Ch3Thailand Logo

ข่าว ข่าวด่วน ข่าวเด่น ข่าวสด ข่าววันนี้ ข่าวยอดนิยม ประเด็นร้อน กับ ครอบครัวข่าว3

วงจรปิดยัน พล.ต.ต.กราดยิงหน้าบัลลังก์ เอาปืนเข้าศาล ใช้จังหวะรปภ.เคารพธงชาติ

หมวดข่าว:ในประเทศ

วันที่ 13 พ.ย. 62 เวลา 12:46:35 น.

จำนวนผู้ชม : 3,678

วงจรปิดยัน พล.ต.ต. กราดยิงหน้าบัลลังก์ เอาปืนเข้าศาล ใช้จังหวะรปภ.เคารพธงชาติ
วงจรปิดยัน พล.ต.ต. กราดยิงหน้าบัลลังก์ เอาปืนเข้าศาล ใช้จังหวะรปภ.เคารพธงชาติวงจรปิดยัน พล.ต.ต. กราดยิงหน้าบัลลังก์ เอาปืนเข้าศาล ใช้จังหวะรปภ.เคารพธงชาติวงจรปิดยัน พล.ต.ต.กราดยิงหน้าบัลลังก์ เอาปืนเข้าศาล ใช้จังหวะรปภ.เคารพธงชาติ


   ความคืบหน้ากรณีที่ พลตำรวจตรีธารินทร์ จันทราทิพย์ อายุ 67 ปี ก่อเหตุใช้อาวุธปืนพกสั้นกล็อก 22 ขนาด .40 กราดยิงภายในศาลจังหวัดจันทบุรี ส่งผลให้ นายบัญชา ปรมีศณาภรณ์ ทนายและโจทก์ และนายวิจัย สุขรมย์ ทนายความร่วมฝ่ายโจทก์ เสียชีวิต ส่วนนางสุภาภรณ์ ปรมีศณาภรณ์ ภรรยานายบัญชา และนายวิชัย อุดมธนภัทร ทนายความ ได้รับบาดเจ็บ ขณะที่พลตำรวจตรีธารินทร์ ผู้ก่อเหตุ ถูกเสมียนทนาย ใช้อาวุธปืนยิงผ่านประตูกระจกเพื่อระงับเหตุ ได้รับบาดเจ็บสาหัส ต่อมาไปเสียชีวิตที่โรงพยาบาล

โดยล่าสุดตำรวจ สภ.เมือง จันทบุรี ได้ออกหมายจับ  เสมียนทนายฝึกงานจากมหาวิทยาลัยเอกชนชื่อดัง  หนึ่งในผู้ร่วมก่อเหตุยิง พลตำรวจตรีธารินทร์ เสียชีวิต และเมื่อคืนที่ผ่านมาตำรวจชุดสืบจากกองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 2 และชุดสืบของ สภ.เมืองจันทบุรี ได้จับกุมตัวเสมียนทนายฝึกงาน อายุ 22 ปี  ได้ที่โรงแรมแห่งหนึ่งในตัวเมืองจันทบุรี พร้อมนำตัวนายเอ๊ด ไปสอบในเซฟเฮ้าส์แห่งหนึ่งในจังหวัด ก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวน เพื่อสอบปากคำต่อในเช้าวันนี้

ขณะที่บริเวณหน้า สภ.เมืองจันทบุรี ก็ได้มีกลุ่มทนายความเมืองจันทบุรี รวมตัวกันขอเข้าพบผู้กำกับการ สภ.เมืองจันทบุรี ว่าทำเกินกว่าเหตุเรื่องการออกหมายจับทนายเอ๊ดหรือไม่ โดยระบุว่าทนายเอ๊ดเตรียมตัวที่จะไปมอบตัวเพื่อต่อสู้ตามกระบวนการยุติธรรมอยู่แล้ว และล่าสุดทนายกลุ่มดังกล่าวได้เข้าฟังการชี้แจงจากผู้กำกับ โดยไม่อนุญาตให้ผู้สื่อข่าวเข้ารับฟังและไม่ขอออกสื่อแต่อย่างใด

- ส่วนประเด็นที่ตรวจสอบว่า พลตำรวจตรี ธารินทร์ นำอาวุธปืนเข้าไปในศาลได้อย่างไร เรื่องนี้ได้รับการเปิดเผยจาก นายสราวุธ เบญจกุล เลขาธิการศาลยุติธรรม ว่า ได้ตรวจสอบจากกล้องวงจรปิดของศาลจังหวัดจันทบุรี พบว่า พลตำรวจตรี  ธารินทร์ จันทราทิพย์   มาศาลก่อนเวลาทำการ และยืนข้างประตูทางเข้า พอเวลา 08.00 นาฬิกา เจ้าหน้าที่ รปภ.ประจำจุดตรวจอาวุธ ที่ทางเข้าอาคาร ได้ออกไปเคารพธงชาติ จึงแอบเดินผ่านเครื่องตรวจอาวุธไปได้ เรื่องนี้จึงเป็นข้อบกพร่องเกี่ยวกับตัวบุคคล



