Ch3Thailand Logo

ข่าว ข่าวด่วน ข่าวเด่น ข่าวสด ข่าววันนี้ ข่าวยอดนิยม ประเด็นร้อน กับ ครอบครัวข่าว3

(รายงานพิเศษ)สแกน"ครม.ประยุทธ์ 2"ใครกลืนเลือด ใครตัวแทน?

หมวดข่าว:การเมือง

วันที่ 11 ก.ค. 62 เวลา 14:00:05 น.

จำนวนผู้ชม : 3,690

แม้จะไม่มีอะไรน่าตื่นเต้นนัก หลังเห็นโฉมหน้าคณะรัฐมนตรี “รัฐบาลประยุทธ์ 2” อย่างเป็นทางการ เพราะแทบจะเป็นไปตามข่าวทั้งหมด แต่ถ้าสแกนดูรายละเอียดข้อมูลแต่ละคนจะพบความน่าสนใจในหลายมิติ มีทั้ง รัฐมนตรีกลืนเลือด รัฐมนตรีตัวแทน รัฐมนตรีหน้าใหม่ รัฐมนตรีหน้าเก่า รัฐมนตรีที่เคยอยู่กับทักษิณ


รัฐมนตรีกลืนเลือด


ในบรรดารัฐมนตรีทั้งหมด ผู้ที่ได้ชื่อว่ายอมกลืนเลือดไปนั่งในตำแหน่งรัฐมนตรีที่ได้รับ น่าจะมี 2 คน คือ นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ที่เดิมหมายมั่นปั้นมือว่าจะได้อยู่ที่กระทรวงเกษตรฯ แต่ “ผู้มีอำนาจในพรรค” ยกให้พรรคประชาธิปัตย์ นายสมศักดิ์ จึงต้องยอมกล้ำกลืนไปนั่งกระทรวงยุติธรรม กระทรวงที่ปกติไม่ค่อยมีนักการเมืองคนไหนอยากไปนั่งเป็นรัฐมนตรีนัก


และอีกคน คือ นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ คู่ซี้ของนายสมศักดิ์แห่งกลุ่มสามมิตรนั่นเอง ที่เรียกได้ว่า “โดนหักในนาทีสุดท้าย” จนเจ้าตัวเองก็ตกใจ จนเกิดเป็นปฏิกิริยาจากกลุ่มสามมิตรออกมา แต่สุดท้ายแค่ข้ามคืน นายสุริยะ ก็เป็นอีกรายที่ต้องยอมกลืนเลือด ย้ายจากกระทรวงพลังงานไปอยู่กระทรวงอุตสาหกรรม



บ้างก็ว่าให้รอจับตาดูว่ากลุ่มสามมิตรจะ “เอาคืน” เมื่อไหร่ จะแปรสภาพเป็น “สนิมเนื้อใน” หรือไม่ บ้างก็ว่าสุดท้ายก็คงไม่มีอะไรเกิดขึ้น


รัฐมนตรีตัวแทน


ในบรรดารัฐมนตรีทั้งหมด มีรัฐมนตรีหลายคนที่มีภาพของการเป็นรัฐมนตรี “ตัวแทน” อย่างชัดเจน


คนแรกนางสาวมนัญญา ไทยเศรษฐ์ รมช.เกษตรฯ ที่เข้ามาเป็นรัฐมนตรีแทนพี่ชาย คือ ชาดา ไทยเศรษฐ์ จากพรรคภูมิใจไทย ที่มีปัญหาเรื่องภาพลักษณ์ที่ถูกมองว่าเป็นผู้มีอิทธิพล โดยนายชาดาเคยถูกเจ้าหน้าที่เข้าค้นบ้านตามมาตรการปราบปรามผู้มีอิทธิพลของ คสช.มาหลายครั้ง


คนต่อมา คือ นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงท่องเที่ยวและกีฬา จากโควต้าพรรคภูมิใจไทยเช่นกัน ที่เข้ามาเป็นรัฐมนตรีแทนภรรยา คือนางนาที รัชกิจประการ ที่มีปัญหาเรื่องการยื่นบัญชีทรัพย์สินตั้งแต่ตอนเข้าเป็น ส.ส.ปี 2554 และพ้นจากตำแหน่งปี 2556 และล่าสุดศาลฎีกาเพิ่งมีคำสั่งไปเมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม ที่ผ่านมา ให้จำคุก 1 เดือน แต่รอลงอาญาไว้ 1 ปี และตัดสิทธิเลือกตั้ง 5 ปี ซึ่งส่งผลให้เธอต้องพ้นจากตำแหน่ง ส.ส. และไม่สามารถลงสมัคร ส.ส. และเป็นรัฐมนตรีได้ตลอดชีวิต


นางนาที เป็นแกนนำคนสำคัญที่ทำให้พรรคภูมิใจไทยสามารถเจาะที่นั่ง ส.ส.เขตในภาคใต้มาได้มากถึง 8 ที่นั่ง


