Ch3Thailand

ข่าว ข่าวด่วน ข่าวเด่น ข่าวสด ข่าววันนี้ ข่าวยอดนิยม ประเด็นร้อน กับ ครอบครัวข่าว3

ไขปริศนา.!!การเสียชีวิต ‘น้องกาน’ เด็ก 6 ขวบ กลายเป็นศพครึ่งท่อน กลางสวนเมืองจันทบุรี

หมวดข่าว:ในประเทศ

วันที่ 08 ก.ค. 63 เวลา 13:39:14 น.

จำนวนผู้ชม : 2,658

ไขปริศนา.!! การเสียชีวิต ‘น้องกาน’ เด็ก 6 ขวบ กลายเป็นศพครึ่งท่อน กลางสวนเมืองจันทบุรี

ยังเป็นปริศนาสำหรับคดี"น้องกาน"แพทย์ ‘นิติเวช’ ตั้งข้อสังเกตเสื้อยืดคอกลมสีแดงของ ‘น้องกาน’ เด็ก 6 ขวบ สภาพศพเหลือครึ่งท่อน หลุดจากศพได้อย่างไร ไร้คราบเลือด ขณะที่ญาติ-กู้ภัย ปูพรมค้นหาชิ้นส่วนศพท่อนล่างที่หายไปยังไม่พบ แม่ร่ำไห้จุดธูปบอกลูกขอให้เจอชิ้นส่วนที่เหลือ เผย อาให้ลูกนอนเต้นท์หน้าบ้านกว่า 3 เดือน รับสภาพไม่ได้ สุดสะเทือนใจไม่คิดว่าลูกจะมาจบชีวิตอย่างนี้ ด้าน ผบช.ภ.2 สั่งชุดทำงานเร่งคลี่ปมหาสาเหตุการตายปริศนา คลายข้อสงสัยต่าง ๆ ให้กระจ่าง ผลชันสูตรยังไม่ชัดถูกสัตว์กัดตายหรือไม่ ยังไม่ตัดประเด็นใดทิ้ง

กรณี ‘น้องกาน’ หนูน้อยวัย 6 ขวบ ที่หายออกจากบ้าน ม.2 บ้านโป่งแรด ต.พลับพลา อ.เมือง จ.จันทบุรี นานร่วม 3 วัน ชาวบ้านออกตามหากระทั่งพบน้องเสียชีวิตอยู่ในสวนยางพาราของเพื่อนบ้าน ห่างจากบ้านของน้องประมาณ 200 เมตร สภาพศพเหลือเพียงครึ่งท่อนบน

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่สันนิษฐานว่าน้องอาจเดินหลงเข้าไปในสวนผลไม้ถูกสัตว์ทำร้ายจนเสียชีวิต หลังจากศพเน่าเปื่อยจึงถูกสุนัขกัดแทะ เนื่องจากบริเวณที่เกิดเหตุพบมีรอยเท้าสุนัขจำนวนมาก และพบรอยคราบเลือดติดอยู่กับกอหญ้าในสวนทุเรียน ห่างจากจุดที่พบศพน้องกานต์ ประมาณ 50 เมตร

อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่ได้ส่งชิ้นส่วนศพของน้องกานต์ไปชันสูตรที่ รพ.พระปกเกล้าฯ จันทบุรี เพื่อหาสาเหตุการเสียชีวิตที่แน่ชัด ซึ่งยังเป็นปริศนาว่าน้องเสียชีวิตด้วยสาเหตุใดกันแน่

ทีมกู้ภัยระดมหาชิ้นส่วนที่หายไป


เมื่อวานนี้(7 ก.ค.) มีการระดมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ หน่วยกู้ภัยและชาวบ้าน ค้นหาชิ้นส่วนศพท่อนล่างของน้องกานต์ ตั้งแต่ช่วงเอวและท่อนขา รวมถึงชิ้นส่วนอวัยวะอื่น ๆ ที่หายไป โดยใช้สุนัขตำรวจดมกลิ่นหาชิ้นส่วนบริเวณสวนยางพาราจุดที่พบศพและพื้นที่โดยรอบ ระดมนักประดาน้ำงมค้นหาชิ้นส่วนน้องกานต์ ภายในสระน้ำใกล้สวนผลไม้ 3 สระ แต่ยังไม่พบชิ้นส่วนมนุษย์ หรือสิ่งแปลกปลอมอะไร

