Ch3Thailand Logo

ข่าว ข่าวด่วน ข่าวเด่น ข่าวสด ข่าววันนี้ ข่าวยอดนิยม ประเด็นร้อน กับ ครอบครัวข่าว3

ศาล รธน.วินิจฉัย พ.ร.บ.งบ 63 ไม่โมฆะ ให้ไปโหวต วาระ 2-3 ใหม่

หมวดข่าว:การเมือง

วันที่ 07 ก.พ. 63 เวลา 17:49:50 น.

จำนวนผู้ชม : 231

ศาล รธน.วินิจฉัย พ.ร.บ.งบ 63 ไม่โมฆะ ให้ไปโหวต วาระ 2-3 ใหม่


การประชุมตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อลงมติวินิจฉัย ในคดี ที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ทั้งฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาล เข้าชื่อขอให้ประธานสภาผู้แทนราษฎรส่งคำร้องให้ ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ว่ากระบวนการตราและเนื้อหา ร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2563 ขัดรัฐธรรมนูญ และ ส่งผลให้ตกเป็นโมฆะหรือไม่ กรณี มี ส.ส.เสียบบัตรแทนกันในการลงมติ ให้ความเห็นชอบร่างพระราชบัญญัติดังกล่าว

โดยศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาแล้วเห็นว่า คดีนี้ไม่มีประเด็นให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยเกี่ยวกับข้อความหรือเนื้อหาสาระของร่างพระราชบัญญัติ และไม่มีประเด็นเกี่ยวกับความผิดทางอาญา หรือทางจริยธรรมของ ส.ส.มีเพียงประเด็นที่ศาลรัฐธรรมนูญจะต้องวินิจฉัยเฉพาะเรื่องกระบวนการตราร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้เท่านั้น ศาลรัฐธรรมนูญโดยมติเสียงข้างมากวินิจฉัยว่า การกระทำโดยไม่สุจริตในการออกเสียงลงมติแทนผู้ที่ไม่ได้อยู่ร่วมประชุมนั้น เป็นการละเมิดหลักการพื้นฐานของการเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ที่ต้องปฏิบัติหน้าที่

โดยไม่อยู่ในอาณัติมอบหมายของผู้ใด และต้องปฏิบัติหน้าที่ด้วยความชื่อสัตย์สุจริต เพื่อประโยชน์ส่วนรวมของประเทศชาติและความผาสุกของประชาชนโดยรวม โดยปราศจากการขัดกันแห่งผลประโยชน์ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 114 ที่สมาชิกคนหนึ่งย่อมมีเสียงหนึ่งเสียงในการออกเสียงลงคะแนนตามรัฐธรรมนูญ และการออกเสียงลงคะแนนจะกระทำแทนกันมิได้ตามข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร

ข้อเท็จจริงในคดีนี้ปรากฏว่า ในการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณดังกล่าว เป็นการพิจารณาวาระที่2-3 ปรากฏการแสดงตนและลงมติของนายฉลอง เทอดวีระพงศ์ ส.ส.พัทลุง พรรคภูมิใจไทย และนายฉลองยอมรับว่า ไม่ได้อยู่ในที่ประชุมจริง แต่มีการใช้บัตรลงมติแทนกัน ย่อมมีผลเป็นการออกเสียงลงคะแนนที่ไม่สุจริต ทำให้ผลการลงดังกล่าวไม่สอดคล้องกับหลักนิติธรรมและไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ

อย่างไรก็ตาม กรณี ไม่ทำให้ ร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2563 ต้องถูกตีตกทั้งฉบับแบบเดียว กับร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมประเด็นที่มาของ ส.ว.ปี 2556 และ ร่างพระราชบัญญัติเงินกู้ 2 ล้านล้านบาท เมื่อปี 2557 เพราะพฤติการณ์แห่งคดี ครั้งนั้น

แตกต่างจากประเด็น พฤติการณ์ในคดีนี้ คือ
1.คดีนี้ไม่มีประเด็นเกี่ยวกับข้อความอันเป็นสาระสำคัญของร่างพระราชบัญญัติขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญแต่อย่างใด
2.คดีนี้มีปัญหาเฉพาะกระบวนการตราร่างพระราชบัญญัติเท่านั้น และกระบวนการก่อนลงมติในวาระ2 ก็ชอบด้วยรัฐธรรมนูญทุกประการ
3.กรณีนี้มีเหตุจำเป็นเร่งด่วนที่ประเทศชาติจะต้องได้กฎหมายฉบับนี้ไปช่วยแก้ปัญหาความล่าช้าและอุปสรรคในการเบิกจ่ายงบประมาณแผ่นดินอีกด้วย
จึงให้สภาผู้แทนราษฎรดำเนินการให้ถูกต้องเฉพาะลงมติในวาระที่2และวาระที่3 และให้เสนอร่างพระราชบัญญัติให้วุฒิสภาให้ความเห็นชอบอีกครั้งพร้อมทั้งให้สภาผู้แทนราษฎรรายงานผลการปฏิบัติตามคำบังคับต่อศาลรัฐธรรมนูญภายใน30 วันนับแต่วันที่ศาลมีคำวินิจฉัย

อย่างไรก็ตามคดีนี้ไม่มีประเด็นที่ศาลรัฐธรรมนูญจะต้องวินิจฉัยเกี่ยวกับความผิดทางอาญา หรือความผิดทางจริยธรรม ซึ่งบุคคลจะต้องรับโทษอย่างไรนั้น เป็นเรื่องที่ต้องไปดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

ส่วนอีกคำร้องที่ประธานสภาผู้แทนราษฎรส่งความเห็นของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร นำโดย พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส ขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย รวมทุกกรณีที่เกี่ยวข้องกับการเสียบบัตรแทนกัน ทั้ง กรณีนายฉลอง เทิดวีระพงศ์ ส.ส.พัทลุง พรรคภูมิใจไทย นางนาที รัชกิจประการ น.ส.ภริม พูลเจริญ ส.ส.สมุทรปราการ พรรคพลังประชารัฐ นายสมบูรณ์ ซารัมย์ ส.ส.บุรีรัมย์ พรรคภูมิใจไทย และ ส.ส.รายอื่นๆที่มีเข้าข่ายเสียบบัตรแทนกันด้วยนั้น เห็นว่า เหตุแห่งคำร้องดังกล่าวเป็นเหตุเตียวกันกับที่ศาลรัฐธรรมนูญได้มีคำวินิจฉัยไปในคดีนี้แล้ว จึงไม่มีเหตุจำเป็นต้องรับไว้พิจารณาวินิจฉัยให้อีก

ทั้งนี้ล่าสุด นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู่แทนฯ ได้บรรจุเรื่องนี้เข้าสู่วาระการประชุมสภา ในวันที่ 13 ก.พ.นี้ เวลา 9.30 น.

การเมือง

อ่านข่าวการเมืองทั้งหมด

APP ของเรา โหลดเลย!

Ch3Thailand

Ch3Thailand

Ch3Thailand Ch3Thailand
Mello Thailand

Mello Thailand

Mello Thailand Mello Thailand
Krobkruakao

Krobkruakao

Krobkruakao Krobkruakao

รายการข่าวย้อนหลัง

ข่าวยอดนิยม

APPLICATIONS