุตินทร คงศักดิ์ เอกอัครราชทูตไทย ณ กรุง นิวเดลี กล่าวถึงโอกาสการลงทุนในของไทยในอินเดียว่า เศรษฐกิจของประเทศอินเดียในปีนี้แม้เติบโตไม่เท่าที่ประมาณการณ์แต่ก็เติบโตถึง 6% อินเดียจึงถือเป็นประเทศที่น่าจับตามองในการลงทุน เพราะอินเดียถือเป็นตลาดใหญ่และค่าแรงถูก ซึ่งอนาคตอินเดียจะมีชนชั้นกลางไม่ต่ำกว่า 300 ล้านคน และที่สำคัญเป็นมิตรกับนักลงทุนมากขึ้นซึ่งอินเดียเองก็มีความสนใจลงทุนด้านเศรษฐกิจกับไทยอยู่แล้วจึงเป็นโอกาสที่ไทยจะเปิดตลาดใหม่ โดยเฉพาะเรื่องการลงทุนด้านการท่องเที่ยว อาหารแปรรูป และเครื่องสำอาง แต่ทั้งนี้ไทยก็พยายามผลักดันกรอบความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาค หรือ RCEP ในการเจราจาโดยหวังจะให้บรรลุข้อตกลงการเจรจาภายในปีนี้ แต่หากไม่สำเร็จภายในปีนี้ก็เชื่อว่าจะมีความคืบหน้าอย่างมีนัยยะสำคัญและสามารถลงนามความร่วมมือได้ภายในปีหน้า ซึ่งหากอินเดียเข้าร่วม RCEP ด้วย ฝ่ายไทยก็ยินดีที่จะทบทวนเอฟทีเอ ซึ่งจะทำให้อินเดียเกิดความเชื่อมั่นมากขึ้น เพราะอินเดียเป็นประเทศที่ขาดดุลการค้ากว่าแสนล้านเหรียญ และครึ่งหนึ่งเป็นการขาดดุลกับจีน ซึ่งอินเดียไม่เคยมีเอฟทีเอกับจีน รวมถึงออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ ส่งผลทำให้อินเดียกังวลเรื่องความเชื่อมั่นกับRCEPไปด้วย

การเมือง

อ่านข่าวการเมืองทั้งหมด

APP ของเรา โหลดเลย!

Ch3Thailand

Ch3Thailand

Ch3Thailand Ch3Thailand
Mello Thailand

Mello Thailand

Mello Thailand Mello Thailand
Krobkruakao

Krobkruakao

Krobkruakao Krobkruakao

รายการข่าวย้อนหลัง

APPLICATIONS