นายนราชัย บำรุงใจ เจ้าหน้าที่กู้ภัยสว่างกตัญญู จันทบุรี เผยว่า ส่วนตัวคาดว่า น้องกานต์ ไม่น่าจะเสียชีวิตในจุดที่พบศพ เพราะในช่วงแรกที่ทำการค้นหาจุดนั้นหลายครั้งไม่มีศพ และไม่เจอเสื้อผ้าด้วย ประกอบกับตอนที่เจอศพ พบว่าสภาพเหลือครึ่งตัวช่วงสะดือพอดี ลำไส้บางส่วนหายไป แขนหายไป เสื้ออยู่ห่างจากศพประมาณ 5 เมตร กางเกงอยู่ห่างจากศพ 20 เมตร เสื้อกับกางเกงไม่มีคราบเลือดเลย สงสัยว่าเหตุใดเสื้อจึงไม่อยู่กับตัวเด็ก ส่วนกางเกงมีรอยฉีกขาดเยอะ แต่ไม่สามารถบอกได้ว่ารอยที่กระชากเกิดจากอะไร

โดย น.ส.กิ่งแก้ว ดอนเมือง อายุ 26 ปี แม่ของน้องกานต์ บอกว่า ได้เดินออกตามหาชิ้นส่วนศพในป่ายางแล้วได้กลิ่นบริเวณกอไผ่ คาดว่าชิ้นส่วนที่หายไปน่าจะอยู่ไม่ไกลจากพบศพ จึงจุดธูป 1 ดอก ไปปักบริเวณกอไผ่ ร่ำไห้ภาวนาให้น้องกานต์ ดลบันดาลเจอชิ้นส่วนที่เหลือ จะได้ไปสู่สุคติ

พร้อมระบุว่า สะเทือนใจมากไม่คิดว่าลูกจะมาจบชีวิต อย่างนี้ เห็นสภาพศพก็ยิ่งสะเทือนใจ ตนเชื่อแค่ 30% ว่าน้องกานต์ถูกสัตว์ทำร้ายตาย ยังติดใจหลายประเด็นจนกว่าจะทราบผลการชันสูตร

“สงสัยถ้าสัตว์กัดแทะต้องเป็นสัตว์ขนาดใหญ่ ลำคอน่าจะขาดง่ายกว่าลำตัวหรือไม่ ลำตัวช่วงท่อนล่างหายไปไหน อยากให้ตำรวจทำการพิสูจน์เก็บหลักฐานโดยละเอียด ประเด็นเรื่องลี้ลับตนก็เชื่อ แต่คงเป็นไปไม่ได้ที่ทำให้น้องมีอันเป็นไป เด็กเป็นผ้าขาวเจ้าที่เจ้าทางคงไม่ทำขนาดนั้น”

เผยชีวิต"น้องกานต์"สุดรันทด


  แม่ของน้องกานต์ร่ำไห้ ระบุว่า ตอนนี้อยากหาชิ้นส่วนที่หายไปให้เจอ จะได้นำศพไปบำเพ็ญกุศล ยอมรับเห็นสภาพร่างกายลูกชายไม่ครบ 32 ทำใจไม่ได้ หัวใจสลายลูกชายจากไปกะทันหัน คิดว่าน้องคงทำบุญมาแค่นี้ ตอนที่น้องกานต์หายไปคิดว่าแค่หลงป่า ถ้าย้อนเวลากลับไปได้คงไม่ให้นำมาฝากอาเลี้ยง ตั้งแต่เกิดเรื่องก็ยังไม่ได้พูดคุยกับอาของเด็ก ตนเลิกลากับพ่อน้องกานต์ได้ 3 ปีกว่า เคยขอนำลูกไปเลี้ยงดูแต่อดีตสามีไม่ยอม

