Ch3Thailand

ข่าว ข่าวด่วน ข่าวเด่น ข่าวสด ข่าววันนี้ ข่าวยอดนิยม ประเด็นร้อน กับ ครอบครัวข่าว3

กล้องส่องทางไกล:เรื่องของตัวเลข 2.5 กับ 4.0

หมวดข่าว:ไลฟ์สไตล์

วันที่ 21 ก.พ. 62 เวลา 16:40:51 น.

จำนวนผู้ชม : 169

กล้องส่องทางไกล : เรื่องของตัวเลข 2.5 กับ 4.0
กล้องส่องทางไกล : เรื่องของตัวเลข 2.5 กับ 4.0กล้องส่องทางไกล:เรื่องของตัวเลข 2.5 กับ 4.0

         ตอนแรกของคอลัมม์ “กล้องส่องทางไกล” ว่าด้วยเรื่องตัวเลขสองชุดกับทศนิยมหนึ่งตำแหน่ง ทั้งคู่มีความต่างในนิยามและที่มาที่ไป แต่เกิดขึ้นในเวลาที่ไล่เลี่ยกัน และทำให้เกิดความคิดกับใครหลายๆคนว่า ทั้งสองเป็นตัวเลขที่ให้ความรู้สึกขัดแย้งกันเหลือเกิน ตัวเลขทั้งสองตัวคงไม่ต้องบอกสรรพคุณอะไรกันมากเพราะทุกคนคงรู้จักและจำได้จนขึ้นใจแล้ว ประเทศไทยถูกตั้งเป้าหมายให้นำเทคโนโลยีมาใช้พัฒนาประเทศอย่างเต็มประสิทธิภาพ กับนโยบายไทยแลนด์ 4.0 เน้นความก้าวหน้าอย่างยั่งยืน แต่นโยบายนี้ดูเหมือนจะต้องได้รับการบริหารจัดการจากภาครัฐเป็นหลัก ว่าจะทำอย่างไรเพื่อให้ไปถึงจุดหมาย เพราะในระดับประชาชนที่หาเช้ากินค่ำนั้น 4.0 คงไม่มีอะไรมากไปกว่า การได้ใช้โทรศัพท์มือถือในการดูหนัง ฟังเพลง เล่นเกมส์ ถ่ายรูป เล่นเฟสบุ๊ค ดูอินสตาแกรม โอนเงิน จ่ายบิล และแช๊ตไลน์ โดยการพัฒนาแนวทาง 4.0 นี้ น่าจะต้องมีการทำงานจากภาคอุตสาหกรรมและภาคเกษตรกรรมที่จะมีผลโดยตรงหรือโดยอ้อมต่อการดูแลรักษาสภาพสิ่งแวดล้อมให้ดีขึ้น แต่กลายเป็นว่ายังไม่ทันจะออกตัวได้แรงดั่งใจ ก็มีตัวเลขชุดที่สองคือ 2.5 กระโดดขึ้นมาบนเวที กับคุณสมบัติฝุ่นขนาดเล็กที่สามารถซึมผ่านทางระบบทางเดินหายใจ และมีผลกระทบต่อสุขภาพได้ ฝุ่น PM 2.5 จึงเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของสังคมเมืองใหญ่ ที่ไม่ใช่เฉพาะเมืองหลวงอย่างกรุงเทพมหานครที่มีปัญหา ในเขตภูมิภาคก็เช่นเดียวกัน ดังเช่นข่าวสารที่เราได้ทราบในช่วงที่ผ่านมา ปรากฏการณ์หน้ากากกันฝุ่นขาดตลาด ชนิดที่บางท่านต้องซื้อกลับจากต่างประเทศเพื่อนำมาให้คนในครอบครัวได้ใช้ บางท่านหลวมตัวไปซื้อของปลอมมาใส่ก็มี ความรู้ความเข้าใจที่ทั้งที่ถูกต้องและที่คลาดเคลื่อนเกี่ยวกับฝุ่น PM 2.5 วิธีการป้องกัน รวมถึงประเภทของหน้ากากป้องกัน และวิธีใส่ก็ฟุ้งอยู่ในโลกโซเชี่ยล ไม่แพ้กับฝุ่นในอากาศ

