Ch3Thailand

ข่าว ข่าวด่วน ข่าวเด่น ข่าวสด ข่าววันนี้ ข่าวยอดนิยม ประเด็นร้อน กับ ครอบครัวข่าว3

บิ๊กโจ๊ก เข้าให้ปากคำเพิ่มเติม ปมยิงถล่มรถ ปัดคุยกับ ผบ.ตร.

หมวดข่าว:ในประเทศ

วันที่ 09 ม.ค. 63 เวลา 11:36:54 น.

จำนวนผู้ชม : 140

บิ๊กโจ๊ก เข้าให้ปากคำเพิ่มเติม ปมยิงถล่มรถ ปัดคุยกับ ผบ.ตร.

บิ๊กโจ๊ก เข้าให้ปากคำพนักงานสอบสวน สน.บางรักเพิ่มเติม เชื่อให้ข้อมูลครบถ้วน ปัดคุยพลตำรวจเอกจักรทิพย์ และไม่กังวลถูกฟ้องร้องเรื่องระบบไบโอเมทริก เพราะพูดความจริง


  พลตำรวจโทสุรเชษฐ์ หักพาล ที่ปรึกษาประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เข้าให้ปากคำพนักงานสอบสวน สน.บางรัก เพิ่มเติมเมื่อกลางดึกที่ผ่านมา ในประเด็นเกี่ยวกับที่อยู่ของตนเอง และตรวจความเรียบร้อยบันทึกปากคำครั้งสุดท้าย โดยใช้เวลาเพียง 30 นาที ก่อนจะออกมาให้สัมภาษณ์ ยืนยันว่า ประเด็นที่คนร้ายลงมือ เชื่อว่าเกี่ยวพันกับประเด็นการสั่งซื้อระบบไบโอเมทริก ที่นำไปใช้ภายในสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ซึ่งตนเองได้ทำหนังสือแย้งการสั่งซื้อดังกล่าว เพราะเห็นว่าการสั่งซื้อระบบไม่เป็นไปตามข้อตกลง และดำเนินการล่าช้า จนมีการตั้งคณะกรรมการสอบสวน ซึ่งรายละเอียดทั้งหมดที่ให้กับพนักงานสอบสวน ก็เป็นคำพูดเดียวที่ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชน เชื่อว่าไม่มีความจำเป็นต้องเข้าให้ปากคำพนักงานสอบสวนอีก และยังไม่มีการนัดหมายใด


ส่วนที่ตนเองเชื่อว่าเป็นประเด็นนี้ เพราะหลังมีการตั้งคณะกรรมการสอบสวนไปแล้ว ก็มีผู้ใหญ่ทาบทามให้ไปเจรจาไกล่เกลี่ยปัญหา และตนได้ปฏิเสธมาโดยตลอด จนถึงขั้นถูกเก็บข้อมูลว่าใช้รถยนต์ยี่ห้อใด ทะเบียนใด และมีที่อยู่ใดบ้าง ซึ่งการเก็บข้อมูลลักษณะนี้ ก็คล้ายเป็นการถูกจับตา ส่วนที่คนร้ายเลือกลงมือที่ร้านนวดดังกล่าว เพราะเป็นจุดที่ลงมือง่าย และแม้ว่าตนเองจะได้รับคำเตือนให้หลีกเลี่ยงไปที่ร้านดังกล่าวในระยะนี้ แต่เพราะความเคยชินจึงยังคงไปใช้บริการอยู่

ส่วนลักษณะการลงมือก็เชื่อว่าเป็นการข่มขู่ แบบเดียวกับคดีที่เคยเกิดขึ้นกับสื่อมวลชนประจำสำนักงานตำรวจแห่งชาติเมื่อปี 2559 ที่จนถึงทุกวันนี้ก็ยังไม่สามารถจับตัวคนร้ายมาลงโทษได้ ซึ่งหากตอนนี้ตนเองได้กลับมาทำงานเป็นตำรวจอีก ก็เชื่อว่าจะใช้เวลาไม่นานก็จะจับคนร้ายได้อย่างแน่นอน สำหรับการสืบสวนหาข้อเท็จจริง ตนก็พยายามเปิดช่องทางให้ตำรวจสืบสวนอย่างเต็มที่ และเชื่อว่าการเข้ามาดูแลคดีของพลตำรวจเอกวิระชัย ทรงเมตตา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และทีมงานจะคลี่คลายคดีนี้ได้

ส่วนที่ตนเองต้องเข้าพบพลตำรวจเอกจักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เพื่อหารือขอความช่วยเหลือในทางคดีนี้หรือไม่ เห็นว่าไม่มีความจำเป็น เพราะได้ให้ข้อมูลกับพนักงานสอบสวนไปหมดแล้ว อีกทั้งหลังพ้นตำแหน่งก็ไม่ได้ติดต่อพูดคุยกับพลตำรวจเอกจักรทิพย์มานานกว่า 1 ปี แม้ว่าในอดีตจะเคยเป็นผู้ใต้บังคับบัญชา และเป็นรุ่นน้องที่สนิทสนมกันในระดับหนึ่งก็ตาม


อย่างไรก็ตามสำหรับกรณีที่ตนเองออกมาเปิดเผยเรื่องความไม่ชอบมาพากลในการสั่งซื้อระบบไบโอเมทริก โดยสำนักงานตำรวจแห่งชาติเป็นผู้จัดซื้อ ใช้งบประมาณของสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง กว่า 2,000 ล้านบาท ซึ่งเพิ่มจากเดิมที่เคยตั้งไว้กว่า 1,000 ล้านบาท จนมีเครื่องมือเกินความจำเป็น และถูกกระจายไปยังสถานีตำรวจภูธรในหลายจังหวัด ที่ไม่สามารถนำเครื่องมือไปใช้งานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ยืนยันว่าตนเองไม่กังวลว่าจะถูกฟ้องร้องดำเนินคดีในภายหลัง เพราะข้อมูลที่เปิดเผย ก็เป็นข้อเท็จจริงที่ตรวจสอบได้ อีกทั้งตนเองก็ไม่เคยให้สัมภาษณ์ระบุชื่อบุคคลใดบุคคลหนึ่งให้ได้รับความเสื่อมเสียชื่อเสียง อีกทั้งในอดีตก็เคยถูกฟ้องร้องคดีในทำนองนี้อยู่เป็นประจำ แต่สุดท้ายความจริงก็ปรากฎว่าตนเองเป็นผู้บริสุทธิ์

ในประเทศ

อ่านข่าวในประเทศทั้งหมด

APP ของเรา โหลดเลย!

CH3 Plus

CH3 Plus

CH3 Plus Application IOSCH3 Plus Application AndroidCH3 Plus Application Huawei

รายการข่าวย้อนหลัง

ข่าวยอดนิยม

APPLICATIONS