Ch3Thailand

ข่าว ข่าวด่วน ข่าวเด่น ข่าวสด ข่าววันนี้ ข่าวยอดนิยม ประเด็นร้อน กับ ครอบครัวข่าว3

เปิดปม.!ลูกสาวฆ่าพ่อ ตัดอวัยวะเพศ ระบุปมฝังใจเรื่องสามีชำเราลูก มีอาการทางจิต

หมวดข่าว:ในประเทศ

วันที่ 17 มิ.ย. 63 เวลา 16:45:25 น.

จำนวนผู้ชม : 2,140

เปิดปม.!  ลูกสาวฆ่าพ่อ ตัดอวัยวะเพศ ระบุปมฝังใจเรื่องสามีชำเราลูก มีอาการทางจิต

ความคืบหน้ากรณีลูกสาววัย 29 ปี ใช้มีดฟันหน้าผาก และตัดอวัยวะเพศของพ่อ วัย 58 ปี จนเสียชีวิตในบ้านพักเลขที่ 306/141 ซอยชุมชนท่าทราย3 แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กทม.ก่อนจะขึ้นรถแท็กซี่หลบหนีไป ช่วงตี 2 ครึ่ง วันที่ 17 มิถุนายน ตำรวจตามจับได้ที่บริเวณปากซอยชินเขต 1/31 แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กทม.ขณะกำลังเดินอยู่ริมถนน จึงควบคุมตัวมาสอบปากคำ ส่วนอาวุธมีดที่ใช้ก่อเหตุได้นำไปทิ้งที่ถังขยะ บริเวณหน้าร้านสะดวกซื้อ เซเว่นอีเลฟเว่น แยกภาสยา แต่ผู้ต้องหายังให้การไม่รู้เรื่อง และหมดแรงจึงต้องมาสอบปากคำในช่วงเช้า ที่สถานีตำรวจนครบาลทุ่งสองห้อง หญิงอายุ 28 ปี ก่อเหตุใช้มีดฟันหน้าผากพ่อ และตัดอวัยวะเพศ ยังถูกควบคุมตัวอยู่ในห้องคุมขังของ สน.โดยตลอดทั้งคืนไม่ได้หลับ ลุกขึ้นยืน สลับนั่ง พร้อมกับตะโกนบอกกับเจ้าหน้าที่ว่า เมื่อไหร่จะปล่อยตัวสักที ก่อนที่เจ้าหน้าที่จะนำอาหารและน้ำให้รับประทาน

-ก่อนที่ในช่วงเวลาประมาณ 10.20 น.เจ้าหน้าที่ได้คุมตัวหญิงอายุ 28 ปี ออกจากห้องควบคุมตัว เพื่อไปนำตรวจหาสารเสพติด ที่สถาบันบำบัดและรักษาฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแห่งชาติบรมราชชนนี จังหวัดปทุมธานี ซึ่งเจ้าตัว ลักษณะอาการภายนอกเหมือนคนปกติทั่วไป ไม่ได้โศกเศร้าหรืออะไร-โดยระหว่างเดินออกมา เจ้าตัวตะโกนบอกว่า และไม่ได้กระทำ และอ้างสั้นๆเพียงว่า ที่ผ่านมาเคยถูกผู้ตาย ผู้เป็นพ่อทำร้ายร่างกายมานาน

-ทีมข่าวเดินทางไปยังบ้านที่เกิดเหตุ พบแม่ของผู้ก่อเหตุ ที่เดินทางมาเอาเอกสารของทั้งอดีตสามี ผู้เสียชีวิต และของลูกสาว ซึ่งเป็นผู้ก่อเหตุไปให้ตำรวจ สน.ทุ่งสองห้อง โดยแม่ของผู้ก่อเหตุ เล่าว่า ตนเองเลิกรากับผู้เสียชีวิตตั้งแต่ผู้ก่อเหตุยังเด็ก จากนั้นผู้เสียชีวิตก็ไปรับลูกมาอยู่ด้วยตั้งแต่เรียนชั้นประถมศึกษา กระทั่งในช่วงที่ผู้ก่อเหตุเรียนชั้นมัธยมก็เริ่มมีแฟนและติดยาเสพติดเรื่อยมา และย้ายออกไปอยู่ข้างนอก ซึ่งตนเองก็พยายามที่จะนำลูกเข้ารับการบำบัดหลายครั้งแต่ก็ไม่เป็นผล

