Ch3Thailand

ข่าว ข่าวด่วน ข่าวเด่น ข่าวสด ข่าววันนี้ ข่าวยอดนิยม ประเด็นร้อน กับ ครอบครัวข่าว3

เหตุไม่สงบกว่า 20 จุด ใน 4 จังหวัดชายแดนใต้ ทางการเชื่อหวังผลวุ่นวายช่วงรอมฎอน

หมวดข่าว:ในประเทศ

วันที่ 21 พ.ค. 61 เวลา 22:19:45 น.

จำนวนผู้ชม : 309

ความคืบหน้าเหตุระเบิดกว่า 20 จุดใน 4 จังหวัดชายแดนใต้ แม่ทัพภาคที่ 4 ยังไม่อยากให้ด่วนสรุปว่าเป็นฝีมือของแนวร่วมกลุ่มใด จนกว่าจะได้พยานหลักฐานที่แน่ชัด ซึ่งทุกธนาคารเร่งแก้ไขปัญหาตู้เอทีเอ็มที่เสียหายจากเหตุระเบิดให้ใช้งานได้โดยเร็ว 

นายวีรนันทน์ เพ็งจันทร์ ผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี เป็นผู้แทนพระองค์ อัญเชิญแจกันดอกไม้และกระเช้าสิ่งของพระราชทาน สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร มอบเป็นขวัญกำลังใจให้ นางสาวสมจิต ศรีสมบัติ อายุ 45 ปี ที่ ได้รับผลกระทบจากเหตุระเบิดที่ตู้เอทีเอ็มธนาคารออมสิน บริเวณหน้าวิทยาลัยเทคนิคปัตตานี ทำให้มีอาการหูอื้อ แน่นหน้าอก เคืองตา แม้อาการปลอดภัยแล้ว แต่ยังต้องอยู่ในการดูแลของแพทย์อย่างใกล้ชิด 

ขณะที่นางสาวสมพิศ สกลวิจิตร อายุ 54 ปี ถูกส่งตัวมารักษาที่โรงพยาบาลสงขลานครินทร์ จ.สงขลา แพทย์ได้ทำการผ่าตัดนำสะเก็ดระเบิดตกค้างบริเวณหน้าอก ส่งผลทำให้มีเลือดสะสมปอดทั้ง 2 ข้าง ต้องใส่สายระบายเลือดสะสมที่ปอด ใส่ท่อช่วยหายใจ และต้องพักอยู่ในหอผู้ป่วย SICU โดยนายราชิต สุดพุ่ม รองผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา อัญเชิญแจกันดอกไม้และตระกร้าสิ่งของพระราชทาน เข้าเยี่ยมอาการ สร้างความซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ให้กับผู้บาดเจ็บทั้งสองราย

สำหรับเหตุความไม่สงบที่เกิดขึ้นเมื่อคืนวันที่ 20 พฤษภาคม พันเอกปราโมทย์ พรหมอินทร์ โฆษกกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า เปิดเผยว่า คนร้ายใช้ระเบิดขนาดเล็กก่อเหตุกระจายไป 4 จังหวัดโดยที่จังหวัดยะลา 9 จุด ปัตตานี 10 จุด นราธิวาส 3 จุดและ จ.สงขลา 2 จุด โดยแยกมีเป้าหมายก่อเหตุระเบิดที่ตู้เอทีเอ็ม จำนวน 14 จุด ก่อกวน 5 จุด และวางระเบิดเสาไฟฟ้า 2 จุด เหตุครั้งนี้จึงมุ่งหวังสร้างความเดือดร้อนให้ประชาชนในการบริการสาธารณะ และจะต้องประนามการใช้ความรุนแรงในช่วงเดือนแห่งความศักดิ์สิทธิ์ที่พี่น้องมุสลิมกำลังถือศีลอดในเดือนรอมฎอน ซึ่งถือเป็นการฝ่าฝืนหลักการอิสลาม 

และจากลักษณะการก่อเหตุตามภาพในกล้องวงจรปิด ที่คนร้ายใช้วิธีการแต่งกายคล้ายผู้หญิงนำระเบิดไปวางที่ตู้เอทีเอ็ม เจ้าหน้าที่กำลังติดตามตัวคนร้ายที่คาดว่ามีไม่ต่ำกว่า 10 คนในการตระเวนก่อเหตุ และจากการตรวจสอบของชุดอีโอดี พบว่าคนร้ายได้ใช้ระเบิดแสวงเครื่องชนิดเดียวกัน มีน้ำหนักประมาณ 1 กิโลกรัม จุดชนวนด้วยการตั้งเวลา ในช่วงประมาณ 19.00 น. ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ผู้คนน้อย เพราะชาวมุสลิมส่วนใหญ่อยู่ระหว่างการละศีลอด จึงก่อเหตุได้ง่ายเช่นที่ ถนนยะรัง อำเภอเมือง จังหวัดปัตตานี ธนาคาร 4 แห่ง ตั้งอยู่ติดกัน ทั้งธนาคารกรุงไทย, ธกส., ธนาคารอิสลาม และธนาคารกสิกรไทย ถูกวางระเบิดที่ตู้เอทีเอ็มเสียหาย หลังเจ้าหน้าที่เก็บกู้วัตถุระเบิดแล้ว ทุกธนาคารได้เปิดให้บริการตามปกติ ทุกธนาคารยอมรับว่า จะเร่งนำตู้เอทีเอ็มใหม่มาติดตั้งไม่เกิน 1-2 วันนี้ และเพิ่มมาตรการความปลอดภัย ติดตั้งกล้องวงจรปิดให้มากขึ้น

