Ch3Thailand Logo

ข่าว ข่าวด่วน ข่าวเด่น ข่าวสด ข่าววันนี้ ข่าวยอดนิยม ประเด็นร้อน กับ ครอบครัวข่าว3

ตำรวจคาด คนร้ายจับเศรษฐีนี บีบบังคับบอกรหัสเอทีเอ็ม ก่อนฆ่าปิดปาก นำบัตรตระเวนกดเงิน 1.2 ล้าน

หมวดข่าว:ในประเทศ

วันที่ 28 ต.ค. 62 เวลา 18:16:56 น.

จำนวนผู้ชม : 8,199

  - จากกรณีเกิดเหตุฆาตกรรมโหดฆ่าเศรษฐีนียัดตู้เย็น โรยปูนทับเพื่ออำพรางศพ ในอาคารพานิชย์ ตั้งอยู่เลขที่ 90/3 หมู่ 3 ต.บ้านหลวง อ.จอมทอง จ.เชียงใหม่ ในที่เกิดเหตุได้พบศพหญิง 1 ราย ซึ่งคาดว่าน่าจะเป็น นางสาววรรณี จิรเจริญยิ่ง อายุ 58 ปี 4/1 หมู่ 4 ต.บางพลีใหญ่ อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ ซึ่งมาปฏิบัติธรรมที่วัดพระธาตุศรีจอมทอง และเป็นเจ้าของอาคารพานิชย์ที่เกิดเหตุ ซึ่งได้หายตัวไปตั้งแต่วันที่ 18 ต.ค. ที่ผ่านมา และพี่ชายไม่สามารถติดต่อได้ จึงได้เดินทางมาหา ก็มาพบศพ

ล่าสุด พลตำรวจตรี บัณฑิต ตุงคะเศรณี รอง ผู้บัญชาการตำรวจภูธร ภาค 5 พร้อมดัวยพันตำรวจเอกสุคนธ์ ศรีอรุณ รองผู้บังคับการตำรวจภูธร จังหวัดเชียงใหม่ ลงพื้นที่ตรวจสอบที่เกิดเหตุ เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ ให้น้ำหนักไปที่การฆ่าชิงทรัพย์ คนร้ายอาจจะเป็นคนใกล้ชิดของผู้ตาย เพราะทราบว่าผู้ตายอยู่บ้านลำพัง และมีเงินทองจำนวนมาก เนื่องจากผู้ตายทำธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ซื้อขายที่ดินในจังหวัดเชียงใหม่และใกล้เคียง มีรายได้ครั้งละหลายสิบล้านบาท จากการตรวจสอบที่เกิดเหตุพบว่าร่องรอยการต่อสู้ ขัดขืนมีค่อนข้างน้อย อย่างไรก็ตามนอกจากรถยนต์หรูของผู้ตายที่หายไปยังมีทรัพย์สินอื่นๆของผู้ตายก็หายไปด้วย เนื่องจากผู้ตายเข้าปฏิบัติธรรม มักจะถอดเครื่องประดับไว้ที่บ้าน ซึ่งนางสาววรรณี ผู้ตาย เป็นคนมีฐานะ ที่ผ่านมาได้บริจาคเงินทำบุญให้กับวัดพระธาตุศรีจอมทองกว่า 2 ล้านบาท รวมทั้งยังบริจาครถตู้หรูให้กับทางวัด และบริจาคเงินสร้างตึกอาพาธสงฆ์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ อีก 10 ล้านบาท รวมทั้งยังบริจาคเงินทำบุญช่วยเหลือบูรณะวัดต่างๆอีกหลายแห่ง ซึ่งอาจทำให้คนร้ายวางแผนฆ่าชิงทรัพย์ อย่างไรก็ตาม คดีนี้มีความคืบหน้าไปมากตอนนี้รอหลักฐานทุกอย่างให้ครบก่อน เชื่อว่าจะจับกุมคนร้ายได้แน่นอน



ขณะที่ พันตำรวจเอกสุคนธ์ ศรีอรุณ รองผู้บังคับการตำรวจภูธร จังหวัดเชียงใหม่ กล่าวว่า จากกาตรวจสอบที่เกิดเหตุ คาดว่าคนร้ายน่าจะลงมือฆ่าผู้ตายภายในบ้านพักเนื่องจากมีเพียงร่องรอยการรื้อค้นหาทรัพย์สินเท่านั้น และคาดว่าคนร้ายจะรู้จักผู้ตาย วันเกิดเหตุคนร้ายน่าจะมีไม่ต่ำกว่า 2 คน และมีการจับผู้ตายไว้แล้วอาจจะทำร้ายร่างกาย แล้วบีบบังคับให้บอกรหัสเอทีเอ็ม ก่อนที่คนร้ายจะได้รหัส เมื่อได้ทุกอย่างครบหมดแล้ว คนร้ายก็ได้ก่อเหตุฆ่าปิดปาก แล้วอำพรางศพ และคงมีการวางแผนมาเป็นอย่างดี เพราะมีการถอดเอากล้องวงจรปิดพร้อมอุปกรณ์ในบ้านที่เกิดเหตุไปด้วย และจากการตรวจสอบเรื่องทรัพย์สินของผู้ตาย ก็พบว่า หลังจากที่คนร้ายก่อเหตุไปแล้ว คนร้ายได้ขับรถยนต์ของผู้ตายวนเวียนไปมาระหว่างสามจังหวัดคือ เชียงราย เชียงใหม่ และลำปาง และ ในวันที่ 11 ต.ค. เวลาประมาณ 12.56 น. คนร้ายได้เอาบัตรเอทีเอ็มของผู้ตายไปกดเงินครั้งแรก ที่ตู้เอทีเอ็ม หน้าห้างมินิโลตัส สาขาฮอด และตระเวนกดเงินจากตู้เอทีเอ็มอีกหลายที่ทั้งในพื้นที่ จ.เชียงใหม่, เชียงราย และลำปาง ซึ่งคนร้ายน่าจะรู้เรื่องอาชญากรรมเป็นอย่างดี และรู้ว่าตู้เอทีเอ็มมีกล้องติดไว้ ขณะจะกดเงินก็จะใช้มือบังหน้ากล้องที่ตู้เอทีเอ็มไว้ตลอด และคนร้ายก็ได้นำรถยนต์บีเอ็มดับบลิว ของผู้ตายไปด้วย



ล่าสุดจากการตรวจสอบเส้นทางการเงินของผู้ตาย พบว่าในเช้าวันนี้ ได้มีการกดเงินออกจากตู้เอทีเอ็ม ในพื้นที่ จ.ระยอง ทางเจ้าหน้าที่เชื่อว่าคนร้ายน่าจะหลบหนีไปที่ จ.ระยอง แล้ว โดยบัตรเอทีเอ็มของผู้ตายมีหลายใบ มีอยู่ 1 บัญชี ที่คนร้ายได้กดเงินไป 1.2 ล้านบาท โดยรวมบัญชีเงินฝากของผู้ตายมีเงินฝากมากกว่า 40 ล้านกว่าบาท

ในประเทศ

อ่านข่าวในประเทศทั้งหมด

APP ของเรา โหลดเลย!

CH3 Plus

CH3 Plus

CH3 Plus CH3 Plus

รายการข่าวย้อนหลัง

ข่าวยอดนิยม

APPLICATIONS