Ch3Thailand Logo

ข่าว ข่าวด่วน ข่าวเด่น ข่าวสด ข่าววันนี้ ข่าวยอดนิยม ประเด็นร้อน กับ ครอบครัวข่าว3

พ่อเด็กลูกครึ่งตกตึก เตรียมกลับไทยทำเรื่องขอเลี้ยงดู หลังรู้ข่าวลูกโดนแม่ทำร้ายต้องหนีออกจากบ้าน เด็กยันไม่กลับไปหาแม่อีก

หมวดข่าว:ในประเทศ

วันที่ 01 เม.ย. 62 เวลา 08:59:18 น.

จำนวนผู้ชม : 3,160

จากกรณีมีโพสต์ประกาศตามหาน้องลูก้า อายุ 11 ขวบ และน้องดีดี้ อายุ 12 ปี สองพี่น้องลูกครึ่งที่รอดชีวิตจากเหตุตกตึกชั้น 4 ต่อมามีผู้พบและแจ้งเบาะแสว่าอยู่แถวบ้านเก่าของผู้เป็นพ่อชาวสวิสฯ นำส่งกองกำกับการสวัสดิภาพเด็กและสตรี (กก.ดส.)

เบื้องต้นเด็กทั้งคู่ยอมรับว่าได้หลบหนีออกจากบ้านที่อาศัยอยู่กับแม่เนื่องจากโดนทำร้ายร่างกายบ่อย ก่อนที่ต่อมาทั้งคู่จะอยู่ในความดูแลของเจ้าหน้าที่กรมคุ้มครองเด็ก พม. โดยไม่พร้อมที่จะเจอกับผู้เป็นแม่ โดยจะรอผู้เป็นพ่อกลับมาจากทำงานต่างประเทศประมาณวันที่ 8 เม.ย. นั้น 

ล่าสุด เมื่อวานนี้ (31 มี.ค.)  นายสมคิด สมศรี อธิบดีกรมกิจการเด็กและเยาวชน เปิดเผยว่า สภาพจิตใจเด็กก็ถือว่าดีขึ้นกว่าตอนรับมา เพียงแต่ไม่อยากกลับไปอยู่กับผู้เป็นแม่ ขณะนี้ได้ติดต่อไปทางพ่อเด็ก ที่ทำงานอยู่ที่ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ได้แล้ว โดยระบุว่าจะกลับมารับตัวเด็กในวันที่ 8 เม.ย.

ทั้งนี้ ได้ให้เด็กพูดคุยกับพ่อเป็นที่เรียบร้อย ทำให้สภาพจิตใจเด็ก ดีมากขึ้นไปอีก ในส่วนของแม่เด็ก ตอนนี้ยังไม่อนุญาตให้เข้าพบกับเด็ก แต่จะอนุญาตให้เข้าพบพร้อมทั้งพ่อและแม่ หลังจากที่ทุกฝ่ายพร้อม ซึ่งในการพูดคุยจะมีทั้งสหวิชาชีพ พม. เจ้าหน้าที่ตำรวจ ดส. รวมถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ร่วมกันพูดคุยหาทางออกที่ดีที่สุดว่าเด็กสมควรจะไปอยู่กับใคร ทั้งนี้ทั้งนั้นจะเอาตัวเด็กทั้ง 2 คนเป็นที่ตั้ง

ขณะที่ นายรณสิทธิ์ พฤษยาชีวะ ประธานมูลนิธิรณสิทธิ์ช่วยเหลือเด็กและสตรี ในฐานะผู้ประสานงานช่วยเหลือเด็กทั้งคู่ เปิดเผยว่า หลังจากพบเด็กทั้งคู่ตามที่ได้รับแจ้งซึ่งมีชาวบ้านแถวบ้านพักของพ่อย่านซอยมิสทีนให้การดูแลเบื้องต้น ส่วนสาเหตุเท่าที่พูดคุยเด็กทั้งคู่บอกว่าเพราะโดนแม่ทำร้ายร่างกายเป็นประจำ โดยเฉพาะบริเวณที่เป็นแผลจากอุบัติเหตุครั้งก่อนที่ขาหักและดามเหล็กไว้ ก็พบว่าผู้เป็นแม่จงใจถีบในจุดนั้น

และไม่ช่วยทำแผลจนผ่านไปกว่า 1 ปี แผลเด็กยังไม่หายและมีน้ำหนอง นอกจากนี้ยังมีคำพูดที่ทำร้ายจิตใจหลายอย่างทำให้ตัดสินใจหลบหนีจากบ้าน โดยนั่งรถจักรยานยนต์มาส่งปากซอย ก่อนจะเดินเท้าเป็นเวลาประมาณ 2 ชั่วโมงจนถึงบ้านของผู้เป็นพ่อแต่ก็ไม่พบว่ามีใครอยู่บ้าน