นอกจากนี้แม่ของน้องกานต์ พาไปดูสภาพที่นอนของน้องกานต์บริเวณบ้านพัก พบว่าตลอด 3 เดือน พี่มาอยู่กับอา ลูกชายนอนอยู่ในเต้นท์เล็ก ๆ นอกบ้าน เสื้อผ้าแขวนอยู่ราวไม้หน้าเต้นท์ เห็นแล้วหดหู่ใจ ไม่คิดว่าน้องกานต์จะมาอาศัยหลับนอนอย่างนี้ คิดว่าจะเลี้ยงลูกของตนอย่างดี ตนเลี้ยงดูมาไม่เคยปล่อยให้นอนอย่างนี้ พัดลมก็ไม่ดี คนเป็นแม่หัวใจก็สลาย


ด้าน นายสุขุม สาทิพย์จันทร์ อายุ 26 ปี พ่อของน้องกานต์ กล่าวว่า หลังจากเลิกรากับอดีตภรรยา ต้นเลี้ยงดูน้องกานต์จนเข้าเรียนอนุบาล 2 จากนั้นนำน้องกานต์มาฝากอาเลี้ยงแล้วไปทำงานอยู่ที่ จ.ตาก จนมาทราบข่าวว่าน้องกานต์หายไป จึงรีบเดินทางมาที่ จ.จันทบุรี เพื่อออกตามหา จุดธูปขอขมาเจ้าที่ กระทั่งพบศพน้องกานต์

“เห็นสภาพศพลูกน้ำตาไหลทำอะไรไม่ถูก กินไม่ได้นอนไม่หลับ ยังติดใจสาเหตุการตายและชิ้นส่วนที่หายไป หากถูกสุนัขกัดแทะคงไม่ขาดถึงขนาดนั้น อยากหาชิ้นส่วนที่หายไปเจอไว ๆ จะได้ประกอบพิธีทางศาสนาต่อไป หากอยากหาชิ้นส่วนไม่ครบกลัวลูกจากไปไม่สบาย ส่วนเรื่องอาถรรพ์ไม่น่าเกี่ยว แค่ก็เชื่อบ้าง”


ขณะที่นายสุทธิเกียรติ นนทิจันท์ อายุ 24 ปี อาของน้องกานต์ เผยว่า ตนเป็นคนเลี้ยงดูน้องกานต์ ด้วยพ่อของน้องนำมาฝากเลี้ยง โดยบ้านหลังที่อาศัยนั้นอยู่ในสวนมังคุดขอญาติ ซึ่งตนทำงานเป็นลูกจ้างดูแลสวนมาอาศัยอยู่ที่บ้านหลังดังกล่าวประมาณ 3 เดือน

น้องกานต์ ไม่ดื้อ เงียบ ชอบออกนอกบ้านไปเล่นในสวนผลไม้ของชาวบ้านใกล้เคียง ไปเก็บมังคุดกินบ้างตามประสาเด็ก และออกไปเดินเล่นในสวนยางพารากับสุนัขบ่อยครั้ง ตนก็คอยระวังบอกให้เล่นบริเวณบ้าน โดยวันเกิดเหตุตนเองไม่อยู่บ้าน น้องกานต์ออกไปตอนไหนไม่มีใครทราบ หลังจากหายออกจากบ้านไปก็ระดมกันตามหาแต่ไม่พบ กระทั่งกลายเป็นศพในป่ายางพารา

อาของน้องกานต์ ระบุว่า ยังไม่ปักใจเชื่อว่าน้องกานต์ ถูกสัตว์กัดตาย ตอนนี้ต้องรอฟังผลพิสูจน์ก่อน และตนก็โดนกระแสโซเชียลโจมตีโพสต์ด่าว่าไม่ดูแลหลานให้ดี ตนเองก็ทำงานบางครั้งก็ไม่ได้อยู่ดูแล ปกติน้องกานต์เวลาออกไปเดินเล่นในสวนมังคุด ตอนเย็นเขาก็จะกลับบ้าน แต่วันเสาร์ที่ผ่านมาน้องหายไป