-ทั้งนี้ตลอดระยะเวลาหลายปี ไม่ทราบว่าผู้ก่อเหตุไปอยู่ไหน เพราะตั้งแต่ที่มีปัญหาครอบครัว จากที่สามีของผู้ก่อเหตุข่มขืนลูกสาววัย 10 ขวบ ผู้ก่อเหตุก็น่าจะเกิดความเครียดมากขึ้น จะกลับมาหาตนเอง และผู้เสียชีวิตก็ต่อเมื่อเงินหมด หรือไม่มีที่ไป แต่ในช่วงประมาณเดือนกันยายน 2562 สังเกตุได้ว่าลูกสาวมีอาการมากกว่าคนเสพยาเสพติด คล้ายอาการทางจิต จึงได้นำตัวรักษาที่โรงพยาบาลศรีธัญญา แต่อยู่ได้สักพักก็เห็นว่าอาการดีขึ้น และตัวผู้ก่อเหตุเองก็พูดว่าดีขึ้นแล้ว หายแล้ว ตนจึงไปรับกลับ แต่สังเกตุว่าลูกไม่ยอมกินยา อ้างว่าหายแล้ว กระทั่งในช่วงปลายเดือนมีนาคมที่ผ่านมา เริ่มติดต่อไม่ได้ทั้งทางโทรศัพท์ และโซเชียลต่างๆ ก็ถูกปิดกั้นทั้งหมด ทำให้ไม่ทราบว่าลูกไปอยู่ไหน จะมีครั้งล่าสุดเมื่อประมาณเดือนที่แล้ว ลูกได้โทรศัพท์มาหาบอกว่า"หนูสู้พ่อได้แล้ว"ด้วยน้ำเสียงแบบภูมิใจ ตนเองก็รู้สึกแปลกๆ เนืองจากที่ผ่านมาแม้ว่าจะถูกพ่อดุด่าก็จะไม่เคยทำร้ายพ่อ 

เมื่อวานหลังเกิดเหตุ มีคนในซอยมาเล่าให้ฟังว่า ก่อนเกิดเหตุเห็นลูกสาวของตนนั่งอยู่ในละแวกซอยประมาณ 2-3 วัน พอมีคนถาม ลูกสาวก็ตอบว่า"รอพวกมาจัดการกับพ่อ"-ทั้งนี้ตนก็รู้สึกเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น สาเหตุส่วนหนึ่งก็คงมาจากครอบครัวแตกแยกและไม่ได้มีเวลาดูแลลูกอย่างเต็มที่ จึงอยากให้เหตุการณ์นี้เป็นอุทธาหรณ์ให้กับอีกหลายๆ ครอบครัว ในการมั่นสังเกตุความผิดปกติของลูก-ขณะที่เพื่อนบ้าน เล่าว่า เมื่อวานหลังจากผู้เสียชีวิตกลับมาจากโรงพยาบาล เนื่องจากเพิ่งประสบอุบัติเหตุจนหัวไหล่หลุด และนั่งคุยกับตนเองอยู่บริเวณหน้าบ้าน ผู้ก่อเหตุก็มาหา และชวนพ่อให้เข้าบ้านหลังจากนั้นไม่นาน ลูกสาวก็เดินออกมาจากบ้านอย่างใจเย็น ด้วยสภาพเลือดเปื้อนเต็มตัว ตนเองรู้สึกตกใจและคิดว่าต้องเกิดเรื่องจึงรีบเข้าไปในบ้านเห็นสภาพศพสุดอนาถ-ทั้งนี้ผู้ก่อเหตุไม่ได้อยู่กับพ่อ เพราะมีอาการทางจิต เนื่องจากการเสพยาเสพติด นานๆ ทีก็มาหาพ่อบ้าง แต่มาหาทีไรก็ทะเลาะกันทุกที ส่วนพ่ออาศัยอยู่ตามลำพัง-ขณะที่เพื่อนของพลอย เปิดคลิปวีดีโอพูดคุยกับพลอยเมื่อเดือนพฤษภาคม ขณะเจอเพื่อนแถวย่านชินเขต ซึ่งครั้งนั้นก็เห็นลักษณะอาการที่ผิดแปลกไป โดยมีการยิ้มตลอดเวลา ถามอะไรก็จะตอบไปเรื่อย

-เพื่อนยืนยันว่าตั้งแต่เดือนพฤษภาคมปี 2562 ตลอดเวลาที่รู้จักกันไม่เคยเห็นเพื่อนเสพยาเสพติดเลย แต่ถ้าจะไปแอบเสพหรือไม่นั้นก็ไม่ทราบได้ ส่วนแรงจูงใจที่ก่อเหตุเชื่อว่าเกิดจากการปมที่ลูกของผู้ก่อเหตุถูกล่วงละเมิดจากแฟนของตัวเอง ซึ่งเป็นพ่อแท้ๆ ของลูก ทั้งนี้เมื่อวันที่ 3 มิถุนายน กลุ่มเพื่อนได้พบผู้ก่อเหตุเดินเร่ร่อนอยู่ย่านดอนเมือง เนื่องจากไม่มีที่พักเป็นหลักแหล่ง อีกทั้งก่อนหน้านี้ยังตระเวนไปหาเพื่อนเก่าตามต่างจังหวัด เช่น จังหวัดกระบี่ ประกอบกับเห็นพฤติกรรมในช่วงหลังของเพื่อน เข้าข่ายสติไม่สมประกอบ จึงอยากจะช่วยกันพาไปส่งรักษาตัว แต่ทางโรงพยาบาลแจ้งว่าต้องให้ญาติเป็นผู้ดำเนินการทาง จากการพูดคุยและการแชทสนทนาก็จะมีแต่การพูดเรื่องเดิมๆ คล้ายย้ำคิดย้ำทำเกี่ยวกับเรื่องที่ลูกสาวถูกกระทำชำเรา

