Ch3Thailand Logo

ข่าว ข่าวด่วน ข่าวเด่น ข่าวสด ข่าววันนี้ ข่าวยอดนิยม ประเด็นร้อน กับ ครอบครัวข่าว3

กรมควบคุมมลพิษ จัดอันดับ 10 ข่าวมลพิษในไทย ประจำปี 2560

หมวดข่าว:ในประเทศ

วันที่ 12 ม.ค. 61 เวลา 16:15:40 น.

จำนวนผู้ชม : 1,129

กรมควบคุมมลพิษ จัดอันดับ 10 ข่าวมลพิษในไทย ประจำปี 2560

วันที่ 12 มกราคม 2561 กรมควบคุมมลพิษ หรือ คพ.กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม(ทส.)จัดอันดับ 10 ข่าวด้านมลพิษ ที่เกิดขึ้นในประเทศไทย ในปี พ.ศ.2560 โดยพิจารณาจากระดับผลกระทบและความสนใจจากสื่อมวลชนและประชาชน ที่มีผลกระทบต่อวงกว้าง เป็นปรากฎการณ์และถูกพูดถึง

โดยอันดับ 1 ได้แก่ข่าว สถานการณ์มลพิษประเทศไทย 2559 ซึ่งพบว่า สถานการณ์คุณภาพน้ำส่วนใหญ่อยู่ในเกณฑ์พอใช้ มีแนวโน้มดีขึ้น เนื่องจากประชาชนและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นตื่นตัวให้ความร่วมมือในการดูแลแหล่งน้ำมากขึ้น คุณภาพน้ำทะเลชายฝั่งอยู่ในเกณฑ์ดี คุณภาพอากาศในภาพรวมค่าฝุ่นละอองในช่วง 10 ปีดีขึ้นเริ่มอยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน การจัดการขยะมูลฝอยชุมชนเกิดขึ้นทั่วประเทศ 27.06 ล้านตัน(หรือ 74,130 ตันต่อวัน)โดยคนไทย 1 คน สร้างขยะโดยเฉลี่ย 1.14 กิโลกรัมต่อคนต่อวัน ปริมาณขยะมูลฝอยที่เกิดขึ้นได้รับการกำจัดอย่างถูกต้อง 9.75 ล้านตัน(ร้อยละ 36 ของปริมาณที่เกิดขึ้น)ของเสียอันตราย 3 ประเภท(ของเสียอันตรายชุมชน ของเสียอันตรายจากอุตสาหกรรม และมูลฝอยติดเชื้อ)เกิดขึ้นทั่วประเทศ 3.462 ล้านตัน โดยของเสียอันตรายชุมชน กำจัดได้ 64 ตัน ของเสียอันตรายจากอุตสาหกรรม จัดการได้ 1.12 ล้านตัน มูลฝอยติดเชื้อ ถูกส่งไปกำจัด 49,056 ตัน


อันดับ 2 คือข่าวปัญหาหมอกควันภาคเหนือ แนวโน้มดีขึ้น หลังจากพบปริมาณฝุ่นละอองจำนวนมากในพื้นที่ 9 จังหวัดภาคเหนือ ระหว่างวันที่ 1 มกราคม ถึง 31 พฤษภาคม 2560 พบปริมาณฝุ่นละอองเฉลี่ย 24 ชั่วโมงสูงสุดเท่ากับ 237 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร

อันดับ 3 คือปัญหาขยะทะเล ซึ่งไทยถูกจัดให้อยู่ในประเทศที่มีปริมาณขยะทะเลมากเป็นอันดับ 6 จาก 192 ประเทศทั่วโลก โดยวารสาร Science ปี 2558 และจากข้อมูลของกลุ่มผู้เชี่ยวชาญด้านวิทยาศาสตร์ของมลพิษทางทะเล(Group of Expert on the Scientific Aspects of Marine Pollution: (GESAMP)ขององค์การสหประชาชาติ(United Nations)พบว่า“ขยะทางทะเล” เกิดจากกิจกรรมบนบกร้อยละ 80 เกิดจากกิจกรรมในทะเลเพียงร้อยละ 20 เกิดมาจากการทิ้งขยะตามบ้านเรือนชุมชน นักท่องเที่ยว การประกอบอาชีพทางทะเล และจากโรงงานอุตสาหกรรมต่างๆ

อันดับที่ 4.ยกเลิกใช้แคปซีลหุ้มฝาขวดน้ำดื่ม ทำให้ลดปริมาณขยะลงไปได้เป็นจำนวนมาก จากสัดส่วนการใช้พลาสติกหุ้มฝาขวดน้ำดื่ม หรือ แคปซีล ร้อยละ 60 หรือประมาณ 2,600 ล้านขวดต่อปี ซึ่งก่อให้เกิดขยะพลาสติก 2,600 ล้านชิ้นต่อปี คาดว่าภายในปีนี้จะสามารถลดการใช้แคปซีลหุ้มฝาขวดน้ำดื่มในประเทศไทยได้มากกว่าร้อยละ 80 


