Ch3Thailand Logo

ข่าว ข่าวด่วน ข่าวเด่น ข่าวสด ข่าววันนี้ ข่าวยอดนิยม ประเด็นร้อน กับ ครอบครัวข่าว3

นครศรีธรรมราช-น้ำท่วมยังวิกฤต บ้านเชิงเขาถูกน้ำป่าพัดพังกว่า 15 หลัง

หมวดข่าว:ในประเทศ

วันที่ 07 ธ.ค. 60 เวลา 08:00:23 น.

จำนวนผู้ชม : 487

สถานการณ์น้ำท่วมจังหวัดนครศรีธรรมราช ยังอยู่ในขั้นวิกฤต ล่าสุด น้ำป่าไหลหลากจากยอดเขาประกอบกับน้ำล้นทะลักจากฝายกั้นน้ำวัดภูเขาเหล็กไหลเชี่ยวพัดบ้านเรือนประชาชนเชิงเขาในอำเภอนบพิตำ พังเสียหายกว่า 15 หลัง 

โดยเมื่อช่วงหัวค่ำวานนี้ในพื้นที่อำเภอนบพิตำ น้ำบนภูเขาอุ้มน้ำไม่ไหวไหลบ่าลงมาซัดบ้านเรือนประชาชนที่อาศัยอยู่ที่ราบเชิงเขา พื้นที่หมู่ 7 อำเภอนบพิตำ ได้รับความเสียหายกว่า 15 ครัวเรือน ชาวบ้านกว่า 100 คนได้รับความเดือดร้อน โดยกระแสน้ำที่ไหลเชี่ยวกราหลงจากภูเขาประกอบกับระดับน้ำสะสมที่ฝายกั้นน้ำวัดภูเขาเหล็กอุ้มน้ำไม่ไหวเกิดพังถล่ม มวลน้ำมหาศาลจึงไหลทะลักบ่าเข้าซัดบ้านเรือนของชาวบ้านที่ปลูกอาศัยอยู่เชิงเขาพังเสียหาย แต่โชคดีที่ชาวบ้านอพยพออกไปอยู่ในที่ปลอดภัยก่อนหน้าแล้วหลังได้รับการแจ้งเตือนจากเจ้าหน้าที่ ปภ.สาขานบพิตำ ผู้นำท้องถิ่น เจ้าหน้าที่ศูนย์เตือนภัยพิบัติ อำเภอนบพิตำ และเจ้าหน้าที่อาสาสมัครมูลนิธิประชาร่วมใจนบพิตำ ซึ่งเช้านี้จะเข้าตรวจสอบความเสียหายเพื่อให้ความช่วยเหลือต่อไป

อย่างไรก็ตาม เมื่อเย็นวานนี้ (6 ธ.ค.) นายสกล จันทรักษ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช เรียกประชุมศูนย์บัญชาการเหตุการณ์อุทกภัย วาตภัยและดินถล่มจังหวัดนครศรีธรรมราช เพื่อสรุปสถานการณ์และติดตามการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย รวมทั้งปัญหาอุปสรรคและการร้องของอำเภอต่างๆ พร้อมวีดิโอคอนเฟอเร้นซ์ร่วมกับนายอำเภอทั้ง 23 อำเภอ 

โดยที่ประชุมรับทราบสถานการณ์น้ำท่วม โดยเฉพาะในพื้นที่ตอนบนของโซนเทือกเขาหลวง ระดับน้ำส่วนใหญ่ลดลงแล้ว แต่มวลน้ำได้ไหลลงไปยังพื้นที่รับน้ำที่อยู่ตอนกลางและปลายน้ำ ส่งผลให้น้ำท่วมสูงขึ้นโดยเฉพาะพื้นที่อำเภอท่าศาลา อำเภอเมืองนครศรีธรรมราช รวมทั้งอำเภอในพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนัง ลุ่มน้ำตาปี ถนนหลายสายยังไม่สามารถเปิดให้รถสัญจรไปมาได้เนื่องจากน้ำท่วมสูง และถูกน้ำกัดเซาะขาด  เช่น ถนนหมายเลข 403 หน้ามหาวิทยาลัยรามคำแหง ถนนหมายเลข 4013 ช่วงแยกนาพรุ-จังหูน ถนนหมายเลข 401 นครศรีธรรมราช- สุราษฎร์ธานี บริเวณสี่แยกท่าศาลา ถนนหมายเลข 401 ตอนเขาหัวช้าง-สิชล รวมทั้งถนนสายรอง เช่น ถนนหมายเลข 4160 ตอนสิชล-จอมทอง ถนนหมายเลข 4189 ตอน ท่าพุด-ยอดเหลือง ถนนหมายเลข 4142 ตอน บ้านโฉ-ขนอม เป็นต้น

