Ch3Thailand Logo

ข่าว ข่าวด่วน ข่าวเด่น ข่าวสด ข่าววันนี้ ข่าวยอดนิยม ประเด็นร้อน กับ ครอบครัวข่าว3

ดราม่า หนุ่มลูกครึ่งญี่ปุ่นรักษาลูคีเมีย กลับติดเชื้อ HIV รพ.ดังชี้แจง พร้อมรับผิดชอบทุกกรณี

หมวดข่าว:ในประเทศ

วันที่ 10 พ.ค. 62 เวลา 09:18:19 น.

จำนวนผู้ชม : 447

ครอบครัวหนุ่มลูกครึ่งญี่ปุ่น วัย 24 ปี เปิดใจกรณีเข้ารับการรักษาอาการป่วยลูคีเมีย ที่โรงพยาบาลเอกชนชื่อดัง ด้วยวิธีการให้เลือดทำให้ติดเชื้อ HIV

โดยแม่เผยว่า ลูกชายป่วยโรคมะเร็งเม็ดเลือดขาว หรือลูคีเมีย ตั้งแต่ 9 ขวบ พาไปรักษาที่รพ. หมดค่ารักษาไปเกือบ 7 ล้านบาท ต้องรักษาโดยให้เกล็ดเลือดและเพิ่มเลือด แต่จู่ๆก็มีอาการทรุด และหมอวินิจฉัยว่าพบเชื้อ HIV 

ด้านพี่ชายเผยว่า รู้สึกแย่ ไม่อยากฟ้องรพ. หรือ เอาเงิน เรายอมปิดเรื่องนี้ โดยตอนคุยกัน มีคนของสภากาชาด รพ. มาคุย บอกจะรักษาน้องตลอดชีวิต รับผิดชอบทุกอย่าง เราก็ยอม ไม่ติดใจอะไรต่อ เพียงแต่ไม่ให้น้องรู้เรื่อง ก็ไม่ได้ทำสัญญาเป็นเอกสารอะไรกับรพ. ก็ตกลงกันเท่านั้น

ทางแม่และพี่ชาย ได้ปิดเรื่องเป็นความลับมานาน เพราะกลัวลูกคิดสั้น ฆ่าตัวตาย และอาการทรุด ขณะที่ลูกชายร่ำไห้ บอกว่า ผมต้องมีอะไรผิดปกติ เพราะพฤติกรรมครอบครัวผมเปลี่ยนไปหมด คิดว่าเขารังเกียจผม เคยคิดจะฆ่าตัวตาย รู้มาตลอด แต่ไม่กล้าถาม จะหนีด้วยการเล่นเกม ฟังเพลง ดูหนัง คุยกับเพื่อน

ทั้งนี้หลังพบว่าติดเชื้อ รพ.ก็รักษาตามอาการ และก็ใช้ประกันทางญี่ปุ่น ปีละ 7 แสน เนื่องจากพ่อของน้อง ทำงานบริษัทญี่ปุ่น มีประกันให้ครอบครัว

จากนั้นชีวิตพลิก เมื่อบริษัทประกันทราบเรื่อง ก็ไม่รับประกันให้อีก จากที่ครอบครัวเคยมี ตอนนี้เกิดปัญหา พ่อไปทำงานที่เวียดนาม 3 ปี ขาดการติดต่อไปเลย จากที่ก่อนหน้านี้แต่งงานมา 22 ปี อยู่ที่ญี่ปุ่นด้วยกัน

ทั้งนี้มีช่วงที่ไม่ได้ไปรักษา ที่รพ. เพราะทาง รพ. บอกว่า ต้องไปหาประวัติมา เนื่องจากเปลี่ยน ผอ. แล้ว ทำให้ไม่มีประวัติคนไข้ ขาดการรักษาต่อเนื่อง ซึ่งที่หายไปได้รักษาสมุนไพร 2-3 ปี เพราะทานยา รพ. แล้วมีผลข้างเคียง ซึ่งตอนที่ รพ. บอกว่าจะรับผิดชอบ ก็ไม่ได้ทำสัญญาตกลงอะไรกัน ตอนนี้ รพ. กลับบอกให้ไปรักษา 30 บาท ถ้าไม่ไหว ยังไง ค่อยมาที่รพ.ทางครอบครัวจึงอยากให้ รพ. กลับมารักษา และรับผิดชอบกับสิ่งที่เกิดขึ้น

ในเวลาต่อมา ฝ่ายสื่อสารองค์กร โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ ออกแถลงการณ์ชี้แจงเรื่องดังกล่าว โดยระบุว่า จากกรณีที่รายการข่าวช่องหนึ่งได้ทำการเผยแพร่ข่าว “หนุ่มวัย 24 ปี รักษามะเร็งที่โรงพยาบาลดังกลับได้รับเชื้อ HIV” เมื่อวันที่ 8 พ.ค.ที่ผ่านมา เมื่อเวลาประมาณ 20.53 น. ซึ่งมีการรายงานข้อมูลของผู้ป่วยและปรากฏภาพโลโก้ของโรงพยาบาลฯ บนเอกสารผู้ป่วยตามที่มีการเผยแพร่ในรายงานข่าวนั้น

โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ได้ทำการตรวจสอบแล้ว ขอชี้แจงว่าบุคคลในภาพข่าวนั้นเป็นผู้ป่วยของโรงพยาบาล และโรงพยาบาลฯได้รับผู้ป่วยรายดังกล่าวเข้ารับการรักษาอาการโรคมะเร็งเม็ดเลือดขาว เริ่มจากปี พ.ศ.2547 คือเมื่อ 15 ปีก่อน