“ข้อสันนิษฐานว่าสัตว์ทำร้าย คิดว่าอาจเป็นงูพิษชกน้องเสียชีวิต แล้วอาจถูกสุนัขกัดแทะหรือไม่ เพราะในสวนผลไม้ละแวกนั้น มีสุนัขที่เจ้าของเลี้ยงเฝ้าสวนจำนวนมาก แต่ไม่ค่อยดุ ขี้เล่น ไม่เคยกัดชาวบ้าน ความเชื่อเรื่องอาถรรพ์ทำให้น้องเสียชีวิต มองว่าไม่น่าเป็นไปได้ ทั้งนี้ยังติดใจสาเหตุการตาย และชิ้นส่วนท่อนล่างที่หายไป มีใครทำให้น้องตายหรือไม่ หากโดนสัตว์ทำร้ายเป็นสัตว์อะไรหรือสุนัขตัวไหนกัดน้อง อยากให้ตำรวจพิสูจน์ข้อเท็จจริงให้กระจ่าง”

ประเด็นต้องสงสัยสุด คือ สุนัขเฝ้าสวน

ส่วนเพื่อนบ้านที่เลี้ยงสุนัขพันธุ์ร็อตไวเลอร์ไว้ภายในสวนซึ่งไม่ห่างจากจุดศพ ให้ความร่วมมือนำสุนัขไปให้เจ้าหน้าที่ตรวจพิสูจน์ เช่นเดียวกับนายเกรียงวุฒิ วรรณทอง เลี้ยงสุนัขไว้เฝ้าสวนมังคุดไม่ได้ขังหรือล่ามโซ่ นอกจากมีแขกมาบ้านก็จะนำไปผูกไว้ เป็นพันธุ์พิทบูลเพศผู้ 1 ตัว และสุนัขพันธุ์ไทย 5 ตัว เผยว่า เจ้าหน้าที่ได้มาเก็บ DNA ไปตั้งแต่วันที่พบศพ และเข้าให้การกับพนักงานสอบสวนแล้วในสิ่งที่ตนพบเห็นเพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจ ยินดีให้ความร่วมมือทุกอย่าง จะขย้ำเด็กหรือไม่ต้องรอพิสูจน์

หรือจะเป็น เรื่องไสยศาสตร์ หรือ อาถรรพ์


  ประเด็นความเชื่ออาถรรพ์ผีบังตาทำให้หาน้องไม่เจอตั้งแต่แรก ทั้งที่ญาติได้ไปหาตรงจุดที่พบศพในป่ายางแล้วแต่ไม่พบร่างน้องกานต์ เป็นเรื่องไสยศาสตร์ที่มองไม่เห็น อาจเกี่ยวข้องกับการตายหรือไม่ เนื่องจากน้องชอบไปเล่นรูปปั้นนางรำศาลพระภูมิ ซึ่งช่วงที่น้องหายไป ชาวบ้านพบตุ๊กตามดตานอยสีดำวางอยู่หน้าศาลพระภูมิในสวนมังคุดของชาวบ้าน ห่างจากบ้านของเด็ก 400 เมตร และรูปปั้นนางรำถูกจับหักหัวนอนเรียงกัน

ชาวบ้าน กล่าวว่า "เคยเห็นน้องกานต์ วิ่งเล่นอยู่ในสวนมังคุดประจำ ตนบอกอย่าวิ่งเล่นเดี๋ยวสุนัขจะกัด แต่ไม่เคยกัดแค่เห่าเท่านั้น และเคยเห็นน้องกานต์ ไปหยิบขวดน้ำแดงจากศาลพระภูมดังกล่าวมาดื่ม ส่วนความเชื่อเรื่องอาถรรพ์เจ้าที่เจ้าทางก็เชื่อบ้าง เป็นสิ่งที่มองไม่เห็น"

ชาวบ้านอีกราย ระบุว่า "วันที่น้องกานต์หายออกจากบ้าน ตนและชาวบ้านคนอื่น ๆ ได้ออกตามหาในป่ายางจุดที่พบศพก็ไม่พบ แปลกใจทำไมเจอร่างของน้องตรงจุดนั้น เชื่อผีบังตาหรือไม่ อีกทั้งสภาพศพของน้องกานต์ แขนกุด ลำตัวขาดครึ่งท่อน คล้ายกับรูปปั้นนางรำที่คอหัก ชิ้นส่วนรูปปั้นแตกหักบริเวณศาลพระภูมิจุดที่น้องกานต์ไปเล่น ซึ่งก่อนที่จะเจอศพญาติได้ไปขมาศาลให้เปิดทางเจอน้องกานต์ พอขอขมาเสร็จก็เจอศพ"