นอกจากนี้ผู้ที่ถูกมองว่าเป็นรัฐมนตรีตัวแทนก็มีเช่น นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม น้องชายนายเนวิน ชิดชอบ นายเทวัญ ลิปตพัลลภ รัฐมนตรีประจำวำนักนายกฯ น้องชายนายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ และนายอธิรัช รัตนเศรษฐ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ลูกชายนายวิรัช รัตนเศรษฐ ซึ่งผู้เป็นพ่อยังมีคดีเกี่ยวกับเรื่องการทุจริตการก่อสร้างสนามฟุตซอล ที่ตอนนี้อยู่ที่ ป.ป.ช. และข้อกล่าวหาในอดีตในคดีโครงการผักสวนครัวรั้วกินได้ ทำให้กระทบกับภาพลักษณ์หากจะมาเป็นรัฐมนตรี ส่งผลให้นายอธิรัฐ กลายมาเป็นรัฐมนตรีที่อายุน้อยที่สุดในรัฐบาลชุดนี้ คือ อายุเพียง 35 ปี




รัฐมนตรีหน้าใหม่


ในรัฐมนตรีทั้งหมด 36 คน (รวมนายกฯ) มีมาจาก 6 พรรคการเมือง คือ พลังประชารัฐ ซึ่งรวมโควต้านายกฯและคนใกล้ชิด 18 คน พรรคประชาธิปัตย์ 7 คน ซึ่งเท่ากับพรรคภูมิใจไทย พรรคชาติไทยพัฒนา 2 คน พรรครวมพลังประชาชาติไทย และพรรคชาติพัฒนา พรรคละ 1 คน


ในจำนวนรัฐมนตรีทั้งหมด มีผู้ที่เพิ่งมาเป็นรัฐมนตรีครั้งแรก 14 คน ได้แก่

1.นายเทวัญ ลิปตพัลลภ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี

2.นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา

3.ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์

4.นางสาวมนัญญา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์

5.นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม

6.นายอธิรัฐ รัตนเศรษฐ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม

7.นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัล

8.นายวีรศักดิ์ หวังศุภกิจโกศล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์

9.นายนิพนธ์ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย

10.หม่อมราชวงศ์จัตุมงคล โสณกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน

11.นายอิทธิพล คุณปลื้ม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม

12.นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ

13.นางกนกวรรณ วิลาวัลย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ

14.นายสาธิต ปิตุเตชะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข



รัฐมนตรีหน้าเก่า


ขณะเดียวกันก็มีรัฐมนตรีหน้าเก่าที่อยู่ร่วมในรัฐบาลประยุทธ์ 1 ด้วย ทั้งหมด 9 คน ได้แก่

1.พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี

2.นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี

3.นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี

4.พลเอก ชัยชาญ ช้างมงคล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม

5.นายอุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง

6.นายดอน ปรมัตถ์วินัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ

7.นายสุวิทย์ เมษินทรีย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา

8.นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน

9.พลเอก อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย



โดยส่วนใหญ่อยู่ในตำแหน่งเดิม ยกเว้น นายอุตตม เดิมเคยอยู่กระทรวงดีอีและกระทรวงอุตสาหกรรม นายสนธิรัตน์ เดิมอยู่กระทรวงพาณิชย์ นายสุวิทย์ เดิมเป็นรัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ และ พล.อ.ประวิตร ที่เดิมควบ รมว.กลาโหมด้วย


รัฐมนตรีเคยอยู่กับทักษิณ

นอกจากนี้ก็มีรัฐมนตรีจำนวน 6 คน ที่เคยเป็นรัฐมนตรีในรัฐบาลของฝ่ายทักษิณ ด้วย ได้แก่

1.นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี

2.นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี

3.นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข

4.นายสันติ พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง

5.นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม

6.นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม



“บิ๊กตู่” ควบกลาโหม


หลังให้ “พี่ใหญ่แห่งบูรพาพยัคฆ์” พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ นั่งตำแหน่งรองนายกฯ ควบ รมว.กลาโหมมา 5 ปีเต็ม ครั้งนี้ พล.อ.ประยุทธ์ มานั่งควบตำแหน่งนี้เอง ซึ่งก็เป็นไปตามที่ พล.อ.ประวิตร บอกก่อนหน้านี้ว่า “พอแล้ว เป็นมา 8 ปี พอแล้ว” โดยก่อนหน้านี้ พล.อ.ประวิตร เคยเป็น รมว.กลาโหม มา 3 ปี ในช่วงรัฐบาลอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ระหว่างปี 2551-2554


