Ch3Thailand Logo

ข่าว ข่าวด่วน ข่าวเด่น ข่าวสด ข่าววันนี้ ข่าวยอดนิยม ประเด็นร้อน กับ ครอบครัวข่าว3

พ่อแฮปปี้โผกอดเด็กลูกครึ่งตกตึก ซื้อเตียงเพิ่มรอรับลูกไปอยู่ด้วย พร้อมต่อสู้เพื่อสิทธิ์เลี้ยงดูให้ถึงที่สุด

หมวดข่าว:ในประเทศ

วันที่ 10 เม.ย. 62 เวลา 10:40:12 น.

จำนวนผู้ชม : 1,476

จากกรณีสองพี่น้องเด็กลูกครึ่งไทย-สวิส ที่รอดชีวิตจากเหตุตกตึก น้องลูก้า อายุ 11 ปี และน้องดีดี้ อายุ 12 ปี หนีออกจากบ้านเพื่อไปหาพ่อ ซึ่งเด็กระบุว่าไม่อยากอยู่กับแม่เนื่องจากโดนแม่ทำร้ายร่างกายบ่อย ก่อนที่ทั้งคู่จะอยู่ในความดูแลของเจ้าหน้าที่กรมคุ้มครองเด็ก พม. ขณะที่จากการตรวจร่างกายไม่พบรอยบาดแผล หรือรอยฟกช้ำที่เกิดจากการถูกทำร้ายร่างกายรุนแรงนั้น

ทั้งนี้เด็กๆยังไม่พร้อมที่จะเจอกับผู้เป็นแม่ โดยจะรอผู้เป็นพ่อกลับมาจากต่างประเทศก่อน ซึ่งล่าสุดนายมาร์เซล เลออง โบเรล พ่อน้องลูก้าและน้องดีดี้ เดินทางเข้าพบลูกๆแล้ว ในช่วงเช้าวานนี้ (9 เม.ย.)

ต่อมาผู้สื่อข่าวเรื่องเล่าเช้านี้เดินทางไปยังบ้านพักหลังใหม่ที่นายมาร์เซลอาศัยอยู่กับแฟนใหม่ ย่านรามคำแหง พร้อมให้สัมภาษณ์ว่า ตนได้พบลูกๆเป็นครั้งแรกในรอบ 5 ปี นาทีที่พบกัน ลูกๆยิ้มและโผเข้ามากอดตน ถือว่าเป็นวันที่วิเศษที่สุด ตนมีความสุขมาก ซึ่งตนหวังมาตลอดว่าพวกเขาจะมีความสุขและได้กลับมาหาตนอีกครั้ง และเนื่องจากไม่ได้เจอกันนานจึงทำให้มีหลายเรื่องที่ได้พูดคุยกัน โดยตนได้ซื้อของฝากจากออสเตรเลียมาให้เด็กๆด้วย

ที่ผ่านมาตนเป็นอาจารย์สอนภาษาอยู่ที่โรงเรียนเซนต์เทเรซา มาเกือบ 10 ปี โดยเมื่อ 5 ปีก่อน ขณะที่ยังอยู่กินกับแม่ของเด็กที่บ้านพักในซอยมิสทีน มีช่วงหนึ่งที่แม่ของเด็กต้องเข้ารับการบำบัดยาเสพติด พอเสร็จสิ้นการบำบัดกลับมา แม่ของเด็กก็ยังไม่เลิกยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด ตนจึงขอแยกทาง และขอเลี้ยงดูลูกๆ โดยให้แม่ของเด็กไปอยู่ที่อื่น แต่สามารถมาเยี่ยมลูกๆ ได้

ต่อมาวันหนึ่ง แม่ของเด็กกลับพาลูกๆหนีตนไป และไม่ยอมให้ตนพบลูกๆ อีก ตลอดระยะเวลาหลังจากนั้น ตนยังคงเฝ้ารอการกลับมาของลูกๆอยู่ที่บ้านหลังเดิมในซอยมิสทีน แต่ในวันนี้ ตนได้ย้ายมาอยู่ที่บ้านหลังใหม่แล้ว และเตรียมพร้อมทุกอย่างเพื่อต้อนรับลูกๆ กลับสู่อ้อมอกของตนอีกครั้ง

