Ch3Thailand Logo

ข่าว ข่าวด่วน ข่าวเด่น ข่าวสด ข่าววันนี้ ข่าวยอดนิยม ประเด็นร้อน กับ ครอบครัวข่าว3

เพื่อไทย จัดทัพ...ตื่นเต้น ตรงไหน?

หมวดข่าว:การเมือง

วันที่ 05 ก.ค. 62 เวลา 11:25:51 น.

จำนวนผู้ชม : 571

เพื่อไทย จัดทัพ...ตื่นเต้น ตรงไหน?
เพื่อไทย จัดทัพ...ตื่นเต้น ตรงไหน?เพื่อไทย จัดทัพ...ตื่นเต้น ตรงไหน?เพื่อไทย จัดทัพ...ตื่นเต้น ตรงไหน?


            วันที่ 12 กรกฎาคมนี้ จะมีการประชุมเพื่อเลือกหัวหน้าพรรคเพื่อไทยคนใหม่ ตอนนี้รู้กันหมดแล้วว่าใครจะมาเป็นหัวหน้าพรรคและเลขาธิการพรรค แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะไม่มีอะไรตื่นเต้นเลยในการเลือกผู้บริหารพรรคใหม่ครั้งนี้


            ก่อนอื่นต้องเข้าใจก่อนว่า สาเหตุสำคัญของการเปลี่ยนหัวหน้าพรรคใหม่ เพราะ พล.ต.ท.วิโรจน์ เปาอินทร์ หัวหน้าพรรคคนเดิมไม่ได้รับเลือกตั้งมาเป็น ส.ส. เพราะจากกติกาการเลือกตั้งใหม่ทำให้ครั้งนี้พรรคเพื่อไทยไม่ได้ ส.ส.บัญชีรายชื่อสักคน รวมทั้ง พล.ต.ท.วิโรจน์ ที่แม้จะอยู่ในอันดับ 1 ของบัญชีรายชื่อของพรรคแต่ก็ต้องสอบตกไปพร้อมกับแกนนำพรรคอีกหลายคน


            ขณะที่เงื่อนไขในรัฐธรรมนูญมาตรา 106 กำหนดไว้ชัดเจนว่าผู้ที่จะมาเป็น “ผู้นำฝ่ายค้าน” จะต้องเป็น “หัวหน้าพรรค” ของพรรคฝ่ายค้านที่ได้ ส.ส.มากที่สุดเท่านั้น


            นั่นคือ หัวหน้าพรรคที่ไม่ได้เป็น ส.ส.ไม่มีสิทธิเป็นผู้นำฝ่ายค้าน และ หัวหน้าพรรคฝ่ายค้านที่เป็น ส.ส.แต่ไม่ใช่พรรคที่มีเสียงมากที่สุดในปีกฝ่ายค้านก็เป็นผู้นำฝ่ายค้านไม่ได้ ซึ่งเป็นคำตอบว่าทำไมไม่ให้หัวหน้าพรรคฝ่ายค้านคนอื่น เช่น “ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ” หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ หรือ หัวหน้าพรรคคนอื่นๆมาเป็นผู้นำฝ่ายค้าน


            สำหรับชื่อผู้ที่จะมาเป็นหัวหน้าพรรคเพื่อไทยคนใหม่ คือ “สมพงษ์ อมรวิวัฒน์” ส.ส.เชียงใหม่



            ชื่อ “สมพงษ์” ที่ว่าจะเป็นหัวหน้าพรรคเพื่อไทยคนใหม่โผล่มาตั้งแต่หลังผลการเลือกตั้งออกมาว่าพรรคเพื่อไทยไม่ได้ ส.ส.บัญชีรายชื่อสักคน


            การเสนอชื่อ “สมพงษ์” ชิงตำแหน่งประธานสภาผู้แทนฯ กับนายชวน หลีกภัย เมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม ก็เป็นการยืนยันได้ระดับหนึ่งถึงการจะก้าวมาเป็นหัวหน้าพรรคของนายสมพงษ์


            ทำไมต้องเป็น “สมพงษ์”?

            ถามว่าทำไมต้องเป็น “สมพงษ์” ที่มาเป็นหัวหน้าพรรค ถ้าเอาคำตอบแบบตรงไปตรงมาก็ต้องบอกว่าเหตุผลสำคัญที่สุด เพราะสมพงษ์คือแกนนำสำคัญของหนึ่งของพรรคที่ “ทักษิณ” ไว้ใจ และได้เข้ามาเป็น ส.ส.


            แม้ที่เป็นทางการจะมีการปฏิเสธว่า ทักษิณ ไม่ได้เกี่ยวข้องกับการเลือกหัวหน้าพรรค แต่น่าจะเป็นเรื่องยากที่ผู้คนจะเชื่อ


            “สมพงษ์” เข้ามาอยู่กับทักษิณตั้พรรคไทยรักไทย โดยได้รับแต่งตั้งให้เป็นที่ปรึกษานายกฯช่วงปี 2544-2548


            หลังจากพรรคไทยรักไทยถูกยุบในปี 2559 และตั้งเป็นพรรคพลังประชาชน สมพงษ์ได้เป็นรองหัวหน้าพรรค เมื่อพรรคพลังประชาชนถูกยุบเมื่อปี 2551 สมพงษ์จึงถูกตัดสิทธิทางการเมืองไปด้วย