เพื่อเป็นการปกป้องสิทธิของผู้ป่วย โรงพยาบาลฯไม่สามารถเปิดเผยข้อมูลประวัติการรักษาผู้ป่วยรายดังกล่าวได้ แต่ขอถือโอกาสนี้ชี้แจงข้อเท็จจริง เพื่อแสดงถึงจุดยืนในการให้การรักษาและการเยียวยาแก่ผ้ปู่วย ตามหลักมนุษยธรรมที่โรงพยาบาลฯ ได้ปฏิบัติตลอดระยะเวลายาวนานที่ผ่านมา

1.ข้อปฏิบัติในการให้เลือด โรงพยาบาลฯ มีข้อปฏิบัติในการรับเลือดจากศนูย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย เพื่อให้การรักษาแก่ผ้ปู่วย ด้วยเป็นสถาบันที่มีการคัดเลือกและตรวจเลือดผ้บูริจาคตามมาตรฐาน ระดับประเทศ และระดับสากล มีมาตรการคัดกรองผ้บูริจาคโลหิตด้วยแบบสอบถามและซักประวัติพฤติกรรมความเสี่ยง มีการตรวจทางห้องปฏิบัติการด้วยวิธีซีโรโลยี่ ด้วยน้ำยาที่มีความไวสูงสุด และตรวจด้วยวิธี Nucleic acid amplification test (NAT)

ดังนั้นผลิตภัณฑ์เลือดจะมีความปลอดภัยสูง ผ่านการตรวจคัดกรองการติดเชื้อต่างๆ รวมถึงการตรวจคัดกรองเชื้อ HIV ด้วย ในช่วงปี พ.ศ.2547 ซึ่งผู้ป่วยรายนี้เข้ารับการรักษาทางศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติฯ ได้ใช้เทคโนโลยีการตรวจคัดกรองเลือดผู้บริจาคที่มีประสิทธิภาพสูงด้วยเทคนิค NAT ที่สามารถตรวจพบสารพันธุกรรมของเชื้อไวรัส ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่ใช้มาถึงปัจจุบัน

แต่อย่างไรก็ตาม การตรวจคัดกรองการติดเชื้อในเลือดยังมีข้อจำกัด กรณีที่ผู้บริจาคเพิ่งได้รับเชื้อเข้ามาใหม่ ซึ่งในเลือดจะมีปริมาณเชื้อไม่มากพอที่จะตรวจพบได้ด้วยวิธีใดๆ (Window period) จึงอาจทำให้ผู้ป่วยได้รับเชื้อเหล่านี้ แต่โอกาสที่จะเกิดขึ้นนั้นมีน้อยมาก

ทั้งนี้จะเห็นได้ว่าทางโรงพยาบาลต่างๆ ล้วนมีข้อปฏิบัติในการให้ผู้ป่วยรับทราบถึงความเสี่ยงในการติดเชื้อจากการได้รับเลือด ซึ่งรวมถึงเชื้อ HIV ด้วย แล้วจึงลงนามยินยอมรับการให้เลือดเพื่อการรักษาที่จำเป็น

2.เรื่องการดูแลรักษาเพื่อเยียวยาตามหลักมนุษยธรรม โรงพยาบาลฯ รู้สึกเสียใจอย่างยิ่ง กับสิ่งที่เกิดขึ้นกับผู้ป่วยรายดังกล่าว และยึดมั่นในการดูแลให้ความช่วยเหลือตามหลักมนุษยธรรม มาตลอดระยะเวลากว่า 10 ปีที่ผ่านมา ไมว่าจะเป็นการช่วยเหลือค่าดูแลรักษาเรื่อง HIV และอาการข้างเคียงอื่นๆ อันเป็นผลจากเชื้อ HIV โดยปรากฏในประวัติย้อนหลังผู้ป่วย ตั้งแต่วันแรกที่เข้ารับการรักษา เป็นจำนวนเงินกว่า 7 หลักรวมการเข้ารักษาทั้งหมดจนถึงปัจจุบัน 266 ครั้ง

ทั้งนี้ เป็นไปตามหลักการการบริบาลด้วยความเอื้ออาทรแก่ผ้ปู่วยที่โรงพยาบาลฯ ยึดมั่นมาตลอดกว่า 38 ปีของการดำเนินงาน โรงพยาบาลฯ ขอแสดงความเสียใจต่อเหตกุารณ์ที่เกิดขึ้นและมีความเห็นใจต่อตัวผู้ป่วยตลอดจน ครอบครัวที่ได้รับผลกระทบจากกรณีดังกล่าว

ทั้งนี้ โรงพยาบาลฯ ขอถือโอกาสนี้ ยืนยันที่จะให้การดูแลรักษา ผู้ป่วยรายนี้เป็นอย่างดีที่สุดต่อไป รวมถึงการพิจารณาให้ความช่วยเหลือเพิ่มเติมในด้านอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับการรักษาพยาบาลตามหลักคุณธรรมและมนุษยธรรมอย่างเหมาะสมต่อไป

ในประเทศ

อ่านข่าวในประเทศทั้งหมด

APP ของเรา โหลดเลย!

Ch3Thailand

Ch3Thailand

Ch3Thailand Ch3Thailand
Mello Thailand

Mello Thailand

Mello Thailand Mello Thailand
Krobkruakao

Krobkruakao

Krobkruakao Krobkruakao

รายการข่าวย้อนหลัง

ข่าวยอดนิยม

APPLICATIONS