Ch3Thailand Logo

ข่าว ข่าวด่วน ข่าวเด่น ข่าวสด ข่าววันนี้ ข่าวยอดนิยม ประเด็นร้อน กับ ครอบครัวข่าว3

กล้องส่องทางไกล เรื่อง:ถึงน้องฝ้ายเมืองเชียงคาน

หมวดข่าว:ไลฟ์สไตล์

วันที่ 08 มี.ค. 62 เวลา 20:08:33 น.

จำนวนผู้ชม : 161

กล้องส่องทางไกล เรื่อง: ถึงน้องฝ้ายเมืองเชียงคาน

ประมาณหกร้อยกิโลเมตรเศษๆ จากเมืองหลวงกรุงเทพมหานคร วิ่งขึ้นไปทางเขตอีสานเหนือสุดที่ชายฝั่งริมแม่น้ำโขง ก็จะเป็นที่ตั้งของอำเภอเชียงคานของจังหวัดเลย ซึ่งปัจจุบันกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวขึ้นชื่อระดับประเทศไปแล้ว ที่นักท่องเที่ยวสายธรรมชาติ สายความเก่าแก่ทางบ้านเรือนและวัฒนธรรม และสายถนนคนเดิน ต่างต้องมีเชียงคานเป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางในใจอย่างแน่นอน

ความเปลี่ยนแปลงกับอำเภอเชียงคานที่เข้ามาอยู่ในสปอตไลท์ของนักท่องเที่ยว เริ่มได้ตั้งแต่ประมาณช่วงปี พ.ศ. 2553 จะพูดได้ว่าไม่แตกต่างจากคำว่า Technology Disruption หรือความเปลี่ยนแปลงอย่างกะทันหันรุนแรงของโลกเทคโนโลยีในสมัยนี้ จากคำบอกเล่าของคนเชียงคานเอง มันเป็นความเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็วมาก พวกเขาไม่เคยคิดว่าอำเภอเงียบๆ ที่ไม่เคยมีใครรู้จัก มีบ้านเรือนไม้ปลูกตลอดแนวแม่น้ำโขงตั้งแต่สมัยบรรพบุรุษ (ถ้าจะมีจริงๆก็จะมีแค่ชาวฝรั่งเศสที่เคยปกครองประเทศลาวเป็นเมืองขึ้นในสมัยก่อนมาเที่ยวมาพักบ้าง) จะกลายมาเป็นเสน่ห์ให้นักท่องเที่ยวได้หลงใหล พวกเขาไม่เคยนึกว่าตื่นมาวันหนึ่ง จะเห็นรถทัวร์หลายคันขับเข้ามาจอดจนเต็ม พร้อมกับความต้องการที่พักริมแม่น้ำโขง ซึ่งสมัยก่อนก็ไม่ได้มีมากมายอะไร ช่วงปรับตัวแบบ Disruption ของคนเชียงคานในช่วงเริ่มต้นของกระแสการท่องเที่ยวนี้ ก็เรียกว่าอยู่ในภาวะแย่งกันกินแย่งกันใช้คงไม่ผิดนัก เป็นแบบนี้อยู่พักใหญ่ๆ แต่ปัจจุบันนี้ทุกอย่างก็ดูลงตัวมากขึ้น อำเภอเชียงคานได้แต่งตัวทรงเครื่องตัวเองเสียใหม่ จากการดูแลร่วมด้วยของทางภาครัฐที่ไม่ต้องการให้อำเภอนี้เจริญขึ้นจนสูญเสียอัตลักษณ์ของตนเองไป และได้ก้าวย่างในบทบาทใหม่ในฐานะอำเภอที่น่าไปเยือนมากที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศ บ้านเรือนที่เคยเป็นบ้านคนถูกดัดแปลงต่อเติมให้กลายเป็นบ้านแขก บ้างก็ถูกขายต่อและเปลี่ยนมือไปเป็นของคนต่างถิ่น (แน่นอนครับ มีคนกรุงเทพเป็นเจ้าของใหม่ด้วย)


แต่ท่านผู้อ่านทราบมั้ยครับว่าถ้าย้อนไปสัก 40-50 ปีก่อน คนที่มาเยือนเชียงคานเขามาทำอะไรกัน? อะไรคือสิ่งที่ขึ้นชื่อของอำเภอเชียงคานถ้าไม่ใช่การท่องเที่ยว? คำตอบคือพวกเขามาพบ “น้องฝ้าย” และญาติๆ ของเธอครับ ใช่ครับ พวกเขามาชมไร่ฝ้ายและมาซื้อผลิตภัณฑ์จากฝ้ายครับ แต่ก่อนนี้อำเภอเชียงคานปลูกฝ้ายเป็นจำนวนมาก ฝ้ายถูกนำมาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์รูปแบบต่างๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง “ผ้าห่มนวม” ผู้เขียนจำภาพลางๆได้ว่า เมื่อสมัยผู้เขียนยังเป็นเด็ก จะเห็นบ้านเรือนแทบจะทุกบ้านเปิดขายแต่ผ้าห่มนวม มองเข้าไปจะเห็นว่ามีผ้าห่มนวมที่ทำจากฝ้ายถูกม้วนใส่ถุงวางเรียงอัดแน่นกันอยู่บนชั้นติดผนัง บ้างก็ทำเป็นตู้กระจกใสเพื่อกันฝุ่น สมัยก่อนชาวบ้านต้องนำดอกฝ้ายที่ได้จากการเก็บเกี่ยว แล้วอาศัยเครื่องหีบมือในการแยกเอาเม็ดออกจากเนื้อฝ้าย แล้วค่อยเอาเฉพาะเนื้อฝ้ายสีขาวๆออกมาเพื่อใช้งาน