        อันที่จริงเราน่าจะพอทราบอย่างชัดแจ้งว่า สาเหตุหลักๆของการเกิดฝุ่นอยู่ตรงไหน ถ้าเป็นเมืองอย่างกรุงเทพมหานคร ก็คือ ปริมาณมลพิษหรือควันที่เกินมาตรฐานจากยานพาหนะที่ไม่ได้รับการดูแลที่ดีพอไม่ว่าจะเป็นเครื่องยนต์ประเภทใดก็ตาม ซึ่งทุกช่วงเทศกาลปีใหม่หรือสงกรานต์อากาศในกรุงเทพมหานครจะอยู่ในเกณฑ์ที่ดีมาก เพราะรถยนต์ในเมืองหายไปหมด ประเด็นนี้ชัดเจนมากว่า ถ้าเราควบคุมจำนวนรถ (ถ้ารัฐทำได้ และประชาชนเข้าใจและหันมาใช้ขนส่งสาธารณะกันให้มากขึ้น ที่สำคัญรัฐต้องเร่งส่งเสริมและผลักดันด้วย) และคุมเข้มเรื่องสภาพรถ ปัญหาเรื่องฝุ่นนี้จะลดลงทันที ปัจจุบันก็มีมาตรการพ่นสีกระจกหน้าของตัวรถระบุว่าห้ามใช้งาน เนื่องจากมีปัญหาเรื่องควัน แต่ก็ยังมีคำถามในใจว่าการดำเนินการนี้จะเข้มข้นจริงจังได้นานขนาดไหน กลัวเข้าทำนองที่ว่าวิ่งไปจนหมดแรงไปเอง ส่วนปัญหาเรื่องฝุ่นจากการก่อสร้างโครงการรถไฟฟ้าต่างๆ ผู้เขียนมองว่ายังเป็นสาเหตุที่เป็นรองจากสาเหตุแรกอยู่มาก และจะให้ก่อสร้างเฉพาะตอนกลางคืน เพื่อลดปริมาณฝุ่นในตอนกลางวัน อย่างที่มีผู้ให้ทัศนะไว้ก็คงเป็นไปไม่ได้ ทั้งที่ธรรมชาติของงานก่อสร้างโครงการรถไฟฟ้านั้นก็มีทำทั้งตอนกลางวันและกลางคืนอยู่แล้ว ซึ่งขึ้นอยู่กับลักษณะของงาน ส่วนปัญหาในเขตต่างจังหวัด รัฐคงต้องคุมเข้มเขตอุตสาหกรรมในจังหวัดต่างๆ เช่น สมุทรสาคร ชลบุรี เป็นต้น และภาคประชาชนในพื้นที่หลายจังหวัด ที่ยังคงเคยชินกับการเผาหญ้าในที่เพาะปลูก เผาป่าเพื่อหาของป่ามาขาย ซึ่งยังมีให้เห็นอยู่ไม่น้อย โดยฝ่าฝืนกับคำสั่งห้ามของทางจังหวัด ผู้เขียนเองทราบจากแหล่งข่าวว่า ชาวบ้านบางคนก็ทราบว่าทางจังหวัดจะสั่งห้าม เลยรีบเผาให้ได้มากที่สุดก็มี เรื่องนี้พูดไปก็น่าเห็นใจ เพราะเป็นเรื่องของปากท้อง แต่เพื่อส่วนรวมก็เป็นสิ่งที่ไม่ควรทำ

ท้ายที่สุดหน้าที่การแก้และบรรเทาปัญหาเรื่องควัน ไม่สามารถเป็นหน้าที่ของรัฐที่คอยฉีดน้ำขึ้นฟ้า เร่งทำฝนหลวง พยากรณ์อากาศ และออกมาตรการเร่งรัดต่างๆแต่เพียงฝ่ายเดียว แต่เป็นหน้าที่และการต้องตระหนักถึงปัญหาให้มากขึ้นของประชาชนในประเทศทุกคน อย่าให้เป็นเพียงวาระแห่งชาติที่มีอายุสั้น ถ้าเราลองสำรวจตัวเองจากชีวิตประจำวันดูว่า เรายังชอบจอดรถติดเครื่องอยู่มั้ย (โดยเฉพาะในห้างสรรพสินค้า และพี่ๆเจ้าของกิจการรถทัวร์ทั้งหลาย) เรายังคงเอารถออกมาขับ ทั้งๆที่รู้ว่าสภาพของเครื่องยนต์นั้นมีทั้งควันดำควันขาวเต็มไปหมดอยู่มั้ย (เรื่องนี้ฝากเป็นเรื่องของท่านๆที่เป็นเจ้าของโรงงานต่างๆ ที่มีขบวนรถบรรทุกหรือใช้บริการรถบรรทุก และรถเมล์รถร่วมด้วย) โรงงานของเราปล่อยควันเกินมาตรฐานหรือไม่ เรายังลักลอบเผาหญ้าเผาป่าอยู่มั้ย ทั้งหมดนี้ถ้าเราพร้อมใจกันลด ละ เลิก ได้จริงๆ ปัญหาเรื่องความไม่ลงรอยกันระหว่างตัวเลข 2.5 กับ 4.0 ก็จะหมดไปได้ในที่สุด     

โดย จ้อ-กิตติพันธ์ นุตยกุล



ไลฟ์สไตล์

อ่านข่าวไลฟ์สไตล์ทั้งหมด

APP ของเรา โหลดเลย!

CH3 Plus

CH3 Plus

CH3 Plus Application IOSCH3 Plus Application AndroidCH3 Plus Application Huawei

รายการข่าวย้อนหลัง

ข่าวยอดนิยม

APPLICATIONS