Ch3Thailand Logo

ข่าว ข่าวด่วน ข่าวเด่น ข่าวสด ข่าววันนี้ ข่าวยอดนิยม ประเด็นร้อน กับ ครอบครัวข่าว3

สตช.ยันไม่พบกลุ่มไอเอสในไทย

หมวดข่าว:ในประเทศ

วันที่ 20 ม.ค. 59 เวลา 15:21:01 น.

จำนวนผู้ชม : 269

สตช.ยันไม่พบกลุ่มไอเอสในไทย

โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ย้ำชัดยังไม่พบกลุ่มไอเอสในไทย และไม่เกี่ยวข้องกับกลุ่มก่อความไม่สงบใน 3 จังหวัดชายแดนใต้ ขณะที่ ตม.ยืนยันเข้มงวดคนเข้า-ออกประเทศ

พล.ต.อ.เดชณรงค์ สุทธิชาญบัญชา ที่ปรึกษา(สบ 10)ในฐานะโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ยืนยันสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ให้ความสำคัญกลุ่มก่อการร้ายไอเอสอย่างต่อเนื่อง โดยทันทีที่เกิดการวางระเบิดกลางกรุงจาการ์ตา ประเทศอินโดนีเซีย กองการต่างประเทศ ได้ประสานข้อมูลกับตำรวจสากลอินโดนีเซีย

ส่วนการจับกุมกลุ่มไอเอส 4 คน ที่ประเทศมาเลเซียนั้น ได้ติดต่อแลกเปลี่ยนข้อมูลกันมาตลอด พร้อมให้ความมั่นใจว่ายังไม่มีกลุ่มไอเอสแฝงตัวเข้ามาในประเทศไทยแต่อย่างใด

ขณะเดียวกัน สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ได้ตรวจสอบคัดกรองบุคคลที่ผ่านเข้า-ออกประเทศอย่างเข้มงวด โดยเฉพาะเส้นทางสายใต้ ทั้งนี้ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวย้ำว่ากลุ่มก่อความไม่สงบในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้กับกลุ่มไอเอสไม่มีส่วนเชื่อมโยง หรือ เกี่ยวข้องกันแต่อย่างใด พร้อมยืนยันว่าหน่วยงานด้านความมั่นคง เฝ้าระวังอย่างเต็มที่ และขอให้ประชาชนมั่นใจในการดูแลรักษาความปลอดภัย ส่วนกรณีพบถนนในพื้นที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี ถูกฉีดพ่นเป็นภาษายาวี 3 จุดนั้น กำลังตรวจสอบว่าเป็นฝีมือของกลุ่มใด

ด้าน พล.ต.ท.ณัฐธร เพราะสุนทร ผู้บัญชาการสำนักตรวจคนเข้าเมือง กล่าวยืนยันว่าได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ด่านตรวจคนเข้าเมืองทั่วประเทศ เพิ่มความเข้มตรวจ และ คัดกรองบุคคลเข้า-ออกประเทศอย่างเข้มงวด หลังเกิดเหตุระเบิด และ เหตุโจมตีในหลายประเทศทั่วโลก โดยหลังเกิดเหตุแต่ละครั้งได้ประสานข้อมูลบุคคลต้องสงสัยก่อเหตุกับประเทศที่เกิดเหตุทันที เช่น ตุรกี อินโดนีเซีย ซึ่งจากการข่าว และ การตรวจสอบยังไม่พบข้อมูลกลุ่มก่อการร้ายเดินทางเข้ามาในประเทศไทย

อย่างไรก็ตาม พล.ต.ท.ณัฐธร ยอมรับว่าการลักลอบเดินทางผ่านช่องทางธรรมชาติโดยไม่ผ่านด่านตรวจคนเข้าเมืองนั้นตรวจสอบยาก แต่เมื่อเข้ามาแล้ว ตำรวจได้ระดมกวาดล้างจับกุมอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ ยังยอมรับว่าที่ผ่านมาปัญหาชาวต่างชาติอยู่เกินกำหนดในประเทศไทย หรือ โอเวอร์สเตย์ สร้างปัญหาด้านต่าง ๆ ในประเทศมานาน เนื่องจากมีเพียงโทษปรับ แต่เชื่อว่าหลังกฎหมายใหม่มีผลบังคับใช้ในวันที่ 20 มีนาคม ปี 59 จะช่วยลดปัญหาอาชญากรรมต่างๆ เพราะมีการเพิ่มโทษจำ และ ปรับ รวมถึงจะถูกขึ้นบัญชีดำทันที รวมถึงระบบไบโอเมตริกซ์ หรือ การตรวจจับใบหน้า จะนำมาใช้ได้ในช่วงดังกล่าวด้วย

ทั้งนี้ จากข้อมูลพบว่ากลุ่มชาวต่างชาติที่อยู่เกินกำหนดในประเทศไทยมีกว่า 600,000 คน ลดลงจากเดิม 800,000 คน โดยมีทั้งกลุ่มเอเชียใต้ที่ลักลอบเข้ามาทำงาน กลุ่มชาวตะวันออกกลาง กลุ่มชาวแอฟริกา และ กลุ่มประเทศเพื่อนบ้าน ที่เข้ามาพักรอไปประเทศที่ 3 กลุ่มคนผิวสี และ กลุ่มประเทศเพื่อนบ้าน ที่หวังเข้ามาตั้งกลุ่มก่อเหตุอาชญากรรมในประเทศไทย และ กลุ่มก่อการร้ายข้ามชาติที่หลบหนีคดีเข้ามาในไทย

ในประเทศ

อ่านข่าวในประเทศทั้งหมด

APP ของเรา โหลดเลย!

Ch3Thailand

Ch3Thailand

Ch3Thailand Ch3Thailand
Mello Thailand

Mello Thailand

Mello Thailand Mello Thailand
Krobkruakao

Krobkruakao

Krobkruakao Krobkruakao

รายการข่าวย้อนหลัง

APPLICATIONS