คนคุมคดี ยังไม่ฟันธง ว่าตายด้วยสาเหตุใด

พ.ต.อ.พงษ์รพี รพีถวิลวรรณ ผกก.เมืองจันทบุรี เปิดเผยว่า จากสภาพศพมีบาดแผลฉกรรจ์บริเวณคอ ตามตัวน่าจะเกิดจากสัตว์ที่มีเขี้ยวกัด สอบถามชาวบ้านให้ข้อมูลว่า ไม่เคยมีสัตว์ดุร้ายหรือเสือเข้ามาในพื้นที่ ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ได้เก็บ DNA จากฟันสุนัขละแวกนั้นและสัตว์มีเขี้ยวไปตรวจสอบว่ามีส่วนเกี่ยวของกับการตายของ ‘น้องกานต์’ หรือไม่

ส่วนสาเหตุการตายที่ชัดเจน ยังไม่สามารถยืนยันได้ว่าเสียชีวิตจากการกัดแทะของสัตว์มีเขี้ยว หรือเสียชีวิตมาก่อนด้วยสาเหตุอื่น แล้วจึงถูกสัตว์มากัดแทะ ตรวจสอบเบื้องต้นไม่พบร่องรอยถูกของหรืออาวุธมีคม น่าจะเกิดจากการถูกสัตว์กัดกระชากจนร่างขาด สาเหตุการตายที่แน่ชัดต้องรอผลชันสูตร

ผู้เชียวชาญ ตั้งข้อสังเกต


รศ.นพ.วีระศักดิ์ จรัสชัยศรี ผู้เชี่ยวชาญด้านนิติเวช มศว. เปิดเผยว่า ในกรณีที่เสียชีวิตจากการจมน้ำ จะมีการผ่าไล่ดูตั้งแต่หลอดลมไปจนถึงขั้วปอด เนื้อปอด ซึ่งถ้าน้ำเป็นดินโคลนแล้วเข้าไปก็มีพบดินโคลนอยู่ข้างใน แต่ถ้าไม่พบแสดงว่าไม่จมน้ำ แต่หากเสียชีวิตแล้วถูกนำไปทิ้งน้ำ ก็จะไม่พบน้ำในปอด ถ้าเสียชีวิตแล้วโอกาสที่น้ำจะไหลเข้าไปเองจนทำให้ปอดบวมน้ำ แทบจะเป็นไปไม่ได้

  ความเป็นไปได้กรณีที่เสื้อไม่ได้อยู่บนตัวเด็ก มี 2 กรณี คือ หากเด็กเสียชีวิต คงเป็นไปไม่ได้ที่เด็กจะถอดเสื้อเอง แต่หากเสื้อถูกถอดตอนที่เด็กยังมีชีวิต ก็จะต้องค้นหาว่าเด็กถอดเสื้อกับกางเกงเพราะเหตุใด ซึ่งสถานที่พบศพอาจจะไม่ใช่ที่เกิดเหตุ ต้องหาสถานที่เกิดเหตุจริง ๆ ว่าอยู่ที่ไหน

  อย่างไรก็ตามยังมีข้อสงสัยหลายประเด็น เช่น หากน้องกานต์ ถูกสุนัขกัดตามข้อสันนิษฐาน และขณะนั้นน้องใส่เสื้อยืดคอกลมสีแดงอยู่ แต่ทำไมไร้คราบเลือด สาเหตุยังคลุมเครือเป็นปริศนาว่าเด็กถูกสัตว์ทำร้ายตายจริงหรือไม่ สภาพศพบางส่วนไม่เหมือนถูกสัตว์กัดแทะชิ้นส่วนศพท่อนล่างที่หายไป.?


ในประเทศ

อ่านข่าวในประเทศทั้งหมด

APP ของเรา โหลดเลย!

CH3 Plus

CH3 Plus

CH3 Plus Application IOSCH3 Plus Application AndroidCH3 Plus Application Huawei

รายการข่าวย้อนหลัง

ข่าวยอดนิยม

APPLICATIONS