Ch3Thailand

ข่าว ข่าวด่วน ข่าวเด่น ข่าวสด ข่าววันนี้ ข่าวยอดนิยม ประเด็นร้อน กับ ครอบครัวข่าว3

ศาลสั่งจำคุก 26 ปี “พระครูกิตติฯ” ในคดีฟอกเงินทอนวัด

หมวดข่าว:ในประเทศ

วันที่ 18 เม.ย. 62 เวลา 15:28:10 น.

จำนวนผู้ชม : 825



    วันนี้ 18 เม.ย. 2562 ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง นัดฟังคำพิพากษา คดีฟอกเงินงบประมาณสำนักงานพระพุทธศาสนา หรือเงินทอนวัด โดยอัยการเป็นโจทก์ยื่นฟ้องนายสมเกียรติ ขันทอง หรือ อดีตพระครูกิตติ พัชรคุณ อดีตเจ้าอาวาสวัดลาดแค และอดีตเจ้าคณะอำเภอชนแดน จังหวัดเพชรบูรณ์ ในความผิดฐานร่วมกันกับนายนพรัตน์ เบญจวัฒนานันท์ อดีตผู้อำนวยการสำนักพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ที่ดำรงตำแหน่งระหว่างปี 2555 - 2557 ที่ขณะที่อยู่ระหว่างหลบหนี ฟอกเงินทอนวัดต่างๆในพื้นที่จังหวัดเพชรบูรณ์,นครสวรรค์ ,ตาก และชุมพร โดยอดีตพระครูกิตติ พัชรคุณ ที่ยังคงสมจีวรพระ เดินทางมารับฟังคำพิพากษาตามนัดหมาย

   

    ตั้งแต่ช่วงเช้าในเวลาประมาณ 6:00 นาฬิกา โดยศาลพิเคราะห์พยานหลักฐานข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่าจำเลยได้ร่วมกับนายนพรัตน์ ที่ได้จัดสรรงบสำนักพระพุทธศาสนามาให้กับ 12 วัดใน จังหวัดเพชรบูรณ์ นครสวรรค์  ตาก และชุมพร โดยแต่ละวัดไม่ได้ทำคำของบแต่อย่างใด แต่นายนพรัตน์ ให้นำบัญชีของวัดมาเพื่อจะโอนเงินให้แต่ละวัดนับล้านบาท โดยเมื่อโอนเงินแล้วให้แต่ละวัดโอนเงินกลับส่งคืนให้จำเลย เพื่อส่งต่อให้นายนพรัตน์ โดยอ้างว่าจะนำไปให้วัดจังหวัดชายแดนภาคใต้ ทั้งที่ไม่มีการนำไปดำเนินการดังกล่าวจริง และได้นำมาแบ่งปันกัน และบางส่วนจำเลยนำมาให้จ่ายส่วนตัว เช่นที่อ้างว่าได้พาพระและสามเณรไปแสวงบุญที่ประเทศอินเดีย ซึ่งการกระทำนั้นเป็นการจัดสรรงบโดยมิชอบและหลักเกณฑ์ที่สำนักพุทธศานายึดถือปฏิบัติ ซึ่งปกติงบที่จะใช้บูรณะปฏิสังขรวัดจะต้องมีคำขอจากวัด ไม่ใช่สำนักพุทธศาสนาดำเนินการจัดสรร ซึ่งการที่จำเลยอ้างว่าเข้าใจว่าการที่มีเจ้าหน้าที่สำนักพุทธศาสนามาแจ้งและรับเงินคืน แต่งชุดราชการและนั่งรถตู้ตราสัญลักษณ์ จึงเชื่อว่าเป็นการจัดสรรงบโดยชอบนั้น เป็นการกล่าวอ้างง่ายเกินไป เพราะจำเลยได้รับการแต่งตั้งเป็นพระชั้นปกครอง ย่อมทราบถึงระเบียบหลักเกณฑ์ที่ได้ปฏิบัติมา จะอ้างวิธีการคนหมู่มากนำมาปฏิบัติใช้นั้นก็ย่อมจะไม่ชอบ ซึ่งขณะกระทำผิดจำเลยเป็นเจ้าคณะอำเภอถือเป็นเจ้าพนักงานตาม พ.ร.บ.คณะสงฆ์ฯ ก็จะต้องรับโทษ 2 เท่า

   จึงพิพากษาว่า การกระทำของจำเลยเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ.2542 โดยให้ลงโทษทุกกระทง กระทงละ 3 ปี ทั้งหมด 13 กระทง จำคุกรวม 39 ปี แต่จำเลยนำสืบมีประโยชน์อยู่บ้าง ลดโทษให้กระทงละ 1 ใน 3 คงจำคุก 26 ปี ส่วนคำขออื่นให้ยก โดยทนายความของพระครูกิตติฯ ได้เปิดเผยสั้นๆว่าขณะนี้กำลังเตรียมคำร้องและหลักทรัพย์เพื่อจะยื่นขอประกันตัวสู้คดีในชั้นอุทธรณ์ทั้งนี้ภายหลัง ศาลมีคำพิพากษาแล้ว เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ ก็ได้ควบคุมตัว 'พระครูกิตติฯ' จำเลยไปยังห้องคุมขังชั้นใต้ถุนศาล ระหว่างรอฟังผลการขอประกันตัวสู้คดีชั้นอุทธรณ์ 

**แฟ้มภาพ

ในประเทศ

อ่านข่าวในประเทศทั้งหมด

APP ของเรา โหลดเลย!

CH3 Plus

CH3 Plus

CH3 Plus Application IOSCH3 Plus Application AndroidCH3 Plus Application Huawei

รายการข่าวย้อนหลัง

APPLICATIONS