อันดับที่ 5.ภัยเงียบพื้นที่อับอากาศ หลังนักศึกษาพลัดตกบ่อพักน้ำเสียของบริษัทเอกชน และมีคนงานลงไปช่วยอีก 4 คน ทำให้มีผู้เสียชีวิตรวม 5 คน จากก๊าซไข่เน่าหรือไฮโดรเจน ซัลไฟด์ ที่เกิดจากการหมักหมมของสารอินทรีย์ในช่วงที่เปิดปากบ่อจะมีความเข้มข้นสูง 


อันดับที่ 6.มนุษย์ดมกลิ่น โดย คพ.ทดสอบขึ้นทะเบียนผู้ดมกลิ่นเจ้าหน้าที่และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อทำหน้าที่ในการตรวจวิเคราะห์ ค่าความเข้มกลิ่นที่เก็บตัวอย่างมาจากแหล่งกำเนิดมลพิษ โดยการขึ้นบัญชีรายชื่อผู้ทดสอบกลิ่นของกรมควบคุมมลพิษ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จะมีอายุคราวละ 1 ปี โดยปี 2560 มีบัญชีรายชื่อผู้ขึ้นทะเบียนเป็นผู้ทดสอบกลิ่นครบทุกภูมิภาค รวมทั้งสิ้น จำนวน 471 คน


อันดับที่ 7.บ่อน้ำเสียโรงงานเอทานอลพังทลาย เหตุเกิดเมื่อวันที่ 1 ต.ค.2560 บ่อกักเก็บน้ำกากส่าของโรงงานไทยอะโกร เอ็นเนอร์ยี่ จำกัด(มหาชน)พังทลาย ประกอบกับเกิดฝนตกหนักหลายชั่วโมง ทำให้เกิดน้ำไหลบ่าทะลักเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชน ในตำบลหนองมะค่าโมง อำเภอด่านช้าง จังหวัดสุพรรณบุรี และไหลลงสู่ห้วยกระเสียว และแม่น้ำท่าจีน โดยผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี ได้มีคำสั่งให้ปิดโรงงานดังกล่าวเป็นเวลา 45 วันเพื่อปรับปรุงบ่อบำบัดน้ำเสีย และบริษัทได้รับผิดชอบชดเชยความเสียหายทั้งหมด


อันดับที่ 8.ประชารัฐร่วมใจ แยกทิ้งขยะอันตราย ความร่วมมือระหว่างภาครัฐกับภาคเอกชน ในการเก็บรวบรวมของเสียอันตรายจากชุมชน ซากผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ นำร่อง 5 ประเภท ได้แก่ แบตเตอรี่มือถือ ซากโทรศัพท์มือถือ ถ่านไฟฉาย หลอดฟูออเรสเซนต์ และภาชนะปนเปื้อนที่เป็นอันตราย อาทิ กระป๋องสเปรย์และนำไปทิ้งที่จุดทิ้งของเสียอันตราย(จุด Drop off)เพื่อให้กรุงเทพมหานครเก็บรวบรวมนำไปกำจัดอย่างถูกต้อง


อันดับที่ 9.มาตรการเชิงรุกเพื่อคลองแสนแสบใสสะอาด โดยเข้าตรวจสอบการระบายน้ำทิ้งจากสถานประกอบการในพื้นที่ริมคลองแสนแสบ ครอบคลุมพื้นที่ 21 เขต ในกรุงเทพฯ พบผู้ประกอบการระบายน้ำทิ้งเกินค่ามาตรฐาน 412 แห่ง และมีสถานประกอบการฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของเจ้าพนักงานควบคุมมลพิษ จำนวน 75 แห่ง คพ.ได้การดำเนินการบังคับใช้กฎหมายปรับรายวันแล้ว 49 แห่ง โดยการปรับมีโทษสูงสุดในอัตรา 2,000 บาท/วัน จนกว่าจะปรับปรุงแก้ไขระบบบำบัดน้ำเสียให้บำบัดน้ำทิ้งตามมาตรฐานที่กฎหมายกำหนด  


อันดับที่ 10.ฟื้นฟูคุณภาพน้ำในคลองเมืองเชียงใหม่ โดย คพ.ร่วมกับจังหวัดเชียงใหม่ ได้กำหนดแนวทางในการแก้ไขปัญหาอย่างเป็นรูปธรรมและให้เกิดความยั่งยืนโดยเสนอให้ก่อสร้างระบบบำบัดน้ำเสียเพิ่มเติมแบ่งการดำเนินงานแก้ไขปัญหาเป็น 3 ระยะ คือ ระยะเร่งด่วน ระยะสั้น ระยะยาว โดยให้ทุกภาคส่วนมีส่วนร่วม มีการปลูกฝังและกระตุ้นจิตสำนึกให้ทุกฝ่ายร่วมมือร่วมใจกันในดูแลรักษา และฟื้นฟูน้ำแม่ข่าอย่างยั่งยืน

ในประเทศ

อ่านข่าวในประเทศทั้งหมด

APP ของเรา โหลดเลย!

Application Krobkruakao Android

Krobkruakao

Application Krobkruakao IOS Application Krobkruakao Android
Application Ch3Thailand Android

Ch3Thailand

Application Ch3Thailand IOS Application Ch3Thailand Android
Application 3LIVE Android

3Live

Application 3LIVE IOS Application 3LIVE Android

รายการข่าวย้อนหลัง

APPLICATIONS