Ch3Thailand Logo

ข่าว ข่าวด่วน ข่าวเด่น ข่าวสด ข่าววันนี้ ข่าวยอดนิยม ประเด็นร้อน กับ ครอบครัวข่าว3

พบแมงมุมสันโดษพิษร้ายแรง ในถ้ำที่กาญจนบุรี เตือน ปชช.อย่าตื่นตระหนก

หมวดข่าว:ในประเทศ

วันที่ 21 ม.ค. 59 เวลา 08:44:57 น.

จำนวนผู้ชม : 829

ทีมวิจัยคณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ค้นพบแมงมุมสันโดษเมดิเตอร์เรเนียนครั้งแรกในประเทศไทย ซึ่งเป็นแมงมุมสำคัญระดับโลก ที่มีพิษร้ายแรง สันนิษฐานอาจเข้ามาในไทยตั้งแต่สมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 พร้อมเตือนประชาชนอย่าตื่นตระหนกเนื่องจากพบอยู่ในพื้นที่จำกัด

แมงมุมสีน้ำตาล ลำตัวมีลักษณะแบนเรียวลู่คล้ายลูกศร มีตา 3 คู่ 6 ตา ขนาดตัวยาวประมาณ 7-7.5 มิลลิเมตร คือแมงมุมสันโดษเมดิเตอร์เรเนียน ซึ่งค้นพบครั้งแรกในประเทศไทยบริเวณถ้ำแห่งหนึ่ง ในอำเภอไทรโยค จังหวัดกาญจนบุรี โดยทีมวิจัย ศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านกีฏวิทยา ภาควิชาชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

โดยนายนริทร์ ชมภูพวง นิสิตปริญญาเอก คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย หนึ่งในทีมวิจัยเปิดเผยว่า ได้ค้นพบแมงมุมสันโดษเมดิเตอร์เรเนียน ซึ่งมีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Loxosceles rufescens ซึ่งพบระหว่างการลงพื้นที่สำรวจบริเวณถ้ำ ภายในเขตพื้นที่โครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริฯ อำเภอไทรโยค จังหวัดกาญจนบุรี ซึ่งแมงมุมที่พบ ถือเป็นแมงมุมสำคัญที่ทั่วโลกให้ความสนใจ เนื่องจากเป็นแมงมุมที่มีพิษร้ายแรง พิษของแมงมุมจะส่งผลทำให้เกิดการตายเฉพาะส่วนของเนื้อเยื่อบริเวณที่ถูกกัด จากการสำรวจพบว่าบริเวณถ้ำดังกล่าวมีแมงมุมสันโดษเมดิเตอร์เรเนียนอยู่ประมาณ 500 ตัว

การพบครั้งนี้ถือเป็นครั้งแรกที่พบในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และในไทย เพราะถิ่นกำเนิดแมงมุมชนิดนี้จะอยู่ในเขตทะเลเมดิเตอร์เรเนียน พบการกระจายหลายประเทศ เช่น สหรัฐอเมริกา เม็กซิโก รัสเซีย ออสเตรเลีย และประเทศในแถบยุโรป จากการสำรวจทั้งหมด 5 ถ้ำ พบแมงมุมชนิดนี้อาศัยเฉพาะถ้ำที่พบเพียงถ้ำเดียวเท่านั้น โดยนักวิจัยระบุว่า ปกติแมงมุมชนิดนี้จะอาศัยอยู่ในจุดเดิมๆที่สภาพแวดล้อมเหมาะสม มีแหล่งอาหาร อุณหภูมิประมาณ 8-40 องศาเซลเซียล ไม่นิยมย้ายถิ่นอาศัยไปพื้นที่อื่น ซึ่งจากการเก็บข้อมูลคาดการว่าแมงมุมชนิดนี้ น่าจะเข้ามาในประเทศไทยในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 ระหว่างการขนส่งวัสดุและยุทโธปกรณ์จากญี่ปุ่นมายังไทย และใช้ถ้ำเป็นสถานที่เก็บอุปกรณ์

สาเหตุที่ทำให้นักวิทยาศาสตร์สนใจแมงมุมชนิดนี้ เนื่องจากเป็นแมงมุมที่มีชื่อเสียงว่ามีพิษรุนแรง ดังนั้นหากมีประชาชนถูกแมงมุมชนิดนี้กัด จะเป็นประโยชน์ต่อทางการแพทย์ เพื่อวินิจฉัยและรักษาโรค แต่ประชาชนอย่าตื่นตระหนกเนื่องจากยังไม่พบแมงมุมชนิดนี้ในพื้นที่อื่น และจากการเก็บสถิติในต่างประเทศ พบว่าคนที่โดนแมงมุมชนิดนี้กัดมีเพียงร้อยละ 10 เท่านั้นที่จะเกิดบาดแผลรุนแรง คนส่วนใหญ่จะเป็นตุ่มคล้ายโดนยุงกัดและหายได้ในเวลาไม่นาน

ข้อมูลของบราซิล พบว่าอัตราการตายจากถูกแมงมุมชนิดนี้กัด มีเพียงร้อยละ 0.05 หรือ คิดเป็น 47 ราย จากผู้ถูกกัดทั้งหมด 91,820 ราย แต่สิ่งที่ประชาชนอุ่นใจได้ในขณะนี้ ทีมวิจัยยังพบแมงมุมชนิดนี้ในพื้นที่จำกัดเพียงจุดเดียวภายในถ้ำ ซึ่งถือเป็นพื้นที่แคบๆ ประกอบกับ แมงมุมชนิดนี้มีนิสัยชอบหลบซ่อนตามซอกมุม ไม่มีนิสัยดุร้าย หากินกลางคืน และจากการสำรวจในพื้นที่ใกล้เคียงยังไม่พบแมงมุมชนิดนี้ในจุดอื่นๆ

ทั้งนี้ทีมวิจัยยืนยันว่าขณะนี้ ยังไม่พบว่าแมงมุมชนิดนี้ จะทำให้แมงมุมพื้นถิ่นในไทยกลายพันธุ์ กลายเป็นเอเลี่ยนสปีชี่ แต่ต้องศึกษาในพื้นที่อื่น ซึ่งเป็นเส้นทางลำเลียงอาวุธสมัยสงครามโลกอย่างละเอียดดอีกครั้งว่ามีแมงมุมชนิดนี้หรือไม่ ส่วนการเป็นห่วงว่าจะมีประชาชนเข้าไปในถ้ำหรือนำแมงมุงออกมานอกพื้นที่ ทีมวิจัยยืนยันว่าไม่สามารถเข้าในถ้ำได้แน่นอน เนื่องจากเป็นที่ควบคุมของทหาร คนนอกไม่สามารถเข้าพื้นที่ได้ ส่วนผู้ที่จะเข้าเก็บข้อมุลต้องทำหนังสือขออนุญาตอย่างเป็นทางการ


ในประเทศ

อ่านข่าวในประเทศทั้งหมด

APP ของเรา โหลดเลย!

Ch3Thailand

Ch3Thailand

Ch3Thailand Ch3Thailand
Mello Thailand

Mello Thailand

Mello Thailand Mello Thailand
Krobkruakao

Krobkruakao

Krobkruakao Krobkruakao

รายการข่าวย้อนหลัง

APPLICATIONS