            หลังพ้นโทษแบนทางการเมือง เขาก็กลับมาอยู่กับพรรคเพื่อไทย


            ในช่วงยุทธการ “แตกแบงค์พัน” ของค่ายทักษิณ สมพงษ์ออกไปเป็นหัวหน้าพรรคเพื่อธรรม หนึ่งในพรรคเครือข่ายฝั่งทักษิณ แต่เมื่อชัดเจนว่าจะมีการใช้พรรคไทยรักษาชาติเป็นพรรคหลักในเกมแตกแบงค์พัน สมพงษ์จึงหวนกลับมาพรรคเพื่อไทยอีกครั้งและลงสมัคร ส.ส.เขตเชียงใหม่ เพื่อรักษาฐานที่มั่นของพรรค


            “อนุดิษฐ์” เลขาธิการพรรค


            ส่วนเลขาธิการพรรคนั้นน่าจะเป็น “อนุดิษฐ์ นาครทรรพ” คนสนิท “คุณหญิงหน่อย” สุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ จะได้มาเป็น สอดคล้องกับที่ “ภูมิธรรม เวชยชัย” เลขาธิการพรรคคนเดิมแสดงเจตนาว่าจะไม่ขอรับตำแหน่งเลขาธิการพรรคอีก





            แม้จะมีกระแสข่าวว่าคนในพรรค โดยเฉพาะปีก ส.ส.ภาคอีสานไม่เห็นด้วยกับการมาเป็นเลขาธิการพรรคของอนุดิษฐ์ แต่คำพูดสมพงษ์ ว่าที่หัวหน้าพรรคที่บอกว่า เชื่อว่าอนุดิษฐ์จะได้เป็นเลขาธิการพรรค อนุดิษฐ์มีความโดดเด่น ก็เป็นการการันตีในตัว


            เพื่อไทยจัดทัพใหม่ จับตาตรงไหน


            อย่างที่บอกว่าการจัดทัพของเพื่อไทยครั้งนี้ แม้จะรู้กันอยู่แล้วว่าใครจะมาเป็นหัวหน้าและเลขาธิการพรรค แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าไม่มีอะไรที่น่าตื่นเต้นอีกแล้ว


            ที่น่าสนใจ อย่างแรกคือ ครั้งนี้จะมีการตั้งคณะกรรมการบริหารพรรคมากถึง 29 คน จากเดิมมีอยู่เพียง 14 คน เพิ่มขึ้นเท่าตัว ถือเป็นการปรับยุทธศาสตร์ใหม่ เพราะเมื่อก่อนเคยมีประสบการณ์ว่าตั้งกรรมการบริหารพรรคจำนวนมากหลายสิบคน และส่วนใหญ่เป็นแกนนำคนสำคัญของพรรค เมื่อถูกยุบพรรคจึงถูกตัดสิทธิทางการเมืองไปด้วย หลังจากนั้นจึงลดจำนวนกรรมการบริหารพรรคลง


            อีกจุดที่ต้องจับตา คือ จะวางแกนนำคนสำคัญๆของพรรคไว้ตรงไหน


            เพราะนอกจากการวางยุทธศาสตร์เพื่อให้การทำงานในฐานะฝ่ายค้านให้มีประสิทธิภาพ ในขณะที่แกนนำคนสำคัญที่เคยเป็นตัวหลักในสภาไม่ได้เข้าไปเป็น ส.ส.ด้วยแล้ว ยังหมายถึงการให้ความสำคัญกับแกนนำของพรรคที่มีอยู่ด้วย ซึ่งไม่ใช่เฉพาะตำแหน่งในคณะกรรมการบริหารพรรคที่หลายคนคงยังไม่อยากมาเสี่ยง แต่หมายถึงตำแหน่งอื่นๆด้วย เช่น ตำแหน่งประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์พรรค ของคุณหญิงสุดารัตน์


            “ต้องไม่ลืมว่าตอนนี้ฝ่ายตรงข้ามก็ยังคงมีความพยายามที่จะสลายกำลังของพวกเรา การให้บทบาทให้ความสำคัญกับแกนนำ กับคนเก่าคนแก่ของพรรค ก็จะทำให้แผนที่จะทำให้พรรคเพื่อไทยเล็กลงของฝ่ายตรงข้ามทำได้ยาก แต่ถ้าออกมาว่าไม่ให้ความสำคัญกัน ก็จะง่ายในการถูกแยก ถูกดึงออกไป” แหล่งข่าวพรรคเพื่อไทยกล่าว


            จับตาการประชุมเพื่อเลือกหัวหน้าพรรคและคณะกรรมการบริหารพรรคเพื่อไทยในวันที่ 12 กรกฎาคม นี้ นอกจากสมพงษ์ เป็นหัวหน้าพรรค อนุดิษฐ์ เป็นเลขาธิการพรรค แกนนำคนอื่นๆจะอยู่ตรงไหนกันบ้าง??



การเมือง

อ่านข่าวการเมืองทั้งหมด

APP ของเรา โหลดเลย!

Ch3Thailand

Ch3Thailand

Ch3Thailand Ch3Thailand
Mello Thailand

Mello Thailand

Mello Thailand Mello Thailand
Krobkruakao

Krobkruakao

Krobkruakao Krobkruakao

รายการข่าวย้อนหลัง

APPLICATIONS