Ch3Thailand

ข่าว ข่าวด่วน ข่าวเด่น ข่าวสด ข่าววันนี้ ข่าวยอดนิยม ประเด็นร้อน กับ ครอบครัวข่าว3

ศาลสั่งประหารชีวิต ผู้กองเหน่ง ฆ่า ผอ.อ้อย

หมวดข่าว:ในประเทศ

วันที่ 14 มี.ค. 62 เวลา 12:19:04 น.

จำนวนผู้ชม : 22,230

เวลา 09.30 น. ศาลจังหวัดกันทรลักษ์ อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ อ่านคำพิพากษา คดีเลขดำที่ 81/61 ที่พนักงานอัยการกันทรลักษ์ เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง ร.อ.ศุภชัย ภาโส หรือผู้กองเหน่ง อดีตนายทหาร ซึ่งเคยปฏิบัติหน้าที่อยู่บริเวณเขาพระวิหาร จำเลยที่ 1 นางสุชาวดี ปทุมอินทร์ จำเลยที่ 2 นายวิฑูรย์  ท้าวแก้ว จำเลยที่ 3 และ นายประกรรษวัต คณะพันธ์ จำเลยที่ 4   ในฐานความผิดต่อชีวิต,ความผิดต่อเจ้าพนักงานในการยุติธรรม ,ความผิดเกี่ยวกับเอกสาร , ความผิดเกี่ยวกับบัตรอิเล็กทรอนิกส์ , ลักทรัพย์ และรับของโจร

กรณีอุ้มฆ่าโหด น.ส.จุฑาภรณ์ อุ่นอ่อน  หรือ ผอ.อ้อย  อายุ 37 ปี นำศพไปทิ้งอำพรางในป่าชายแดน ข้างฐานทหารแห่งหนึ่งที่ จ.อุบลราชธานี   คดีนี้สืบเนื่องจาก เมื่อปี 2560  น.ส.จุฑาภรณ์ หรือ ผอ.อ้อย อายุ 37 ปี ผอ.กองการศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม อบต.ชำ อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ ซึ่งหายตัวไปนาน 4 เดือน  กระทั่งพบศพถูกทิ้งอยู่ห่างจากฐานปฏิบัติการอนุพงศ์ กองร้อยทหารพรานที่ 2305 อ.น้ำยืน จ.อุบลราชธานี ในสภาพเหลือแต่โครงกระดูก


คดีนี้โจทก์ฟ้องจำเลยที่ 1 ว่า ร่วมกันหน่วงเหนี่ยวกักขังทำให้ผู้ตายปราศจากเสรีภาพในร่างกาย และฆ่าผู้ตายโดยไตร่ตรองไว้ก่อน ลอบฝัง ซ่อนเร้น ย้ายหรือทำลาย หรือส่วนของศพเพื่อปิดบังเหตุแห่งการตาย ทำให้เสียหาย เคลื่อนย้าย ทำลาย เพื่ออำพรางคดี ร่วมกันลักทรัพย์โทรศัพท์เคลื่อนที่ ยี่ห้อไอโฟน รุ่น 5 เอส พร้อมซิมการ์ด รถยนต์ สร้อยคอทองคำหนังสองสลึง แหวนทองคำวงละครึ่งสลึง 4 วง หรือร่วมกันรับของโจร ทรัพย์ดังกล่าวของผู้ตาย เงินสดจำนวน 11,774 บาท และ 1,620 บาท ของผู้ตาย ร่วมกันปลอมและใช้เอกสารปลอม ฉ้อโกงโดยแสดงตนเป็นบุคคอื่น เข้าถึงโดยมิชอบซึ่งระบบคอมพิวเตอร์ของผู้อื่น

และฟ้องจำเลยที่ 2 -4 ว่า ร่วมกันลักทรัพย์ โทรศัพท์เคลื่อนที่ ยี่ห้อไอโฟน รุ่น 5 เอส พร้อมซิมการ์ด สร้อยคอทองคำหนังสองสลึง แหวนทองคำวงละครึ่งสลึง 4 วง หรือร่วมกันรับของโจร

ศาลพิเคราะห์พยานหลักฐานของโจทก์ แล้วเห็นว่าการสืบสวนสอบสวนเป็นขั้นตอน มีพยานบุคคล พยานเอกสาร และพยานอิเล็กทรอนิกส์อ้างอิงเป็นลำดับ ยากต่อการปรักปรำจำเลย เมื่อพิจารณาประกอบพฤติการณ์อันเป็นพิรุธหลายประการของจำเลยที่ 1  ข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่า จำเลยที่1 กระทำความผิดฐานหน่วงเหนี่ยวหรือกักขังทำให้ผู้ตายปราศจากเสรีภาพในร่างกาย และฆ่าผู้ตาย ฐานลอบฝัง ซ่อนเร้น ย้ายหรือทำลายศพเพื่อปิดบังสาเหตุแห่งการตาย ฐานลักทรัพย์โทรศัพท์มือถือ ลักทรัพย์รถยนต์ สร้อยคอทองคำ และเงินสด ลงโทษประหารชีวิตสถานเดียว 

ส่วนคดีแพ่ง ให้จำเลยที่ 1 ชำระค่าปลงศพ ค่าใช้จ่าย ค่าขาดไร้อุปการะและค่าขาดแรงงานในครัวเรือน แก่โจทก์ร่วม รวมเป็นเงิน 2,376,000 พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี  