ทันทีที่ทราบข่าวว่าลูกๆหนีออกจากบ้านมาตามหา ตนถึงกับช็อคและน้ำตาไหล แทบไม่อยากจะเชื่อในสิ่งที่ได้ยิน โดยขณะนั้นตนอยู่ที่ประเทศออสเตรเลีย เพื่อทำงานพิเศษเนื่องจากเป็นช่วงปิดเทอม ตนจึงเร่งทำงานอย่างหนักเพื่อที่จะได้กลับมาเจอลูกๆ โดยเร็ว

นายมาร์เซลยังเล่าอีกว่า ก่อนหน้านี้ที่ยังอยู่ด้วยกันกับแม่ของเด็ก ตนเห็นเด็กถูกแม่ตีด้วยไม้แขวนเสื้อเป็นประจำ เวลาที่ทำอะไรไม่ได้ดั่งใจ จนตนถึงกับบอกแม่ของเด็กว่า หากยังใช้ไม้แขวนเสื้อตีลูกอีก ตนก็จะใช้ไม้แขวนเสื้อตีแม่ของเด็กคืนบ้าง

ส่วนที่มีกระแสข่าวบอกว่าตนก็ตีลูกเหมือนกัน ซ้ำยังตีแรงกว่าแม่ของเด็กอีกด้วย ขอยืนยันว่าไม่เป็นความจริง ที่ผ่านมาไม่เคยตีลูกเลยแม้แต่ครั้งเดียว ซึ่งเรื่องนี้สามารถถามจากเด็กๆได้

สำหรับกระบวนการต่อสู้เพื่อแย่งสิทธิ์ในการเลี้ยงดูบุตร ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนการประเมินความพร้อมและความสามารถในการเลี้ยงดูของทั้งสองฝ่าย ซึ่งเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องจะทำการประเมินในช่วงหลังสงกรานต์ โดยขณะนี้เด็กๆจะต้องอยู่ในความดูแลของเจ้าหน้าที่กรมคุ้มครองเด็ก พม. ต่อไปก่อน ซึ่งตนจะไปขอเข้าพบลูกๆ ในช่วงประมาณ 10 โมงทุกวัน เพื่อพูดคุยและซื้อสิ่งของที่อยากได้ไปให้

นายมาร์เซลเสริมว่า ตนมีความพร้อมที่จะต่อสู้ในเรื่องนี้อย่างเต็มที่ โดยพร้อมที่จะให้ความรักความอบอุ่น และอบรมสั่งสอนลูกๆ ซึ่งลูกๆ ควรได้รับความสุข ได้เรียนหนังสือ ได้ไปเที่ยวในที่ที่อยากไป ได้รับทุกอย่างเหมือนที่เด็กคนอื่นได้รับ ในส่วนของแม่เด็กนั้นตนไม่อยากพูดถึงและไม่อยากข้องเกี่ยวด้วยแล้ว อยากจะทำอะไรก็ทำ แต่ตนจะไม่ยอมให้มาทำร้ายลูกอีก ยอมรับว่ามีความกังวลกับขั้นตอนการต่อสู้อยู่บ้าง เนื่องจากก่อนหน้านี้ ตนเคยต่อสู้เรื่องนี้มาเป็นเวลานาน แต่ท้ายสุดก็ยังไม่ได้รับสิทธิ์ในการเลี้ยงดู อย่างไรก็ตามตนยังเชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรม และจะต่อสู้ให้ถึงที่สุดไม่ว่าจะเหนื่อยแค่ไหน

ต่อมา นายมาร์เซล ได้พาผู้สื่อข่าวเข้าเก็บภาพบรรยากาศภายในบ้าน ที่มีการเตรียมความพร้อมไว้สำหรับต้อนรับเด็กๆ โดยมีการซื้อเตียงเพิ่มสำหรับให้เด็กนอน กลางบ้านมีการตั้งรูปถ่ายของน้องคนัธชา และน้องชนิดา ที่เสียชีวิตจากเหตุตกตึก พร้อมด้วยบรรดาของเล่นต่างๆ อีกด้วย

ส่วนน.ส.รัตติกาล แม่ของเด็ก บอกกับผู้สื่อข่าวว่า จะไปเข้าพบลูกๆ ในช่วงเช้าทุกวันเช่นกัน

ในประเทศ

อ่านข่าวในประเทศทั้งหมด

APP ของเรา โหลดเลย!

Ch3Thailand

Ch3Thailand

Ch3Thailand Ch3Thailand
Mello Thailand

Mello Thailand

Mello Thailand Mello Thailand
Krobkruakao

Krobkruakao

Krobkruakao Krobkruakao

รายการข่าวย้อนหลัง

APPLICATIONS