จนกระทั่งปี พ.ศ. 2515 คนไทยเชื้อสายจีนครอบครัวหนึ่งในเชียงคาน คือตระกูลแซ่เจียง โดยนายก๊กตั้งและนางซุนเหมย ได้นำเครื่องจักรเข้ามาแยกฝ้ายออกจากเปลือกและเม็ด และได้เปิดเป็นโรงหีบฝ้ายชื่อ บ่วยเฮียง ขึ้นมาเพื่อบริการชาวไร่ฝ้ายและเพื่อรองรับความต้องการผลิตภัณฑ์สำเร็จรูปจากฝ้ายที่เพิ่มมากขึ้นอย่างมาก โดยชาวบ้านจะนำดอกฝ้ายมาที่โรงหีบเพื่อให้ทำการหีบฝ้ายเพราะใช้เวลารวดเร็วและได้ปุยฝ้ายเป็นจำนวนมาก ปุยฝ้ายที่ได้จะถูกนำมาเข้ากระบวนการทำผ้านวม โดยนำปุยฝ้ายเข้าเครื่องดีดฝ้าย หมายถึงการนำปุยฝ้ายเข้าเครื่องจักรที่มีลูกกลิ้ง รีดปุยฝ้ายออกมาเป็นผืน จากนั้นจึงนำผืนฝ้ายที่ได้เข้าสู่ขั้นตอนการทำมือต่อไปจนได้เป็นผ้าห่มนวม


ทายาทรุ่นที่สองคือ คุณธัญญรัตน์ เจียระพงษ์ ของโรงหีบฝ้ายแห่งนี้เล่าให้ฟังว่า ช่วงปี พ.ศ. 2524-2526 ถือว่าเป็นช่วงที่รุ่งเรืองที่สุดของทั้งการปลูกฝ้าย บรรดาร้านขายผ้าห่มนวมและโรงหีบฝ้ายในอำเภอเชียงคาน รวมทั้งพื้นที่อื่นๆในจังหวัดเลยด้วย แต่ความที่ว่าแน่มันก็ไม่แน่เสมอไปนะครับ เพราะหลังจากนั้นไม่นาน ได้มีการส่งเสริมการปลูกยางพาราทั่วภาคอีสานจากภาครัฐ เพราะให้ผลตอบแทนในราคาสูง ทั่วทั้งภาคอีสานรวมทั้งจังหวัดเลยจึงพร้อมใจหันมาปลูกยางพารากันหมด แน่นอนว่าไร่ฝ้ายถูกแทนที่ด้วยสวนยาง กิจการฝ้ายจึงเริ่มซบเซาลงตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา ทีละน้อยๆ โรงหีบฝ้ายที่เคยมีอยู่ในหลายๆพื้นที่ทั่วจังหวัดเลยเริ่มทยอยปิดกิจการลง จนทุกวันนี้เหลือโรงหีบฝ้ายจำนวนน้อยมาก ทั้งนี้เนื่องมาจากวัตถุดิบคือดอกฝ้ายที่เข้าโรงหีบมีจำนวนน้อยลงนั่นเอง


นี่คือที่มาที่ไปของการประกอบอาชีพในอำเภอเชียงคาน จังหวัดเลย อำเภอที่คนพูดภาษาสำเนียงหลวงพระบาง ที่มีความเปลี่ยนแปลงไปมาก และหลงเหลือกลิ่นไอบางๆ ของผลิตภัณฑ์จากฝ้ายหลากหลายรูปแบบที่มีขายอยู่ในร้านต่างๆ บนถนนคนเดิน อย่างไรก็ดีโรงหีบฝ้ายบ่วยเฮียงในวันนี้ก็ยังเปิดให้บริการอยู่ แม้ว่าบรรยากาศจะซบเซาไป ไม่เหมือนสมัยก่อน แต่ทุกคนก็ยังมีรอยยิ้มและมีกำลังใจที่ดี เพราะได้ทำงานอันเป็นที่รัก และยังได้สืบสานงานทอผ้าพื้นเมืองควบคู่กันไปด้วย ถึงกับขนาด ญาญ่า อุรัสยา นางเอกชื่อดังของช่อง 3 ก็ยังได้มีโอกาสมาอุดหนุนผ้าฝ้ายคลุมไหล่ทอมือของที่ร้าน คุณธัญญรัตน์ มาแล้ว ในช่วงที่เดินทางมาถ่ายทำภาพยนตร์เรื่อง นาคี 2


และสำหรับท่านผู้อ่านที่มีคำถามในใจว่า แล้วผ้าห่มนวมแบบดั้งเดิมของเชียงคานยังมีขายอยู่มั้ย คำตอบคือ....1......2......3.....มีครับ ยังมีขายอยู่แต่ก็ไม่กี่ร้านแล้ว ถ้าเดินถนนคนเดินก็จะมีขายที่ร้านฮั่นแน้ว เชียงคาน (ของคุณธัญญรัตน์) และร้านนิยมไทย ส่วนร้านบนถนนใหญ่ของอำเภอ (ถนนศรีเชียงคาน) ก็ยังพอมีขายอยู่สองสามร้าน ราคาแตกต่างกันไป ตามคุณภาพของงานครับ

ไลฟ์สไตล์

อ่านข่าวไลฟ์สไตล์ทั้งหมด

APP ของเรา โหลดเลย!

Application Krobkruakao Android

Krobkruakao

Application Krobkruakao IOS Application Krobkruakao Android
Application Ch3Thailand Android

Ch3Thailand

Application Ch3Thailand IOS Application Ch3Thailand Android
Application 3LIVE Android

3Live

Application 3LIVE IOS Application 3LIVE Android

รายการข่าวย้อนหลัง

ข่าวยอดนิยม

APPLICATIONS