Ch3Thailand Logo

ข่าว ข่าวด่วน ข่าวเด่น ข่าวสด ข่าววันนี้ ข่าวยอดนิยม ประเด็นร้อน กับ ครอบครัวข่าว3

กอ.รมน.ภาค 4 ชี้แจงการดำเนินคดีนักสิทธิมนุษยชน

หมวดข่าว:ในประเทศ

วันที่ 11 มิ.ย. 59 เวลา 22:03:10 น.

จำนวนผู้ชม : 743

กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้าชี้แจงสาเหตุการฟ้องร้องดำเนินคดี 3 นักสิทธิมนุษยชนที่จัดทำรายงานสถานการณ์ซ้อมทรมานในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ยืนยันมีข้อมูลบิดเบือนและทำให้เกิดความเสียหาย ขณะที่นักสิทธิมนุษยชนพร้อมพิสูจน์ตามกระบวนการกฎหมาย

พันเอกปราโมทย์ พรหมอินทร์ โฆษกกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า เปิดเผยถึงกรณีที่สำนักปาตานีรายาเพื่อสันติภาพและการพัฒนา และฮิวแมนไรท์วอทช์ได้ออกแถลงการณ์เรียกร้องให้รัฐให้ความเป็นธรรม และเคารพในหลักสิทธิมนุษยชนอย่างเสมอภาคไม่เลือกปฏิบัติ แบบสองมาตรฐานรวมทั้งให้ถอนฟ้อง 3 นักสิทธิมนุษยชนกรณีการจัดทำรายงานซ้อมทรมาน  

กอ.รมน.ภาค 4  จึงต้องชี้แจงทำความเข้าใจว่า หลังกลุ่มด้วยใจมูลนิธิผสานวัฒนธรรมและองค์กรเครือข่ายสิทธิมนุษยชนปาตานีได้จัดทำรายงานสถานการณ์การทรมานและการปฏิบัติที่โหดร้าย ไร้มนุษยธรรม หรือย่ำยีศักดิ์ศรีในจังหวัดชายแดนภาคใต้ และมีการเผยแพร่ต่อสื่อมวลชนอย่างกว้างขวาง แม่ทัพภาคที่ 4 ได้สั่งการให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างโปร่งใส่เพื่อนำผู้กระทำผิดมาลงโทษและปรับปรุงการทำงานของเจ้าหน้าที่รัฐ รวมทั้งได้ทำหนังสือถึงคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ เพื่อช่วยตรวจสอบข้อเท็จจริงอีกทางหนึ่งด้วย 

แต่จากผลการตรวจสอบของคณะกรรมการพบว่า จากจำนวนผู้ให้ข้อมูล 54 ราย สามารถตรวจสอบ และระบุตัวบุคคลได้เพียง 18 ราย ไม่พบหลักฐานที่น่าเชื่อได้ว่ามีการซ้อมทรมานแต่อย่างใด ทั้งนี้กอ.รมน.ภาค 4 พยายามเชิญองค์กรต่างๆ มาให้ข้อมูลแต่ไม่ได้รับความร่วมมือในการร่วมกันตรวจสอบข้อเท็จจริง จึงถือเป็นการเจตนาจงใจปกปิดข้อมูลโดยใช้เหยื่อเป็นเครื่องมือในการจัดทำรายงาน มิใช่การนำไปสู่การตรวจสอบข้อเท็จจริงเพื่อเยี่ยวยา และหาแนวทางแก้ไขตามที่กล่าวอ้าง และมีการนำข้อมูลไปเผยแพร่สื่อจนทำให้เกิดความเสียหาย เช่นกรณีให้เปลือยกายในห้องเย็นต่อหน้าเจ้าหน้าที่ทหารพรานหญิง และโดนทหารพรานหญิงเอาหน้าอกมาแนบที่ใบหน้าถือเป็นการทำลายศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ และเมิดสิทธิขั้นพื้นฐานของสตรีอย่างร้ายแรง

กอ.รมน.ภาค 4 จึงต้องใช้กลไกทางกฎหมายและกระบวนการยุติธรรมตามแนวทางสันติวิธีเพื่อนำไปสู่การแสวงหาความจริงร่วมกันในชั้นศาลด้วยการเข้าร้องทุกข์ต่อเจ้าพนักงานสอบสวน โดยเชื่อมั่นว่าหากพยานหลักฐานมีอยู่จริงผู้จัดทำรายงานต้องนำมาเป็นข้อต่อสู้ในชั้นศาล แต่หากข้อมูลไม่มีอยู่จริงหรือมีเจตนาบิดเบือนผู้จัดทำรายงานก็สมควรได้รับโทษตามกฎหมาย  


นางสาวพรเพ็ญ คงขจรเกียรติ ผู้อำนวยการมูลนิธิผสานวัฒนธรรม หนึ่งในผู้จัดทำรายงานและถูกฟ้องร้อง ยืนยันว่าการดำเนินการของมูลนิธิเป็นไปอย่างถูกต้องตามกระบวนการพิสูจน์จากผู้เชี่ยวชาญ เนื่องจากข้อมูลที่ได้รับจากคำสัมภาษณ์และหลักฐานบาดแผลที่ปรากฎอยู่บนร่างกายของผู้เสียหาย ที่เป็นหลักฐานเดียวที่สามารถยืนยันได้ เนื่องจากหลักฐานอื่นในพื้นที่ เช่น กล้องวงจรปิดไม่สามารถหาได้ เพราะเป็นสถานที่ลับที่ถูกจับกุมไป ซึ่งมูลนิธิได้รับการยินยอมจากตัวผู้เสียหายในการเผยแพร่ข้อมูล แต่เหตุที่ไม่ยินยอมส่งให้เจ้าหน้าที่ เนื่องมาจากทาง กอ.รมน.ต้องการชื่อและที่อยู่ของผู้เสียหายทั้ง 54 คน เพื่อเข้าไปดำเนินการตรวจสอบด้วยตัวเอง จึงขัดต่อหลักสิทธิมนุษยชนที่จะให้ได้ จึงเสนอให้หน่วยงานที่เป็นกลางมาตรวจสอบ เพื่อความปลอดภัยของผู้เสียหาย

อย่างไรก็ตามวันนี้นางสารพรเพ็ญ ได้รับเลือกจากสมาชิกให้เป็นประธานแอมเนสตี้อินเตอร์เนชั่นแนลประจำประเทศไทย ซึ่งเป็นองค์กรที่ทำงานด้านสิทธิมนุษยชนด้วย 

ในประเทศ

อ่านข่าวในประเทศทั้งหมด

APP ของเรา โหลดเลย!

Ch3Thailand

Ch3Thailand

Ch3Thailand Ch3Thailand
Mello Thailand

Mello Thailand

Mello Thailand Mello Thailand
Krobkruakao

Krobkruakao

Krobkruakao Krobkruakao

รายการข่าวย้อนหลัง

APPLICATIONS