Ch3Thailand Logo

ข่าว ข่าวด่วน ข่าวเด่น ข่าวสด ข่าววันนี้ ข่าวยอดนิยม ประเด็นร้อน กับ ครอบครัวข่าว3

ภาคีการศึกษาไทย เสนอ 7 มิติเปลี่ยนการศึกษาไทย

หมวดข่าว:การเมือง

วันที่ 06 พ.ค. 61 เวลา 17:24:36 น.

จำนวนผู้ชม : 426

เสวนาถึงเวลาเปลี่ยนการศึกษาไทย เสนอ 7 มิติการเปลี่ยนแปลงตั้งแต่ครอบครัวจนถึงโรงเรียน ขณะที่อดีตนายกรัฐมนตรี เผยรัฐบาลไม่ใช่เจ้าของการศึกษา แต่การศึกษาเป็นของพ่อ-แม่เป็นหลัก ส่วนหน่วยงานต่างๆเป็นเพียงผู้อำนวยความสะดวก 

การเสวนาดังกล่าวจัดโดย ภาคีเพื่อการศึกษาไทย หรือ เทป (Thailand Education Partnership :TEP) นายสมเกียรติ ตั้งกิจวานิชย์ ประธานสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย หรือ ทีดีอาร์ไอ ได้กล่าวสรุปความเห็นจากการเสวนากับนักวิชาการ และตัวแทนทั้งจากหน่วยงานภาครัฐ และเอกชนเกี่ยวกับการศึกษา และเป็นผู้กล่าวข้อเสนอ 7 มิติแห่งการเปลี่ยนแปลง คือ เปลี่ยนระบบพัฒนาเด็กปฐมวัยให้สอดคล้องกับการพัฒนาเด็ก เปลี่ยนนักเรียนให้สามารถค้นพบศักยภาพและเป้าหมายของตนเอง เปลี่ยนครูให้เป็นผู้ค้นหาและส่งเสริมศักยภาพของเด็ก  เปลี่ยนโรงเรียนให้เป็นที่สร้างแรงบันดาลใจและการเรียนรู้  เปลี่ยนพ่อ-แม่ให้เป็นผู้สร้างโอกาสในการเรียนรู้  เปลี่ยนการศึกษาให้เชื่อมโยงกับพื้นที่  และ เปลี่ยนเขตพื้นที่การศึกษาให้เอื้อต่อการสร้างวัฒนธรรม

สำหรับการดำเนินงานเพื่อนำไปสู่เป้าหมายทั้ง 7 มิตินั้น อาทิ จัดทำหลักสูตรออนไลน์ส่งเสริมการเรียนรู้ให้พ่อแม่ ร่วมมือองค์กร หรือเครือข่ายแนะแนวเพื่อช่วยให้เด็กค้นพบตัวเอง  พัฒนาภาวะผู้นำของผู้อำนวยการโรงเรียน ร่วมกับ สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา ปรับมาตรฐานคุณวุฒิครุศาสตร์ให้เน้นวิชาชีพ และสนับสนุนการผลิตและพัฒนาครู  สร้างพลังให้เกิดการขับเคลื่อนในพื้นที่ทุกจังหวัด  และโน้มน้าวให้ภาครัฐให้อิสระกับโรงเรียนมากขึ้น เสริมการทดลองโรงเรียนรูปแบบใหม่ 

ทั้งนี้ นายสมเกียรติ ยังกล่าวอีกว่าไม่เกิน 1 ปี ประเทศไทยจะเข้าสู่บรรยากาศการเลือกตั้ง พรรคการเมืองต่างๆกำลังรคิดนโยบายด้านการศึกษา จึงมุ่งหวังว่า TEP จะเป็นส่วนหนึ่งที่ร่วมผลักดัน และเติมเต็มส่วนที่ขาด ขับเคลื่อนการศึกษาได้เป็นผลสำเร็จ

นอกจากนี้ นายอานันท์ ปันยารชุน อดีตนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ส่วนตัวให้ความสำคัญกับการศึกษามาตลอด เพราะได้เห็นทั้งจากพ่อ แม่ และโรงเรียนทั้งในไทยและต่างประเทศ จึงมีความเห็นว่า การศึกษาไม่มีใครเป็นเจ้าของ หากคิดว่าการศึกษาเป็นความรับผิดชอบของรัฐบาลนั้นผิด ประเทศไทยต้องปรับกระบวนการคิด (Mind set) ว่าการศึกษาเป็นของพ่อ-แม่เป็นหลัก ส่วนหน่วยงานต่างๆเป็นเพียงผู้อำนวยความสะดวก ไม่ใช่ผู้ควบคุมแต่เป็นผู้สนับสนุน ซึ่งทุกส่วนจะต้องรู้บทบาทที่แท้จริงของตัวเอง เพื่อให้การทำงานเป็นไปอย่างราบรื่น ส่วนการปฏิรูปการศึกษาไม่ควรกำหนดแผนที่ชัดเจนว่าจะต้องทำในกี่ปี เพราะการปฏิรูปการศึกษาต้องทำอย่างไม่มีวันสิ้นสุด

หลังจากนั้น ได้มีการถ่ายภาพร่วมกันขององค์กรเครือข่ายด้านการศึกษา และเขียนคำมั่นสัญญาร่วมกัน โดยอดีตนายกรัฐมนตรี เขียนว่า"อย่ากลัวการเปลี่ยนแปลง จงมีความสนุกกับการเปลี่ยนแปลง"ขณะที่นายแพทย์ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เขียนว่า"อยากเห็นว่าวันหนึ่งพ่อแม่จะไม่ต้องวิ่งหาโรงเรียนดีๆ ให้ลูก เพราะโรงเรียนใกล้บ้านดี เหมือนๆ กันหมด เท่ากัน"

การเมือง

อ่านข่าวการเมืองทั้งหมด

APP ของเรา โหลดเลย!

Ch3Thailand

Ch3Thailand

Ch3Thailand Ch3Thailand
Mello Thailand

Mello Thailand

Mello Thailand Mello Thailand
Krobkruakao

Krobkruakao

Krobkruakao Krobkruakao

รายการข่าวย้อนหลัง

ข่าวยอดนิยม

APPLICATIONS