สำหรับคดีที่เกิดขึ้นนี้ จากการสอบสวนทราบว่ามาจากเรื่องพิพาทที่ดิน จำนวน 86 แปลง 3,800 ไร่ ในพื้นที่อำเภอแก่งหางแมว ซึ่งมีการฟ้องร้องของคู่กรณี 2 ฝ่าย มานานกว่า 10 ปีแล้ว ซึ่งเมื่อวานนี้ทางด้านฝ่ายโจทก์คือ นายบัญชา เป็นทนาย พร้อมด้วยภรรยา และทีมทนายความ ได้เดินทางมานัดสืบพยานฝ่ายจำเลย ในคดีแพ่ง ฟ้องต่อทางจำเลย คือ พลตำรวจตรีธารินทร์ จำเลยที่ 3 ซึ่งมีศักดิ์เป็นลูกเขยของตระกูล โกศลานันท์ หรือเป็นสามี หนึ่งในจำนวนพี่น้องของตระกูล โกศลานันท์ ซึ่งได้พิพาทกันมานาน และได้แตกสาขาเป็นคดีอาญา ในข้อหาฟ้องเท็จ นอกจากนี้ยังมีคดีที่ฟ้องร้องกันอีกหลายคดีรวมทั้งหมด 13 คดี


หากย้อนที่มาที่ไปของปมมรดกตระกูลโกศลานันท์ เริ่มจากเมื่อปี 2515 นายสมพล โกศลานันท์ เจ้าของที่ดิน ได้ตกลงซื้อขายที่ดินกับ พระกิตติวุฑโฒภิกขุ ในนามมูลนิธิอธิธรรมมหาธาตุวิทยาลัย จำนวน 86 แปลง 3,800 ไร่ มูลค่า 12 ล้านบาท จ่ายงวดแรก 8 ล้านบาท ที่เหลือจ่ายเป็นเบี้ยหัวแตก (ปัจจุบันสัญญาหาไม่เจอ)

ต่อมาเมื่อนายสมพล เสียชีวิต และพระกิตติวุฑโฒ มรณภาพ แต่ ณ ขณะนั้นที่ดินยังเป็นชื่อของนายสมพล เนื่องจากยังคงค้างผิดชำระอีก 3 ล้านบาท ต่อมาได้มีนายบุญช่วย น้องชายของพระกิตติวุฑโฒ มาอ้างสิทธิเป็นผู้ครอบครองที่ดินทั้งหมด และยื่นฟ้อง นายเรวัติ ลูกชายคนโตของนายสมพล ซึ่งตอนนั้นยังไม่มีการตั้งผู้จัดการมรดก เนื่องจากนายเรวัติ เองร่างกายไม่แข็งแรง ป่วยเป็นพากินสัน (มีข้อมูลว่านายบุญช่วย เอาทีมทนายความของตัวเอง มาตั้งเป็นทนายความให้กับนายเรวัติ)

ทำให้ตอนนั้นนายเรวัติไม่ได้ต่อสู้คดี และไปยอมรับด้วยการทำหนังสือสัญญายอมให้นายบุญช่วยเข้าทำประโยชน์พื้นที่ จากนั้นนายบุญช่วย ติดต่อกรมที่ดินเพื่อขอโอนชื่อผู้ครอบครองที่ดิน แต่กรมที่ดินไม่โอนให้ เนื่องจากตรวจสอบแล้วนายเรวัติ ไม่ใช่ผู้จัดการมรดก 

กระทั่งนางเขมจิรา หลานของนายสมพล หนึ่งในทายาท และเป็นภรรยาของ พลตำรวจตรีธารินทร์ ได้มาฟ้องแทนแม่ตัวเอง สู้กันถึงชั้นฎีกา ที่สุดแล้วมีคำพิพากษาให้ที่ดินตกเป็นของนายบุญช่วย จากนั้นนายบุญช่วยจึงฟ้องกลับ ทางแพ่งและอาญานางเขมจิรา และพลตำรวจตรีธารินทร์ ในฐานะจำเลย  โดยคดีนี้ศาลได้นัดตัดสินในวันที่ 18 ธันวาคมนี้ แต่ก็มาเกิดเหตุสลดเสียก่อน


มูลนิธิอธิธรรมมหาธาตุวิทยาลัย  ในขณะนั้นก่อตั้งโดย พระกิตติวุฑโฒภิกขุ และรับเป็นผู้จัดการมูลนิธิด้วยตัวเอง

พระกิตติวุฑโฑนั้น เป็นพระชื่อดังและมีบทบาทอย่างยิ่งทางการเมืองในช่วงปี 2519

พระกิตติวุฑโฒ มีสมณศักดิ์ ว่าพระเทพกิตติปัญญาคุณ เป็นอดีตเจ้าอาวาสวัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์ราชวรมหาวิหาร  และอดีตเจ้าอาวาสวัดจิตภาวัน จ.ชลบุรี โดยมีพระอุปัชฌาย์คือพระมงคลเทพมุณี หรือ หลวงพ่อสด วัดปากน้ำ

ในช่วงที่บวชได้รับความนับถือจากคนจำนวนมาก นอกจากเป็นพระนักเทศน์ชื่อดังแล้ว ยังมีผลงานด้านการศึกษาของพระสงฆ์  โดยก่อนที่จะมรณภาพได้พพยายามสร้างอุโบสถกลางทะเล  ระดมทุนสร้างคอนโดธรรมะ  และสร้างโรงพยาบาลสงฆ์แต่ก็ยังไม่สำเร็จและมรณภาพลงเสียก่อน

บทบาทของพระกิตติวุฑโฒภิกขุถูกจดจำจากจากช่วงก่อนเกิดเหตุการณ์ 6 ตุลา 2519 กรณีให้สัมภาษณ์ในทำนองว่า"ฆ่าคอมมิวนิสต์ไม่บาป


ในประเทศ

อ่านข่าวในประเทศทั้งหมด

APP ของเรา โหลดเลย!

Ch3Thailand

Ch3Thailand

Ch3Thailand Ch3Thailand
Mello Thailand

Mello Thailand

Mello Thailand Mello Thailand
Krobkruakao

Krobkruakao

Krobkruakao Krobkruakao

รายการข่าวย้อนหลัง

APPLICATIONS