Ch3Thailand Logo

ข่าว ข่าวด่วน ข่าวเด่น ข่าวสด ข่าววันนี้ ข่าวยอดนิยม ประเด็นร้อน กับ ครอบครัวข่าว3

เมื่อ"สถาปัตยกรรม"ในยุค"ดิจิทัล"ไม่ใช่แค่การออกแบบตึก

หมวดข่าว:ไลฟ์สไตล์

วันที่ 29 ธ.ค. 61 เวลา 17:51:09 น.

จำนวนผู้ชม : 407

คณะสถาปัตย์ ธรรมศาสตร์ ได้จัดงาน นิทรรศการ DBTM Exhibition 2018 ครั้งที่ 3 เมื่อวันที่ 13 - 19 ธันวาคม 2561 ที่ผ่านมา ณ ชั้น 5 โซน Atrium ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ เพื่อแสดงให้เห็นว่า ในปัจจุบันนั้นการเรียนสถาปัตย์ ไม่ได้หมายถึงการออกแบบบ้าน หรือ ตึกเท่านั้น ในยุคดิจิทัล การออกแบบคงจะไม่เพียงพอต่อความต้องการของผู้บริโภคหรือองค์กรธุรกิจ ดังนั้นเราจะต้องมานั่งทบทวนกันว่าคำว่ารายวิชา “สถาปัตยกรรม” ของนักศึกษาจริง ๆ จะต้องใส่รายละเอียดอะไรลงไปบ้าง

ผู้ช่วยศาสตราจารย์อาสาฬห์ สุวรรณฤทธิ์ คณบดีคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์และการผังเมืองมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เล่าว่า"คณะสถาปัตย์ ธรรมศาสตร์ มีมายาวนานถึง 19 ปีแล้ว ในอดีตเป็นคณะที่เน้นการเรียนการสอน การออกแบบในลักษณะที่เป็นเชิงตรรกะ เชิงวิทยาศาสตร์ การออกแบบจะมาจากการค้นคว้า ทำวิจัยเพื่อทำให้ผู้ใช้ได้ใช้งานอย่างมีประสิทธิภาพ จนมาเมื่อ 5 ปีที่ผ่านมา ได้มีการขยายขอบเขตในตัวรายวิชาให้มากขึ้น จากเดิมที่เป็นสถาปัตยกรรมเพียงอย่างเดียว ก็ขยายออกมาเป็นการออกแบบที่กว้างขึ้น เพราะในโลกปัจจุบัน การออกแบบสามารถเอาไปใช้ได้ในทุกภาคธุรกิจ ในการคิดผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ก็เลยเกิดมาเป็นโครงการหลักสูตร การจัดการออกแบบ ธุรกิจ และเทคโนโลยี (DBTM Design, Business & Technology Management) เป็นการบูรณาการศาสตร์ทางด้านการคิดเชิงออกแบบ การคิดทางด้านธุรกิจ และการคิดทางด้านเทคโนโลยี เข้ามาไว้ด้วยกัน โดยโจทย์ที่ให้นักศึกษาได้ลงมือทำ จะเป็นการคิดแบบ Business Model ไม่ใช่แค่การคิดรูปร่างหน้าตาของผลิตภัณฑ์เพียงอย่างเดียว แต่ต้องคิดว่าจะผลิตยังไง ใช้วัสดุแบบไหน มีการตั้งราคาอย่างไร โดยนำเรื่องของต้นทุนเข้าไปศึกษาด้วย

รายวิชาที่เปิดสอนเป็นของนักศึกษาชั้นปีที่ 2 ชื่อว่า Inclusive Design Innovation เป็นการคิดค้นนวัตกรรมเพื่อคนทุกคน เป็นการออกแบบที่คิดถึงผลิตภัณฑ์ที่มีข้อจำกัดการใช้งานจากผู้ใช้บางกลุ่มที่มีข้อจำกัดบางประการ ที่ไม่สามารถใช้ในชีวิตประจำวันได้  เช่น ข้อจำกัดทางด้านร่างกาย การทำงานของนักศึกษาจะผ่านกระบวนการคิดแบบ Doubble diamond process ที่เริ่มต้นจากความต้องการของผู้ใช้อย่างแท้จริง การสร้างแนวทางในการแก้ปัญหา การทำต้นแบบ การทดสอบ และการพัฒนาผลิตภัณฑ์ โดยเป็นการค่อย ๆ ทำและหาทางออกเพื่อให้ทุกคนสามารถใช้งานได้จริง ๆ

ส่วนปี 3 จะเป็นวิชา Service Design Innovation เป็นการคิดค้นนวัตกรรมเชิงบริการเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ในการใช้บริการ โดยคำนึงการใช้งานของลูกค้าแบบครบวงจร service blueprint จุด touchpoint และระบบ service support โดยได้ร่วมมือกับ 7 ธุรกิจและองค์กร"

