Ch3Thailand Logo

ข่าว ข่าวด่วน ข่าวเด่น ข่าวสด ข่าววันนี้ ข่าวยอดนิยม ประเด็นร้อน กับ ครอบครัวข่าว3

7 วันอันตราย ยอดตายลด 5.4%

หมวดข่าว:ในประเทศ

วันที่ 01 ม.ค. 62 เวลา 14:34:34 น.

จำนวนผู้ชม : 154

-นายแพทย์ ธนพงศ์ จินวงษ์ ผู้จัดการศูนย์วิชาการเพื่อความปลอดภัยทางถนน หรือ ศวปถ. กล่าวแสดงความคิดเห็นตลอดระยะ 5 วันของการรณรงค์"ขับรถมีน้ำใจ รักษาวินัยการจราจร"ว่า ปีนี้มีแนวโน้มที่ดีขึ้น โดยภาพรวมมีผู้เสียชีวิตลดลงร้อยละ 5.4 มีผู้บาดเจ็บลดลงร้อยละ 10 ชี้ให้เห็นว่ามาตรการจัดการกับยานพาหนะบนท้องถนนทำได้ดีขึ้น ส่วนที่แตกต่างจากปีที่ผ่านมา คือ การเข้มงวดเมาแล้วขับ ซึ่งได้เริ่มต้นให้มีโรงพยาบาลตรวจวัดระดับแอลกอฮอล์ผู้ประสบอุบัติเหตุทุกราย และจะดำเนินอย่างต่อเนื่องไปตลอดปี2562 ซึ่งส่งผลให้ประชาชนมีการตัดสินใจดื่มและระมัดระวังมากขึ้น เพราะหากพบปริมาณแอลกอฮอล์เกิดเกณฑ์ตามที่กฎหมายกำหนดก็จะถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย รวมทั้งประกันต่างๆจะไม่คุ้มครองอุบัติเหตุจากเมาแล้วขับอีกด้วย ทำให้ตัวเลขเมาแล้วขับลดลงกว่าร้อยละ 12 ถึง ร้อยละ 15 โดยเฉพาะในกลุ่มผู้ที่อายุต่ำกว่า 20ปี ลดลงกว่าร้อยละ 20 ส่วนอีกเรื่องที่ทำได้ดีในปีนี้ คือการกำหนดอำเภอสีแดง 35 อำเภอ ทำให้เจ้าหน้าที่ในพื้นที่รู้โจทย์และความเสี่ยง ซึ่งผล ณ ปัจจุบัน พบว่า 6อำเภอสีแดง มีการสูญเสียลดลงกว่าร้อยละ 10 ทั้งนี้ ยังคงมีจุดอ่อนในเรื่องของการตั้งจุดตรวจจับคนเมาแล้วขับ ซึ่งเข้าใจว่ายังคงมีข้อจำกัดในด้านกำลังคนและอุปกรณ์จัดตั้งด่านตรวจ


*-สำหรับข้อเสีย ส่วนตัวมองว่า การสร้างการรับรู้เรื่องการตรวจวัดแอลกอฮอล์ผู้ประสบอุบัติเหตุในทุกโรงพยาบาลยังไม่ทั่วถึง ประชาชนบางส่วนไม่รู้ว่ามีการบังคับใช้เรื่องดังกล่าว ซึ่งเป็นเรื่องที่ต้องดำเนินการอย่างต่อเนื่องต่อไป รวมถึงการสร้างการรับรู้เพิ่มเติมเรื่องเมาแล้วขับ ให้ผู้ขับขี่เกิดความตระหนักมากขึ้น โดยเฉพาะพื้นที่ที่มีความเสี่ยง


*-นอกจากนี้ การรณรงค์ในโครงการดังกล่าวยังเหลืออีก 2 วัน คือ 1-2 ม.ค.2562 ซึ่งจะเป็นช่วงที่ประชาชนเดินทางกลับหลังจากช่วงหยุดยาว ดังนั้น โจทย์ที่จะต้องเจอก็ คือ การหลับใน โดยเฉพาะวันนี้(1ม.ค.62) ที่ประชาชนบางส่วนทยอยเดินทางกลับทันทีหลังจากร่วมงานเคาท์ดาวน์ จึงอาจพักผ่อนไม่เพียงพอ และอาจส่งผลให้เกิดอุบัติเหตุจากการหลับในได้ โดยเฉพาะเส้นทางตรงระยะยาว ซึ่งอาจจะต้องจัดจุดพักรถถี่กว่าเดิม โดยสถิติปีที่แล้วของอุบัติเหตุที่เกิดจากหลับในคิดเป็นร้อยละ 9 ส่วนตัวขอแนะนำการลดความเสี่ยงง่วงแล้วขับ ให้ผู้โดยสารในรถคอยสังเกตสัญญาณของผู้ขับว่ามีอาการหาวบ่อย ตาปรือหรือไม่ วิธีแก้เบื้องต้นต้องให้ผู้ขับได้ขยับปาก อาจเป็นการกินขนมขบเคี้ยว ร้องเพลง และพูดคุย เพราะสมองจะรับรู้ได้ถึงการตื่นตัว รวมถึงการเปิดกระจกรับลม หากทำทั้งหมดแล้วยังง่วง ให้แวะพักหลับตื้น ครั้งละ 15-20 นาที ทุก 3-4 ชม. หากนอนยาวกว่านั้น จะเข้าสู่ภาวะหลับลึก เมื่อตื่นมาขับรถ จะเกิดอาการงัวเงีย ทั้งนี้ ควรดำเนินการควบคู่ไปกับการแนะนำให้ประชาชนคาดเข็มขัดนิรภัยในที่นั่งตอนหลัง ซึ่งจะช่วยลดการสูญเสียและบาดเจ็บได้ เพราะหากเกิดอุบัติเหตุผู้โดยสารจะไม่ถูกเหวี่ยงออกมานอกตัวรถ


ในประเทศ

อ่านข่าวในประเทศทั้งหมด

APP ของเรา โหลดเลย!

Ch3Thailand

Ch3Thailand

Ch3Thailand Ch3Thailand
Mello Thailand

Mello Thailand

Mello Thailand Mello Thailand
Krobkruakao

Krobkruakao

Krobkruakao Krobkruakao

รายการข่าวย้อนหลัง

APPLICATIONS