Ch3Thailand Logo

ข่าว ข่าวด่วน ข่าวเด่น ข่าวสด ข่าววันนี้ ข่าวยอดนิยม ประเด็นร้อน กับ ครอบครัวข่าว3

พิพากษายืนยกฟ้อง “พรชนก” ฆ่าผัวญี่ปุ่น หวังเอาเงินประกัน

หมวดข่าว:ในประเทศ

วันที่ 27 มิ.ย. 62 เวลา 14:02:13 น.

จำนวนผู้ชม : 818

ที่ห้องพิจารณา 807 ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก วันที่ 27 มิ.ย.62  เวลา 10.00 น. ศาลนัดอ่านคำพิพากษาอุทธรณ์ภาค 1 คดีฆ่าสามีญี่ปุ่น หมายเลขดำ อ.4571/2560 ที่พนักงานอัยการจังหวัดสมุทรปราการ เป็นโจทก์ ยื่นฟ้อง  นายสมชาย แก้วบางยาง  อายุ 52 ปี อาชีพรับจ้าง และ นางพรชนก ไชยะปะ  อายุ 52 ปี อาชีพธุรกิจส่วนตัว ซึ่งเคยเป็นภรรยา ของนายสมชาย โดยทั้งสองเป็นชาวสมุทรปราการ เป็นจำเลยที่ 1-2 ต่อศาลจังหวัดสมุทรปราการ

ในความผิดฐานร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน กรณีที่ นายคาซิโตชิ ทานากะ อายุ 57 ปี สามีชาวญี่ปุ่นของนางพรชนก เสียชีวิตจากการตกบันได เมื่อปี 2546 ซึ่งระหว่างการพิจารณาคดีทั้งสองถูกคุมขังในเรือนจำ

โดยศาลจังหวัดสมุทรปราการ ซึ่งเป็นศาลชั้นต้น ได้มีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 16 มี.ค.61 ให้ลงโทษ  นายสมชาย แก้วบางยาง  จำเลยที่ 1 ฐานฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา ให้จำคุกตลอดชีวิต  โดยให้การเป็นประโยชน์ ลดโทษเหลือจำคุก 33 ปี 4 เดือน โดยให้ยกฟ้องนางพรชนก  จำเลยที่ 2 เนื่องจากพยานหลักฐานโจทก์ยังมีข้อสงสัยตามสมควร

ต่อมา อัยการโจทก์ ยื่นอุทธรณ์คดี ซึ่งระหว่างพิจารณานั้น จำเลยทั้งสองถูกคุมขังอยู่ในเรือนจำ และเนื่องจากปัจจุบัน นางพรชนก  จำเลยที่ถูกคุมขังอยู่ในทัณฑสถานหญิงกลาง ในคดีอื่นด้วย จึงมีการเบิกตัวจำเลยที่ 2 มาฟังคำพิพากษาที่ศาลอาญา ซึ่งใกล้เคียงพื้นที่

โดยศาลอุทธรณ์ภาค 1 ตรวจสำนวนประชุมปรึกษาหารือกันแล้ว ข้อเท็จจริงที่คู่ความไม่ได้โต้แย้ง รับฟังได้เป็นที่ยุติว่าตามวัน เวลาเกิดเหตุตามฟ้อง นายสมชาย  จำเลยที่ 1 ฆ่านายคาซิโตชิ ทานากะ ผู้ตาย ด้วยการผลักผู้ตาย ตกลงไปที่บันไดแล้ว ใช้มือกดลำคอจนเป็นเหตุให้ถึงแก่ความตาย

จึงมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของโจทย์ว่าจำเลยทั้งสองร่วมกันฆ่าผู้ตายโดยไตร่ตรองไว้ก่อนหรือไม่ ซึ่งในชั้นสอบสวน นายสมชาย จำเลยที่ 1 รับสารภาพถึงข้อเท็จจริงดังกล่าวโดยไม่มีพยานหลักฐานอื่นประกอบว่าร่วมกันวางแผนก่อนเกิดเหตุ หรือ นายสมชาย จำเลยที่ 1 นั่งรอดูผู้ตายเดินออกจากห้องเป็นเวลาถึง 4-5 ชั่วโมงตามคำให้การ

ซึ่งมูลเหตุจูงใจในการฆ่าที่ให้การไว้ ก็คงมีเพียงเรื่องที่ถึงหึงหวงผู้ตายกับ นางพรชนก  จำเลยที่ 2 ที่ขึ้นไปนอนพร้อมกันเท่านั้น ไม่ปรากฏว่าจำเลยที่ 1 ทราบเรื่องเงินที่ทำประกันของผู้ตายแต่อย่างใด