แม้ พล.อ.ประวิตร จะพยายามบอกว่าที่ถอยจากตำแหน่ง รมว.กลาโหม มานั่งรองนายกฯตำแหน่งเดียวเพราะ สุขภาพแย่แล้ว ไม่ไหวแล้ว แต่อีกด้านก็ต้องยอมรับเป็นการลดบทบาท พล.อ.ประวิตร ลง และเพื่อลดแรงต้านจากสังคมที่มีต่อตัว “บิ๊กป้อม” ซึ่งที่ผ่านมามีประเด็นให้ถูกโจมตีในหลายเรื่อง แต่ถ้าจะให้ถึงขนาดเอา พล.อ.ประวิตร ออกจาก ครม.เลยก็คงเป็นไปไม่ได้ เพราะตราบใดที่ “บิ๊กตู่” ยังอยู่ในเวทีการเมือง ก็จำเป็นต้องมี “บิ๊กป้อม” คอยช่วยประคับประคอง ช่วยเติมเต็มในส่วนที่ “บิ๊กตู่” ขาด โดยเฉพาะความสัมพันธ์กับบรรดานักการเมือง


“ผู้กองธรรมนัส” เหนียว


ประเด็นสำคัญในพาดหัวหนังสือพิมพ์เกี่ยวกับรายชื่อครม.ประยุทธ์2 ที่ปรากฏมาวันนี้ คือ การที่มีชื่อ “ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า” อยู่ด้วย แม้จะถูกโยกไปเป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรฯ ไม่ได้เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานอย่างที่มีข่าวก่อนหน้านี้ก็ตาม



ถ้าย้อนกลับไปก่อนหน้า เคยมีกระแสข่าวว่า ร.อ.ธรรมนัส จะไปเป็นรัฐมนตรีว่าการการกระทรวงการดิจิทัลเพื่อเศรษรฐกิจและสังคม หรือกระทรวงดีอี แต่ทันทีที่มีข่าวออกมาก็มีกระแสลบจน ร.อ.ธรรมนัส ต้องถอย และผลักดันน้องชาย คือ “อัครา พรหมเผ่า” ออกมาแทน แต่ตอนหลัง อัครา ก็ขอถอนตัวท่ามกลางกระแสข่าวว่าจะมี กอบศักดิ์ ภูตระกูล หรือ พุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ มานั่งกระทรวงนี้ (สุดท้ายเป็นพุทธิพงษ์)


ช่วงนั้นเหมือน ร.อ.ธรรมนัส จะหลุดไปจากโผ ครม.แล้ว แต่จู่ๆ ในโค้งสุดท้ายชื่อเขาก็กลับเข้ามาในโผอีกครั้งว่าจะเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน จนทำให้ พล.อ.ประยุทธ์ ออกอาการ “โวยสื่อ” ว่าหากรายชื่อเปิดเผยออกมาแล้วไม่มี ร.อ.ธรรมนัสเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ใครจะรับผิดชอบ สื่อรับผิดชอบไหม ทำให้มีการเข้าใจว่าผู้กองธรรมนัส จะไม่ได้เป็นรัฐมนตรี

สำหรับผู้กองธรรมนัส เดิมเป็นขุนพลของฝ่ายทักษิณ เขาอยู่ทักษิณมาตั้งแต่สมัยพรรคไทยรักไทย จนล่าสุดในการเลือกตั้งปี 2557 เขาเป็นผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อของพรรคเพื่อไทย แต่การเลือกตั้งครั้งนี้ถูกฉกตัวมาอยู่กับพรรคพลังประชารัฐ เป็นประธานยุทธศาสตร์เลือกตั้งภาคเหนือ ซึ่งทำผลงานได้เข้าเป้า และทำหน้าที่เป็นมือเจรจาคนสำคัญคนหนึ่งในการจัดตั้งรัฐบาล


จุดที่ทำให้กระแสเกี่ยวกับตัวผู้กองธรรมนัสเหมือนจะติดลบ เนื่องจากเขาถูกมองว่าเป็นมาเฟีย ซึ่งเขาเคยพูดไว้ว่าเขาไม่ใช่มาเฟียแต่เป็นคนใจนักเลง และมีกรณีที่เขาเคยถูกศาลออสเตรเลียพิพากษาให้จำคุกในคดีเกี่ยวกับยาเสพติด


อย่างไรก็ตาม ในส่วนของคดีที่ออสเตรเลีย นายวิษณุ เครืองาม มือกฎหมายของรัฐบาล การันตีแล้วว่าไม่เป็นปัญหาเรื่องคุณสมบัติในการเป็นรัฐมนตรี  แต่จะกระทบเรื่องชื่อเสียง เกียรติยศ เรื่องความประพฤติ เรื่องมาตรฐานทางจริยธรรมหรือไม่ นายวิษณุ บอกว่า เป็นอีกเรื่องหนึ่ง



การเมือง

อ่านข่าวการเมืองทั้งหมด

APP ของเรา โหลดเลย!

Ch3Thailand

Ch3Thailand

Ch3Thailand Ch3Thailand
Mello Thailand

Mello Thailand

Mello Thailand Mello Thailand
Krobkruakao

Krobkruakao

Krobkruakao Krobkruakao

รายการข่าวย้อนหลัง

APPLICATIONS