ส่วน จำเลยที่ 2- 4 ศาลพิเคราะห์หลักฐานของโจทก์ ฟังไม่ได้ว่า จำเลยที่ 2-4 ร่วมกันลักทรัพย์โทรศัพท์มือถือ รถยนต์ สร้อยคอทองคำ และแหวนทองคำ หรือรับของโจรดังกล่าวของผู้ตาย และฟังไม่ได้ว่าจำเลยที่ 2-4 ร่วมกันปลอมแปลงและใช้เอกสารปลอม จึงยกฟ้องจำเลยที่ 2 - 4

นายพายัพ สนองไทย ผู้พิพากษาหัวหน้าศาล จ.กันทรลักษ์ กล่าวว่า คดีนี้มีอัตราโทษสูง ดังนั้น จึงต้องส่งไปให้ศาลอุธรณ์ได้พิจารณาอีกครั้งหนึ่ง เพื่อให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง โดยคดีนี้องค์คณะศาล จ.กันทรลักษ์ ได้ผลัดกันอ่านคำพิพากษา ตั้งแต่เวลา 09.00 น.ถึงเวลาประมาณ 10.30 น.ทั้งนี้เนื่องจากว่า ได้มีการพิจารณาพยานหลักฐานทุกฝ่ายอย่างละเอียดรอบคอบ 

นายบุญเลิศ อุ่นอ่อน อายุ 63 ปี พ่อของ ผอ.อ้อย กล่าวว่า ตนพอใจคำพิพากษาของศาลที่ให้ความเป็นธรรมกับตนและครอบครัว ญาติพี่น้อง ซึ่งตนต้องขอขอบคุณเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง พล.ต.ต.สุรเดช เด่นธรรม ผบก.ภ.จว.ศรีสะเกษ และคณะ เจ้าหน้าที่ตำรวจกองปราบปราม เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน ตำรวจภูธรภาค 3 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.กันทรลักษ์ เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บึงมะลู และญาติพี่น้องทุกคน ที่ได้เข้ามาช่วยในการติดตามหาร่างของ ผอ.อ้อย ลูกสาวของตน จนกระทั่งสามารถนำตัวฆาตกรโหดรายนี้มาลงโทษตามกฎหมายได้

นางแหลม อุ่นอ่อน อายุ 61 ปี แม่ของ ผอ.อ้อย กล่าวว่า ตนขอขอบคุณศาล จ.กันทรลักษ์ และเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องที่ให้ความเป็นธรรมในคดีนี้ให้กับตนและครอบครัว ซึ่งถึงแม้ว่า ศาลจะตัดสินประหารชีวิตผู้กองเหน่งไปแล้ว แต่ว่าชีวิตลูกสาวของตนคงไม่สามารถเอากลับคืนมาได้ สงสารแต่หลานสาวตัวเล็ก ๆ ที่ต้องกำพร้าแม่ แต่อย่างไรก็ตาม ตนก็ถือว่าผู้กองเหน่งได้รับโทษอย่างสาสมกับความผิดที่ก่อขึ้นแล้ว

ทางด้าน พล.ต.ต.สุรเดช เด่นธรรม ผบก.ภ.จว.ศรีสะเกษ กล่าวว่า คดีนี้ตนได้รับมอบหมายจากหน่วยเหนือให้ติดตามคลี่คลายคดีอย่างเร่งด่วน ซึ่งปรากฏว่าต้องใช้ระยะเวลานานนับเดือน จึงสามารถที่จะรวบรวมพยานหลักฐานจนถึงการจับกุมผู้ต้องหามาลงโทษตามกฎหมายได้ ซึ่งคดีนี้ ตนและพนักงานสอบสวน รวมทั้งเจ้าหน้าที่ทุกคนได้ให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่ายอย่างเต็มที่ตามพยานหลักฐานที่ปรากฏ

น.ส.ภัทรพร ทองสุทธิ์ รองประธานสภาทนายความ จ.กันทรลักษ์ ซึ่งเป็นทนายความของโจทก์ร่วมคดีนี้ กล่าวว่า คดีนี้ นายประสิทธิศักดิ์ ฝอยทอง ประธานสภาทนายความ จ.กันทรลักษ์ และตน ได้ช่วยกันว่าความในฐานะทนายความของโจทก์ร่วม ซึ่งคำพิพากษาของศาลออกมา ทำให้ตนและครอบครัวของผู้เสียหายพอใจ แต่ว่าอย่างไรก็ตาม ในส่วนของคดีแพ่งนี้ คงจะต้องมีการอุธรณ์ เนื่องจากว่าได้มีการเรียกร้องค่าเสียหายและค่าใช้จ่ายต่าง ๆ จากจำเลยให้กับโจทก์ร่วม เป็นจำนวนเงินประมาณ 4 ล้านบาทเศษ แต่ศาลพิพากษาให้จำเลยที่ 1 ชำระค่าเสียหายเพียง 2 ล้านบาทเศษเท่านั้น ซึ่งจะได้หารือเรื่องนี้กับนายประสิทธิศักดิ์ และพ่อแม่ ญาติพี่น้องของ ผอ.อ้อย เพื่อยื่นอุธรณ์ในทางแพ่งต่อไป



ในประเทศ

อ่านข่าวในประเทศทั้งหมด

APP ของเรา โหลดเลย!

CH3 Plus

CH3 Plus

CH3 Plus Application IOSCH3 Plus Application AndroidCH3 Plus Application Huawei

รายการข่าวย้อนหลัง

ข่าวยอดนิยม

APPLICATIONS