Ch3Thailand Logo

ข่าว ข่าวด่วน ข่าวเด่น ข่าวสด ข่าววันนี้ ข่าวยอดนิยม ประเด็นร้อน กับ ครอบครัวข่าว3

ศาลสั่งประหารชีวิต “อ้อแอ้” ขนยาอีรูปการ์ตูนข้ามทวีป

หมวดข่าว:ในประเทศ

วันที่ 13 มิ.ย. 62 เวลา 11:50:19 น.

จำนวนผู้ชม : 1,728

ศาลสั่งประหารชีวิต      “อ้อแอ้”    ขนยาอีรูปการ์ตูนข้ามทวีป

วันที่ 13 มิ.ย.62 เวลา 09.30 น.ที่ห้องพิจารณา 912 ศาลอาญา นัดพิจารณาคดีหมายเลขดำ อย.1883/2561 ที่ พนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดียาเสพติด 10 เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง น.ส.อัมพิกา หรืออ้อแอ้ ปะติตัง อายุ 26 ปี ชาว, น.ส.วรารัตน์ หรือแอ๋ม จันทมาส อายุ 26 ปี และนายทรงพล ทมิยะ อายุ 34 ปี  เป็นจำเลยที่ 1-3

ในฐานความผิดร่วมกันนำเข้ายาอี(3,4 เมทิลลีน ไดออกซิเมทแอมเฟตามีน)ซึ่งเป็นยาเสพติดให้โทษประเภท 1 เข้ามาในราชอาณาจักรเพื่อจำหน่ายฯ ร่วมกันมียาอีไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายและสมคบกันตั้งแต่สองคนขึ้นไป เพื่อกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดตาม พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522

โดยอัยการยื่นฟ้องเมื่อวันที่ 1 มิ.ย.2561 ระบุพฤติการณ์สรุปว่า ระหว่างวันที่ 4-8 มี.ค.2561 จำเลยทั้งสามได้สมคบกันตั้งแต่สองคนขึ้นไปเพื่อกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดให้โทษประเภท 1

โดยจำเลยร่วมตกลงวางแผนแบ่งหน้าที่กันทำ ร่วมกันออกเงินซื้อยาอีจากประเทศเนเธอร์แลนด์เพื่อมาจำหน่ายให้กับลูกค้าในประเทศไทย โดยจำเลยที่ 1-2 ทำหน้าที่เก็บรักษา ครอบครองและขนลำเลียงยาอีเข้ามา

โดยเมื่อวันที่ 8 มี.ค.2561 จำเลยที่ 1-2 ได้เดินทางผ่านมาทางสนามบินสุวรรณภูมิซึ่งนำเอายาอี จำนวน 5,731 เม็ด น้ำหนัก 2.658 กิโลกรัม ที่บรรจุในกล่องอาหารสัตว์ซุกซ่อนในกระเป๋าเป้สะพายหลังที่ใส่ไว้ในกระเป๋าเดินทาง เข้ามาในประเทศเพื่อจำหน่ายให้ลูกค้า

โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจได้จับกุมจำเลยที่ 1-2 ขณะนำยาเสพติดเข้ามาในราชอาณาจักร ส่วนจำเลยที่ 3 เจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมได้ตามหมายจับ เมื่อวันที่ 11 มี.ค.2561

ชั้นพิจารณา น.ส.อัมพิกา จำเลยที่ 1 ให้การรับสารภาพ ส่วน น.ส.วรารัตน์ และนายทรงพล จำเลยที่ 2-3 ให้การปฏิเสธ โดยระหว่างพิจารณาคดีในชั้นศาล จำเลยทั้งสาม ไม่ได้รับการประกันตัว ซึ่งถูกคุมขังอยู่ในทัณฑสถานหญิงกลางและทัณฑสถานบำบัดพิเศษกลาง

ศาลพิเคราะห์พยานหลักฐานที่นำสืบในคดีแล้ว โจทก์มีเจ้าหน้าที่ตำรวจ 2 นาย ซึ่งเป็นชุดจับกุมมาเบิกความถึงรายละเอียดการจับกุมสอดคล้องต้องกันว่า ก่อนจะจับกุมจำเลยที่ 1 ได้ที่สนามบินสุวรรณภูมิ เจ้าหน้าที่ตำรวจได้จับกุมหญิงคนหนึ่งชื่อลูกเกด ซึ่งมียาเสพติดไว้ในครอบครองในจำนวนนั้นมียาอีส่วนหนึ่ง

เมื่อสอบสวนขยายผลทราบว่าได้ติดต่อซื้อยาอีจาก น.ส.อัมพิกา จำเลยที่ 1 ผ่านโปรแกรมแชทไลน์ เมื่อตรวจสอบการสนทนาพบว่า จำเลยที่ 1 แจ้งว่าจะนำยาอีจากประเทศเนเธอร์แลนด์มาในราชอาณาจักรเพื่อจำหน่ายให้

จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ติดตามพฤติการณ์ของจำเลยที่ 1 โดยตรวจสอบกับ ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง ในการเดินทางเข้า-ออกประเทศ จนทราบข้อมูลว่าจำเลยที่ 1 กำลังจะกลับเข้ามาในประเทศไทย

เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงไปที่สนามบินสุวรรณภูมิเพื่อติดตามดูพฤติการณ์ ก็พบว่าจำเลยที่ 1 เดินทางมาพร้อมกับจำเลยที่ 2 โดยช่วงที่ไปรับกระเป๋าเดินทางก็มีท่าทางระแวดระวัง ระหว่างนั้น จำเลยที่ 1 ได้นำกระเป๋าเป้สะพายลายทหารออกจากกระเป๋าเดินทางมาสะพายหลัง แล้วเดินออกมา

ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้สะกดรอยตามพร้อมแสดงตัวเพื่อตรวจค้นและจับกุม โดยการตรวจค้นกระเป๋าพบยาอีซุกซ่อนปะปนอยู่ในอาหารแมวที่ใส่ไว้ในกล่องอาหาร

โดยในชั้นสอบสวนจำเลยที่ 1 รับว่าได้ร่วมกับจำเลยที่ 2-3 นำเงินมาซื้อยาอี จากประเทศเนเธอร์แลนด์ ซึ่งจำเลยที่ 1-2 ลงทุนคนละ 100,000 บาท จำเลยที่ 3 จำนวน 80,000 บาท ขณะที่การเดินทางก็จะแวะเปลี่ยนเครื่องที่ดูไบ ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ขอหมายจับจำเลยที่ 3 และจับกุมตัวได้เมื่อวันที่ 11 มี.ค.2561

เมื่อพิจารณาคำเบิกความพยานโจทก์ ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ปฏิบัติหน้าที่ขณะจับกุมแล้วเชื่อว่า เบิกความตามข้อเท็จจริงที่ได้รู้เห็นซึ่งเบิกความสอดคล้องกันเป็นขั้นเป็นตอน เมื่อนำมารับฟังประกอบคำรับสารภาพของจำเลยที่ 1 แล้ว ฟังได้โดยปราศจากข้อสงสัย น.ส.อัมพิกา จำเลยที่ 1 กระทำผิดตามฟ้อง

ส่วน น.ส.วรารัตน์ จำเลยที่ 2 แม้ในชั้นสอบสวน น.ส.อัมพิกา จำเลยที่ 1 จะให้ว่าร่วมลงทุนด้วยกันแต่คำเบิกความนั้นก็เป็นลักษณะพยานบอกเล่าที่จะต้องนำสืบและรับฟังร่วมกันพยานอื่น ซึ่งโจทก์ไม่มีพยานอื่นคงมีเพียงข้อมูลที่พบว่าจำเลยที่ 2 เดินทางร่วมมากับจำเลยที่ 1

โดยชั้นพิจารณาจำเลยที่ 2 ให้การปฏิเสธระบุว่า ชั้นสอบสวนจำเลยที่ 2 ให้การเกี่ยวกับข้อมูลตนเองเท่านั้นไม่ได้มีข้อมูลเกี่ยวกับยาเสพติด ซึ่งชั้นนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจก็ไม่ได้อ่านบันทึกคำให้การให้จำเลยที่ 2 ฟัง พยานหลักฐานโจทก์ในส่วนของจำเลยที่ 2 นี้จึงยังมีเหตุสงสัยตามสมควรจึงยกประโยชน์แห่งความสงสัยให้จำเลยที่ 2

เช่นเดียวกับ นายทรงพล จำเลยที่ 3 ที่คงได้ความเพียงว่า จำเลยที่ 3 เคยร่วมเดินทางกับจำเลยที่ 1 ช่วงเดือน ก.ค.2560 เท่านั้น แต่ก็ไม่มีการดำเนินการจับกุมในขณะนั้น

ตามพยานหลักฐานที่โจทก์นำสืบมาจึงรับฟังได้เฉพาะ น.ส.อัมพิกา จำเลยที่ 1 ว่า  นำเข้ายาอี ซึ่งเป็นยาเสพติดให้โทษประเภท 1 เข้ามาในราชอาณาจักรเพื่อจำหน่ายฯ และมียาอีไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย อันเป็นการกระทำกรรมเดียวผิดกฎหมายหลายบท และพ.ร.บ.มาตการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พ.ศ.2534 ให้ลงโทษบทหนักสุดฐานนำเข้ายาอี เข้ามาจำหน่ายให้ประหารชีวิต จำเลยให้การรับสารภาพลดโทษให้กึ่งหนึ่งคงจำคุกไว้ตลอดชีวิตและให้ริบของกลางไว้ทั้งหมด 

ส่วน น.ส.วรารัตน์ และ นายทรงพล จำเลยที่ 2-3 พิพากษาให้ยกฟ้อง โดยยกประโยชน์แห่งความสงสัยให้จำเลยทั้งสอง ตามประมวลวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 227 วรรคสอง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า คดีดังกล่าว สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 13 มี.ค.2561  ตำรวจปราบปรามยาเสพติด ได้แถลงข่าวจับกุมจำเลยทั้ง 3 คน ในข้อหาลักลอบจำหน่ายยาอีชนิดใหม่รูปตัวการ์ตูนดังกล่าว ซึ่งนำมาจากประเทศเนเธอร์แลนด์ โดยเป็นที่นิยมในหมู่นักเรียน นักศึกษา เมื่อเสพเข้าไปจะออกฤทธิ์ให้มีความรู้สึกเพลิดเพลินและกระตุ้นอารมณ์ทางเพศ นับว่าเป็นอันตรายอย่างยิ่ง และถือเป็นเรื่องภัยคุกคามทางเพศกำลังแพร่ระบาดอยู่ในเมืองไทย


ในประเทศ

อ่านข่าวในประเทศทั้งหมด

APP ของเรา โหลดเลย!

Ch3Thailand

Ch3Thailand

Ch3Thailand Ch3Thailand
Mello Thailand

Mello Thailand

Mello Thailand Mello Thailand
Krobkruakao

Krobkruakao

Krobkruakao Krobkruakao

รายการข่าวย้อนหลัง

ข่าวยอดนิยม

APPLICATIONS