Ch3Thailand Logo

ข่าว ข่าวด่วน ข่าวเด่น ข่าวสด ข่าววันนี้ ข่าวยอดนิยม ประเด็นร้อน กับ ครอบครัวข่าว3

ภาคีการศึกษาไทย เสนอ 7 มิติเปลี่ยนการศึกษาไทย

หมวดข่าว:การเมือง

วันที่ 06 พ.ค. 61 เวลา 17:24:36 น.

จำนวนผู้ชม : 368

เสวนาถึงเวลาเปลี่ยนการศึกษาไทย เสนอ 7 มิติการเปลี่ยนแปลงตั้งแต่ครอบครัวจนถึงโรงเรียน ขณะที่อดีตนายกรัฐมนตรี เผยรัฐบาลไม่ใช่เจ้าของการศึกษา แต่การศึกษาเป็นของพ่อ-แม่เป็นหลัก ส่วนหน่วยงานต่างๆเป็นเพียงผู้อำนวยความสะดวก 

การเสวนาดังกล่าวจัดโดย ภาคีเพื่อการศึกษาไทย หรือ เทป (Thailand Education Partnership :TEP) นายสมเกียรติ ตั้งกิจวานิชย์ ประธานสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย หรือ ทีดีอาร์ไอ ได้กล่าวสรุปความเห็นจากการเสวนากับนักวิชาการ และตัวแทนทั้งจากหน่วยงานภาครัฐ และเอกชนเกี่ยวกับการศึกษา และเป็นผู้กล่าวข้อเสนอ 7 มิติแห่งการเปลี่ยนแปลง คือ เปลี่ยนระบบพัฒนาเด็กปฐมวัยให้สอดคล้องกับการพัฒนาเด็ก เปลี่ยนนักเรียนให้สามารถค้นพบศักยภาพและเป้าหมายของตนเอง เปลี่ยนครูให้เป็นผู้ค้นหาและส่งเสริมศักยภาพของเด็ก  เปลี่ยนโรงเรียนให้เป็นที่สร้างแรงบันดาลใจและการเรียนรู้  เปลี่ยนพ่อ-แม่ให้เป็นผู้สร้างโอกาสในการเรียนรู้  เปลี่ยนการศึกษาให้เชื่อมโยงกับพื้นที่  และ เปลี่ยนเขตพื้นที่การศึกษาให้เอื้อต่อการสร้างวัฒนธรรม

สำหรับการดำเนินงานเพื่อนำไปสู่เป้าหมายทั้ง 7 มิตินั้น อาทิ จัดทำหลักสูตรออนไลน์ส่งเสริมการเรียนรู้ให้พ่อแม่ ร่วมมือองค์กร หรือเครือข่ายแนะแนวเพื่อช่วยให้เด็กค้นพบตัวเอง  พัฒนาภาวะผู้นำของผู้อำนวยการโรงเรียน ร่วมกับ สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา ปรับมาตรฐานคุณวุฒิครุศาสตร์ให้เน้นวิชาชีพ และสนับสนุนการผลิตและพัฒนาครู  สร้างพลังให้เกิดการขับเคลื่อนในพื้นที่ทุกจังหวัด  และโน้มน้าวให้ภาครัฐให้อิสระกับโรงเรียนมากขึ้น เสริมการทดลองโรงเรียนรูปแบบใหม่ 

ทั้งนี้ นายสมเกียรติ ยังกล่าวอีกว่าไม่เกิน 1 ปี ประเทศไทยจะเข้าสู่บรรยากาศการเลือกตั้ง พรรคการเมืองต่างๆกำลังรคิดนโยบายด้านการศึกษา จึงมุ่งหวังว่า TEP จะเป็นส่วนหนึ่งที่ร่วมผลักดัน และเติมเต็มส่วนที่ขาด ขับเคลื่อนการศึกษาได้เป็นผลสำเร็จ

นอกจากนี้ นายอานันท์ ปันยารชุน อดีตนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ส่วนตัวให้ความสำคัญกับการศึกษามาตลอด เพราะได้เห็นทั้งจากพ่อ แม่ และโรงเรียนทั้งในไทยและต่างประเทศ จึงมีความเห็นว่า การศึกษาไม่มีใครเป็นเจ้าของ หากคิดว่าการศึกษาเป็นความรับผิดชอบของรัฐบาลนั้นผิด ประเทศไทยต้องปรับกระบวนการคิด (Mind set) ว่าการศึกษาเป็นของพ่อ-แม่เป็นหลัก ส่วนหน่วยงานต่างๆเป็นเพียงผู้อำนวยความสะดวก ไม่ใช่ผู้ควบคุมแต่เป็นผู้สนับสนุน ซึ่งทุกส่วนจะต้องรู้บทบาทที่แท้จริงของตัวเอง เพื่อให้การทำงานเป็นไปอย่างราบรื่น ส่วนการปฏิรูปการศึกษาไม่ควรกำหนดแผนที่ชัดเจนว่าจะต้องทำในกี่ปี เพราะการปฏิรูปการศึกษาต้องทำอย่างไม่มีวันสิ้นสุด

หลังจากนั้น ได้มีการถ่ายภาพร่วมกันขององค์กรเครือข่ายด้านการศึกษา และเขียนคำมั่นสัญญาร่วมกัน โดยอดีตนายกรัฐมนตรี เขียนว่า"อย่ากลัวการเปลี่ยนแปลง จงมีความสนุกกับการเปลี่ยนแปลง"ขณะที่นายแพทย์ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เขียนว่า"อยากเห็นว่าวันหนึ่งพ่อแม่จะไม่ต้องวิ่งหาโรงเรียนดีๆ ให้ลูก เพราะโรงเรียนใกล้บ้านดี เหมือนๆ กันหมด เท่ากัน"

การเมือง

อ่านข่าวการเมืองทั้งหมด

APP ของเรา โหลดเลย!

Application Krobkruakao Android

Krobkruakao

Application Krobkruakao IOS Application Krobkruakao Android
Application Ch3Thailand Android

Ch3Thailand

Application Ch3Thailand IOS Application Ch3Thailand Android
Application 3LIVE Android

3Live

Application 3LIVE IOS Application 3LIVE Android

รายการข่าวย้อนหลัง

APPLICATIONS