เช่นที่ธนาคารกสิกรไทยสาขาปัตตานี ตู้เอทีเอ็มเสียหาย 2 ตู้ ธนาคารส่งตู้ใหม่จากกรุงเทพฯ มาติดตั้งในวันพรุ่งนี้ ยืนยันว่าไม่กระทบการกดเงิน เพราะปัจจุบันสามารถกดเอทีเอ็มได้ทุกตู้ ทุกธนาคาร ไม่เสียค่าธรรมเนียม และประชาชนยังใช้บริการธนาคารได้ตามปกติ

ส่วนที่จังหวัดยะลา เกิดเหตุลอบวางระเบิดในพื้นที่ใน 5 อำเภอ รวม 9 จุด ทั้งระเบิดตู้เอทีเอ็มที่ อ.กาบัง อ.ธารโต อ.ยะหา ไม่มีผู้บาดเจ็บ ส่วนที่ อ.บันนังสตา เกิดเหตุ 4 จุด ทั้งระเบิดเสาไฟฟ้า ซึ่งเหตุระเบิดเกิดขึ้นด้านหลังอู่ซ่อมรถช่างหมี ทำให่บ้านไม้เสียหาย ซึ่งเจ้าของบ้านได้รับผลกระทบจากเหตุไม่สงบมาแล้ว 9 ครั้ง ยอมรับว่าเสียใจ เพราะไม่เคยได้รับการช่วยเหลืออย่างจริงจัง แม้จะหวาดกลัวกับแรงกดดันที่ให้คนพุทธย้ายออกจากพื้นที่ แต่ไม่อยากย้ายไปที่อื่น จึงขอให้ภาครัฐให้ความสนใจความรู้สึกของประชาชน และอยากให้กลุ่มผู้ก่อเหตุหยุดใช้ความรุนแรง

ส่วนที่จังหวัดนราธิวาส คนร้ายลอบวางระเบิดตู้เอทีเอ็มในช่วงคืนที่ผ่านมา 2 จุด คือ พื้นที่ อ.ระแงะ เป็นตู้เอทีเอ็ม ของธนาคารออมสิน และใน อ.บาเจาะ เป็นตู้เอทีเอ็มของธนาคารอิสลาม ทำให้ตู้เอทีเอ็มได้รับความเสียหาย และมีรถยนต์เก๋งและรถจักรยานยนต์ของชาวบ้านอีก 2 คัน เสียหาย ระเบิดที่คนร้ายใช้ก่อเหตุนั้น เป็นระเบิดแสวงเครื่องที่คนร้ายประกอบใส่ไว้ในแป๊ปเหล็กทรงกลม หนักประมาณ 1 กก. จุดชนวนด้วยการตั้งเวลาจากนาฬิกาข้อมือแบบดิจิตอล 

ในพื้นที่ จ.สงขลา เกิดเหตุระเบิดตู้เอทีเอ็ม 2 จุด ในพพื้นที่ ต.สะกอม อ.เทพาและ หน้า อบต.บ้านโหนด อ.สะบ้าย้อย จ.สงขลา เจ้าหน้าที่ได้เฝ้าระวังในพื้นที่อื่นของจังหวัดสงขลาด้วย เช่นเขตเศรษฐกิจใน อ.หาดใหญ่ ซึ่ง พลโทปิยะวัฒน์ นาควานิช แม่ทัพภาคที่ 4 ยังไม่อยากให้ด่วนสรุปว่าเป็นฝีมือของแนวร่วมกลุ่มใด จนกว่าเจ้าหน้าที่จะหาเบาะแสกลุ่มคนร้ายได้

สำหรับบรรยากาศที่จังหวัดปัตตานี ผ่านมา 1 วันหลังเกิดเหตุใหญ่ นับจากปีที่แล้วที่เกิดเหตุคาร์บอมห้างบิ๊กซี แต่เป็นเหตุรุนแรงในช่วงเดือนรอมฎอน ที่ผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี ไม่อยากให้เกิดความรุนแรงกระทบความรู้สึกประชาชนชาวมุสลิมที่กำลังถือศีลอด รวมทั้งชาวไทยพุทธในพื้นที่ที่ต้องการอยู่ร่วมกันอย่างสันติสุข แต่ต้องชื่นชมขาวปัตตานีที่เข้มแข็ง กลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติแล้ว เห็นได้จากตลาดจะบังติกอ ที่เปิดขายอาหารในช่วงรอมฎอนมีผู้คนมาซื้อของคึกคัก รวมทั้งตลาดโต้รุ่ง และธนาคารต่างๆ ช่วยกันฟื้นฟูให้กลับสู่ปกติโดยเร็ว

ในคืนนี้ชาวมุสลิมยังออกมาละหมาดที่มัสยิดกลาง จ.ปัตตานี เป็นจำนวนมากเหมือนเช่นทุกคืน ซึ่งเป็นการละหมาดตะรอเวี๊ยะในช่วงเดือนรอมฎอน เป็นภาพแห่งความงดงามในการปฏิบัติศาสนกิจของศาสนาอิสลาม

ในประเทศ

อ่านข่าวในประเทศทั้งหมด

APP ของเรา โหลดเลย!

CH3 Plus

CH3 Plus

CH3 Plus Application IOSCH3 Plus Application AndroidCH3 Plus Application Huawei

รายการข่าวย้อนหลัง

APPLICATIONS