ดังนั้นพยานหลักฐานที่โจทก์นำสืบจึงมีความสงสัยตามสมควรว่า จำเลยที่ 1 กระทำโดยไตร่ตรองไว้ก่อนหรือไม่ จึงต้องยกประโยชน์แห่งความสงสัยนี้ให้จำเลยที่ 1 ตามประมวลวิธีพิจารณาความอาญา ( ป.วิ อาญา) มาตรา 227 วรรคสอง

ส่วน  นางพรชนก จำเลยที่ 2 ก็ไม่ปรากฏว่า โจทก์มีพยานหลักฐานมาแสดงให้เห็นว่ามีส่วนร่วมกับ นายสมชาย  จำเลยที่ 1 ในการฆ่าผู้ตายอย่างไร ซึ่งข้อเท็จจริงตามบันทึกคำให้การชั้นสอบสวนของ นายสมชาย  จำเลยที่ 1 ก็ปรากฏเพียงว่าหลังจากจำเลยที่ 1 ฆ่าผู้ตายแล้วได้ไปเรียกจำเลยที่ 2 จากที่ห้องนอน แล้วจำเลยที่ 2 ก็เรียกให้คนช่วย ขณะที่จำเลยที่ 2 ให้การปฏิเสธโดยตลอดว่าไม่มีส่วนร่วมกับจำเลยที่ 1 ในการกระทำผิด

ส่วนที่โจทก์นำสืบถึงมูลเหตุจูงใจว่า  นางพรชนก  จำเลยที่ 2 จะได้รับเงินจากการประกันชีวิตจากผู้ตายนั้นโจทก์ก็ไม่มีหลักฐานว่า จำเลยที่ 2 ทราบเรื่องการทำประกันชีวิตของผู้ตายก่อนเกิดเหตุหรือมีหลักฐานเป็นลายลักษณ์อักษรว่าจำเลยที่ 2 ได้รับเงินที่ได้จากการประกันชีวิตของนายคาซิโตชิ ทานากะ ผู้ตายมาแล้ว

หรือหากจำเลยที่ 2 ได้รับเงินจากประกันชีวิตของผู้ตายจริงก็อาจเป็นเพียงการรับเงินตามสิทธิ์ตามที่กฎหมายกำหนดให้เป็นผู้รับประโยชน์ไว้ก็เป็นได้ แม้การที่จำเลยที่ 2 ไม่ให้คนใกล้ชิดเล่าเรื่องจำเลยที่ 1 อยู่ในที่เกิดเหตุให้คนอื่นฟังก็อาจเพียงต้องการช่วยเหลือ  นายสมชาย จำเลยที่ 1 ซึ่งเคยอยู่กินฉันสามีมาก่อนเพื่อไม่ให้ต้องรับโทษจากที่ทราบหรือสงสัยว่าจำเลยที่ 1 ฆ่าผู้ตายในภายหลังก็เป็นได้ อีกทั้งยังเป็นการสั่งห้ามในวันถัดมา ไม่ใช่ห้ามในวันเกิดเหตุทันที

ตามทางนำสืบของโจทก์ จึงยังไม่พอยืนยันว่า นางพรชนก  จำเลยที่ 2 มีส่วนร่วมในการฆ่าผู้ตายพยานหลักฐานโจทก์ที่นำสืบมาในส่วนของจำเลยที่ 2 จึงมีความสงสัยตามสมควรว่าร่วมกับจำเลยที่ 1 ฆ่าผู้ตายหรือไม่ จึงยกประโยชน์ตาม ป.วิ อาญา มาตรา 227 วรรคสอง

โดยโจทก์มีเพียงพยานหลักฐานที่นำสืบมาเป็นพยานแวดล้อม อีกทั้งยังไม่อาจยืนยันข้อเท็จจริงได้ชัดแจ้งโดยปราศจากความสงสัย ดังนั้นที่ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า พยานโจทก์ที่นำเสนอมายังมีความสงสัยตามสมควร

สำหรับจำเลยที่ 1 ฐานกระทำการโดยไตร่ตรองไว้ก่อนตามฟ้องหรือไม่นั้น และจำเลยที่ 2 ร่วมกับจำเลยที่ 1 ฆ่าผู้ใดหรือไม่ แล้วศาลชั้นต้น พิพากษาลงโทษ  นายสมชายจำเลยที่ 1 เฉพาะความผิดฐานฆ่าผู้อื่น ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 228

และยกฟ้องจำเลยที่ 2 มานั้น  ศาลอุทธรณ์ภาค 1 เห็นพ้องด้วย อุทธรณ์ของโจทก์ฟังไม่ขึ้น จึงพิพากษายืน


ในประเทศ

อ่านข่าวในประเทศทั้งหมด

APP ของเรา โหลดเลย!

Ch3Thailand

Ch3Thailand

Ch3Thailand Ch3Thailand
Mello Thailand

Mello Thailand

Mello Thailand Mello Thailand
Krobkruakao

Krobkruakao

Krobkruakao Krobkruakao

รายการข่าวย้อนหลัง

APPLICATIONS