-ด้านพันตำรวจเอกอำนาจ อินทรศวร ผู้กำกับ สน.ทุ่งสองห้อง กล่าวว่า จากการสอบปากคำผู้ต้องหาให้การวกวน บางครั้งพูดรู้เรื่อง บางครั้งพูดไม่รู้เรื่อง หากในวันนี้ผู้ต้องหายังไม่สามารถให้การได้ ก็จะต้องส่งตัวไปที่สถาบันกัลยาณ์ราชนครินทร์ โรงพยาบาลจิตเวช กระทรวงสาธารณสุข เพื่อตรวจว่าอาการทางจิตหรือไม่ หรือหากตรวจพบอยู่ในระดับไหน เพราะหากรักษาหายก็จะต้องถูกส่งตัวมาดำเนิน เนื่องจากขณะนี้มีเพียงคำให้การของพยานกับประวัติการรักษาที่รพ.ศรีธัญญา ระบุว่าไม่ได้มีอาการทางจิตที่รุนแรง-โดยคดีนี้มีทั้งพยานแวดล้อม และหลักฐานภาพจากกล้องวงจรปิดบริเวณหน้าร้านสะดวกซื้อที่ผู้ก่อเหตุนำอาวุธมีดมาทิ้งในทิ้งขยะก่อนเดินออกไป

ส่วนผลการตรวจหาสารเสพติดในร่างกายไม่พบ ส่วนการสอบปากคำของแม่และพี่สะไภ้ ก็ให้การตรงกันว่าปกติผู้ก่อเหตุนานๆ ครั้งถึงจะกลับมาหาพ่อที่บ้านหากเงินหมด หรือไม่มีที่ไป ซึ่งก็จะปากเสียงกันปกติเนื่องจากพ่อเป็นคนที่ว่ากล่าวตักเตือนด้วยคำพูดรุนแรง แต่ก็ไม่เคยถึงขั้นลงมือกัน โดยในปีที่แล้วก็นำตัวไปเข้ารักษาที่โรงพยาบาลศรีธัญญา

-พันตำรวจเอกอำนาจ กล่าวต่อว่า ในส่วนของสาเหตุที่นางสาวบุญญดา มาแจ้งความที่สน.ทุ่งสองห้อง หลายครั้งนั้น ส่วนมากเป็นการแจ้งความหรือตามความคืบหน้าในคดีสามีข่มขืนลูกซึ่งคดีนี้อยู่ในชั้นศาลแล้ว และตัวนางสาวบุญญดา เองก็เคยถูกจับกุมในคดีเสพยาเสพติดหลายครั้ง จึงอาจเกิดความผูกพันกับสถานีตำรวจ เบื้องต้นตำรวจจะดำเนินการตามพยานหลักฐานจากเหตุดังกล่าวเข้าข้อหา"ฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา"แต่ต้องรอคำวินิจฉัยจากแพทย์อีกครั้ง-นอกจากนี้มีเจ้าหน้าที่จากกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ กระทรวงยุติธรรมเดินทางมาที่สน.ทุ่งสองห้อง เพื่อประสานดูแลเรื่องสิทธิให้กับญาติผู้เสียชีวิต

-มีรายงานว่าตั้งแต่นางสาวบุญญดา ถูกจับกุม มีลักษณะอาการเกี่ยวกับจิตใจ มีการตะโกนอยู่ภายในห้องควบคุม ว่า ถูกใส่ร้าย และถามว่าเมื่อไหร่จะปล่อยหนู หนูอึดอัด และที่ผ่านมาน.ส.บุญญดาได้เดินทางมาที่สถานีตำรวจบ่อยครั้ง เพื่อแจ้งความเกี่ยวกับคดีของลูก ซึ่งการมาแต่ละครั้งจะเรียกวิน รถจักรยายนต์รับจ้างให้มาส่ง บางครั้งก็ไม่จ่ายเงิน เจ้าหน้าที่จึงต้องจ่ายค่ารถแทน-อย่างไรก็ตามสำหรับศพของผู้เสียชีวิตทางอดีตภรรยาจะนำไปบำเพ็ญกุศลที่วัดเทวสุนทร แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กรุงเทพฯ

ในประเทศ

อ่านข่าวในประเทศทั้งหมด

APP ของเรา โหลดเลย!

CH3 Plus

CH3 Plus

CH3 Plus Application IOSCH3 Plus Application AndroidCH3 Plus Application Huawei

รายการข่าวย้อนหลัง

ข่าวยอดนิยม

APPLICATIONS