นอกจากนี้ ยังมีถนนของแขวงทางหลวงชนบทอีกหลายสายที่ยังใช้การไม่ได้ โดยขอให้หน่วยงานที่รับผิดชอบติดตั้งป้ายประชาสัมพันธ์ ให้ผู้ใช้รถใช้ถนนได้รับทราบ รวมทั้งป้ายทางเบี่ยงต่างๆ เรื่องระบบไฟแสงสว่าง สำหรับถนนหมายเลข 4015 ลานสกา-เขาธง-ช้างกลาง-ฉวาง สามารถสัญจรได้ตามปกติแล้ว จึงขอให้ประชาชนผู้ใช้รถใช้ถนนตรวจสอบเส้นทางก่อนออกเดินทาง

นอกจากที่ขอให้ประชาชนได้เฝ้าระวังฝนตกหนักต่อเนื่องต่อไปจนถึงวันที่ 9 ธันวาคมนี้ ตามประกาศของศูนย์อุตุนิมวิทยา

สำหรับจังหวัดนครศรีธรรมราช มีพื้นที่ประสบภัย 23 อำเภอ 160 ตำบล 1,428 หมู่บ้าน 56 ชุมชน ประชาชนได้รับผลกระทบ 459,881คน 145,967 ครัวเรือน มีผู้เสียชีวิตรวม 6 คน โรงเรียนหยุดเรียน 287 โรง ส่วนมูลค่าความเสียหายยังอยู่ระหว่างสำรวจ 

ด้าน พ.ต.ประเสริฐ สายทองแท้ ผบ.ค่ายฝึกรบพิเศษสิชล ขึ้นเฮลิคอปเตอร์บินสำรวจสภาพน้ำท่วมในพื้นที่อำเภอขนอม ท่าศาลา และ สิชล โดยพบยังมีน้ำท่วมขังเป็นบริเวณกว้าง วัด โรงเรียน บ้านเรือนของชาวบ้านจมมิดอยู่ใต้น้ำจำนวนมาก นอกจากนี้ยังพบถนน และสะพานถูกกระแสน้ำจากเทือกเขาหลวงซัดเสียหายทั้งถนนสายหลัก สายรอง และในหมู่บ้านถูกน้ำท่วมสูงจนรถทุกชนิดไม่สามารถสัญจรไปมาได้ โดยในพื้นที่บ้านน้ำร้อน หมู่ 1 อำเภอสิชล กระแสะน้ำพัดถล่มจนสะพานข้ามคลองขาดทั้ง 2 ข้าง กว้างกว่า 20 เมตร ชาวบ้านจึงถูกตัดขาดจากโลกภายนอกไปโดยปริยาย ต้องใช้เชือกป่านมาทำเป็นสะพานสลิง หรือสะพานเชือกใช้โรยต่อผ่านไปมาอย่างทุลักทุเลและสุดระทึก โดยการบินสำรวจในครั้งนี้พบว่ากว่าร้อยละ 80 ของพื้นที่ยังจมอยู่ใต้น้ำ ต้องรอจนกว่าฝนจะหยุดตก สถานการณ์จะกลับเข้าสู่ภาวะปกติใน 3-5 วัน


ในประเทศ

อ่านข่าวในประเทศทั้งหมด

APP ของเรา โหลดเลย!

Ch3Thailand

Ch3Thailand

Ch3Thailand Ch3Thailand
Mello Thailand

Mello Thailand

Mello Thailand Mello Thailand
Krobkruakao

Krobkruakao

Krobkruakao Krobkruakao

รายการข่าวย้อนหลัง

APPLICATIONS