ผู้ช่วยศาสตราจารย์อาสาฬห์ ยังบอกอีกว่า"การเล่าเรียนของนักศึกษายุคใหม่ ต้องมีหลาย ๆ องค์ประกอบ เช่นองค์ความรู้และทักษะ เป็นสิ่งที่หลักสูตรสมัยใหม่ต้องพยายามหาองค์ความรู้มาสอนนักศึกษา เช่นทักษะการสื่อสาร การขายโปรเจกต์งาน การเอามานำเสนอกับผู้ใช้งานจริง ลูกค้าจริง หรือการลงมือทำจริง ๆ เพื่อให้นักศึกษาเข้าใจว่าเงื่อนไขต่าง ๆ ของวัสดุมีผลยังไงต่อการออกแบบ เราจัดการเรียนการสอนโดยเน้นให้นักศึกษาทำกันเป็นทีม ซึ่งการทำงานเป็นทีมเป็นปัจจัยที่สำคัญในโลกของอนาคต โดยในการจัดกลุ่ม จะเน้นการวัดจากทักษะของแต่ละคน แล้วก็จะมีข้อบังคับว่า ทักษะต่าง ๆ เหล่านั้น จะต้องรวมอยู่ในทุกกลุ่ม อย่างบางคนมีทักษะในเรื่องของการนำเสนอที่ดี บางคนมีทักษะในการวาดรูปที่ดี บางคนมีทักษะในการคอมพิวเตอร์โมเดลลิ่งที่ดี ก็จะจับมารวมกัน ส่วนการต่อยอดผลงานของนักศึกษา หลักสูตรที่ธรรมศาสตร์ ก็จะมีแบบกึ่ง ๆ แกมบังคับ ให้นักศึกษาส่งผลงานเข้าร่วมประกวดตามโครงการต่าง ๆ อย่างน้อยพวกเขาก็จะได้คุ้นเคยกับแบบฟอร์มหรือเกณฑ์ในการประกวด หรือในทุก ๆ ปี ก็จะมีนักศึกษาที่เอาผลงานจากวิชาไปต่อยอดทำเป็นธุรกิจจริง

เป้าหมายของเราจริง ๆ เราต้องการฝึกให้ทุกคนคิดเป็น เพราะในโลกของอนาคต ไม่ว่าจะทำงานในองค์กรใดก็ตาม จะต้องสามารถคิดเป็นและคิดอย่างมีระบบ การคิดเชิงออกแบบ เป็นการคิดที่ช่วยให้เกิดสิ่งใหม่ๆ ได้อย่างมีระบบมากขึ้น สถาปัตย์ ธรรมศาสตร์ สอนให้คนคิดแล้วสร้างนวัตกรรมใหม่ ๆ ภายใต้การคำนึงถึงประชาชนผู้ใช้เป็นหลัก ต้องทำประโยชน์เพื่อสังคมส่วนรวม

สำหรับ สถาปัตย์ ธรรมศาสตร์ ข้อดีก็คือจะมีองค์ความรู้ที่ทันสมัย เพราะนักศึกษาจะได้พูดคุยกับภาคธุรกิจตลอด ไม่ใช่แค่ว่านักศึกษาจะได้โจทย์จริง แต่มันจะทำให้นักศึกษาได้องค์ความรู้ที่ทันสมัย การที่พวกเขาได้ทำงานกับโจทย์จริง ได้อยู่กับเจ้าของบริษัทจริง ก็จะทำให้นักศึกษาได้มีประสบการณ์ที่จะร่วมงานกับองค์กรขนาดใหญ่ๆ หลักสูตรของเราจะพยายามเน้นการดึงศักยภาพของเด็กแต่ละคนออกมาแล้วค่อยๆ ปรับ พยายามสอนให้เห็นโลกของความเป็นจริงว่า การที่มีไอเดียที่ดีเพียงอย่างเดียวไม่พอ แต่ต้องเข้าใจโจทย์ด้วย เมื่อทำการทดลองครั้งที่ 1 แล้วผิดพลาด ก็ต้องมีการแก้ไขใหม่ให้ดีขึ้นเรื่อยๆ จนสุดท้ายได้เป็นผลิตภัณฑ์ที่สามารถใช้งานกับผู้ใช้ได้จริง"

ตัวอย่างผลงานของนักศึกษา


S.E.I.F CART รถเข็นช้อปปิ้งที่ลดการบาดเจ็บที่เกิดจากการเข็น โดยนักศึกษากลุ่ม Girl Power นำโดย นางสาวนิพาดา ศรีเสรีนุวัฒน์นักศึกษาปี 2 เล่าว่า"จากการไปศึกษาหาข้อมูลทำให้รู้ว่า ผู้ใช้งานบางกลุ่มไม่สามารถใช้งานรถเข็นช้อปปิ้งได้ นั่นก็คือผู้ที่มีข้อจำกัดของร่างกาย หรือกลุ่มคนที่นั่งวีลแชร์ รวมถึงการใช้รถเข็นในปัจจุบันก็ยังเกิดปัญหาต่อร่างกาย อาทิ จากงานวิจัยพบว่าในแต่ละปีจะมีเด็กกว่า 24,000 คน ได้รับบาดเจ็บจากอุบัติเหตุรถเข็นช้อปปิ้ง เราจึงมานั่งวิเคราะห์กันว่าเราจะทำยังไงให้คนทุกกลุ่มสามารถใช้รถเข็นช้อปปิ้งได้ โดยมีการระดมความคิด วาดไอเดียของแต่ละคนในทีม เพื่อหาข้อสรุปที่ลงตัวที่สุด