นายรณสิทธิ์ กล่าวต่อว่า จากที่พบตามตัวเด็กมีบาดแผลจากอุบัติเหตุครั้งก่อน ส่วนบาดแผลหรือรอยฟกช้ำต้องให้เจ้าหน้าที่นำไปตรวจร่างกายอย่างละเอียด ตอนที่เจอน้องบอกว่าเป็นห่วงกลัวแม่จะมาเจอ ทำให้เจ้าหน้าที่ พม. ยังไม่อนุญาตให้แม่พบเจอเด็กทั้งสอง นอกจากนี้ยังมีประเด็นที่เด็กเล่าว่าพบซองยาที่อาจเป็นยาเสพติด ซึ่งตอนนี้ก็ยังไม่สามารถฟันธงได้ต้องให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเพื่อความชัดเจน

กรณีนี้เด็กทั้งคู่เป็นเหยื่อของความขัดแย้งของผู้ใหญ่ ตนอยากจะมุ่งเน้นให้เจ้าหน้าที่ทำให้น้องเขากลับมามีทั้งพ่อและแม่เหมือนเดิม เพราะน้องเขาต้องการทั้งสองคน ซึ่งจากที่พูดคุยเขายังรักแม่ เขารักพ่อ แต่เขาบอกว่าไม่อยากถูกทำร้าย ซึ่งก็เป็นเรื่องที่เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องจะต้องดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป

ขณะที่ทีมข่าวเรื่องเล่าเช้านี้ ได้พูดคุยกับเพื่อนของพ่อเด็กทั้งสองคนทางโทรศัพท์กับคุณหนึ่ง บอกว่า ปกติพ่อเด็กทำงานและพักอยู่ที่ประเทศไทยทำงานเป็นครูสอนภาษา แต่ช่วงปิดเทอมได้เดินทางไปทำงานที่ประเทศออสเตรเลียและจะกลับมาประมาณวันที่ 7-8 เม.ย. นี้ ซึ่งก่อนหน้านี้ก็ทราบเรื่องมาตั้งแต่แรกที่น้องทั้งสองคนหายไปจนพบตัว ซึ่งขณะนี้ได้ให้ทนายความเตรียมเอกสาร เพื่อจะยื่นขอรับเด็กมาเลี้ยงเป็นการชั่วคราวตามที่เด็กต้องการและแจ้งจ่อเจ้าหน้าที่ ทั้งนี้ก็ต้องอยู่ที่ดุลยพินิจของเจ้าหน้าที่ด้วย แต่พ่อเด็กยืนยันว่ามีความพร้อม

คุณหนึ่ง กล่าวต่อว่า ส่วนก่อนหน้านี้ที่มีการไกล่เกลี่ยที่ศาลเรื่องสิทธิ์การเลี้ยงดู ซึ่งแม่เด็กเป็นคนเลี้ยงดูแต่จะยินยอมให้พ่อเด็กพบกับเด็กได้สัปดาห์ละ 1 ครั้งจำนวน 1 ชั่วโมง แต่ทุกครั้งที่พ่อไปแม่เด็กก็จะเปลี่ยนที่นัดเจอเรื่อยๆ จนเมื่อพบเด็กก็ไม่ได้พูดคุยกัน เพราะเด็กถูกแม่บังคับให้แต่ก้มหน้าไม่ทักทายกับผู้เป็นพ่อ ซึ่งพอเจอ 2 ครั้งก็เหมือนกัน ทำให้พ่อเด็กมองว่าเหมือนไม่เจอลูกก็ไม่รู้ว่าจะไปทำไม จึงไม่ได้นัดเจอกันอีก ส่วนเรื่องเงินพ่อเด็กส่งให้เดือนละ 8 พันบาทรวม 2 เดือน ยกเว้นเดือนล่าสุดที่ไม่เจอเด็กจึงได้นำเงินไปฝากเข้าบัญชีแทนซึ่งมีหลักฐานชัดเจน

คุณหนึ่ง กล่าวว่า ส่วนเรื่องที่เด็กโดนทำร้ายร่างกายก็ได้แจ้งให้พ่อเด็กทราบเบื้องต้นแต่ไม่ได้ลงลึกในรายละเอียดเพราะไม่อยากให้เป็นกังวล แต่เพียงบอกเบื้องต้นก็ทำให้พ่อเด็กร้องไห้ แต่วันนี้ตนได้ไปเยี่ยมเด็กและนำของไปให้ก็พบว่ากำลังใจดีขึ้นมาก

ขณะที่ทีมข่าวพยายามติดต่อไปยังแม่เด็กแต่ก็ไม่สามารถติดต่อได้ ขณะที่บริเวณที่พักย่านรามคำแหงก็ไม่พบตัว

ในประเทศ

อ่านข่าวในประเทศทั้งหมด

APP ของเรา โหลดเลย!

Ch3Thailand

Ch3Thailand

Ch3Thailand Ch3Thailand
Mello Thailand

Mello Thailand

Mello Thailand Mello Thailand
Krobkruakao

Krobkruakao

Krobkruakao Krobkruakao

รายการข่าวย้อนหลัง

APPLICATIONS