จากนั้นก็นำไปทำแบบจำลองเพื่อทดสอบว่ามันสามารถแก้ปัญหาได้จริงหรือไม่ โดยได้มีการนำไปทดลองใช้จริงในห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่ง เพื่อรับฟังคำเสนอแนะของผู้ที่ใช้งานจริง แล้วนำกลับมาแก้ไขเพื่อให้ได้ผลลัพธ์สุดท้ายที่ได้รับการปรับปรุงที่ดีที่สุด โดยรถเข็นช้อปปิ้งสำหรับผู้ที่มีข้อจำกัด รูปร่างคือตรงมือจับสามารถปรับระดับได้ และมีที่นั่งเด็กบนรถ มีประตูบานเลื่อนปิดขาของเด็กเพื่อไม่ให้ของหล่นลงมา สำหรับผู้ใช้วีลแชร์ก็สามารถสไลด์ตัวเข้าไปในรถเข็นที่ทำขึ้นมานี้ได้ แล้วก็จะมีตัวเชื่อมทำให้ตัวรถเข็นช้อปปิ้งก็จะไปพร้อม ๆ กับวิลแชร์ได้เลย ตัวล้อสามารถหมุนได้ 360 องศา"


อีกกลุ่มที่ออกแบบผลิตภัณฑ์มาเพื่อสำหรับผู้พิการทางสายตา โดยเป็นผลงานของกลุ่ม Inclusive Jedi กับผลงานที่ชื่อว่า "SWUGG : สวักก์" เต้ารับที่ทำให้คุณมั่นใจในการเสียบปลั๊ก คำว่า"สวักก์"เป็นการผสมผสานคำว่าสวิตช์กับปลั๊กไฟ โดยตัวแทนกลุ่ม นางสาวอาจารี ชำนินาวากุล นักศึกษาชั้นปีที่ 2 เล่าว่า"เราทำเวิร์คช็อปเพื่อทำความเข้าใจกับกลุ่มคนตาบอดให้มากขึ้น เพื่อหาปัญหาและเล็งเห็นปัญหาว่าคนตาบอดมักจะมีปัญหาการเสียบปลั๊ก


เราจึงมานั่งคิดว่าถ้าจะเสียบปลั๊กไฟแต่ละครั้งแล้วต้องถูกช็อตก่อน เราก็มีความรู้สึกว่าไม่อยากให้ผู้ใช้ของเราต้องมาประสบกับปัญหานี้ หลังจากนั้นเราจึงไปทำการค้นคว้าเกี่ยวกับผู้ใช้และเรื่องของปลั๊กไฟ และให้ทุกคนในทีมดีไซน์ชิ้นงานของตัวเอง ก่อนที่จะสรุปเป็นผลิตภัณฑ์ที่สามารถใช้งานได้จริง และไม่เกิดปัญหาไฟช็อต ซึ่งผลิตภัณฑ์ก็สามารถได้ใช้ทั้งกับเด็ก คนชรา และคนตาบอด"


ขณะที่ นายศุภกฤต จรูญเมธา นักศึกษาชั้นปีที่ 2 ตัวแทนจากกลุ่ม POCKY EVERYDAY กับผลิตภัณฑ์ไม้แขวนเสื้อที่สามารถใช้งานเพียงมือเดียวได้ Everyday Hang (Everyone can use it even with one hand) เล่าว่า"ภายในกลุ่มได้ไปสัมภาษณ์ผู้ที่มีความบกพร่องทางร่างกาย ทำให้พบปัญหาที่พวกเขามักจะพบในชีวิตประจำวัน 1 ในปัญหาที่พบเหมือน ๆ กันคือการใช้ไม้แขวนเสื้อ ซึ่งคนส่วนใหญ่มักจะคิดว่าการใช้ไม้แขวนเสื้อด้วยมือเดียวเป็นเรื่องง่าย นั่นก็เพราะเขาไม่เคยลองมาใช้ในชีวิตประจำวันในแบบที่ผู้มีความผิดปกติทางร่างกายเขาใช้กัน ทุกคนในกลุ่มจึงลองใช้ไม้แขวนเสื้อด้วยมือเดียวพบว่าเป็นเรื่องที่ยากลำบากและใช้เวลานาน


จากนั้นจึงเริ่มมีการคิดค้นทำผลิตภัณฑ์ชิ้นนี้ขึ้นมา โดยได้แรงบันดาลใจมาจากที่คีบของในครัว แล้วทำเป็นตัวล็อกด้านบนซึ่งจะได้ไม้แขวนที่มีองศาพอเหมาะพอดี และไม่ทำให้คอเสื้อยืดย้วย โดยจะทำแบบพลาสติกและไม้ และมีการตั้งราคาในเบื้องต้นแบบพลาสติกจะขายในราคา 20 บาท ต่อ 1 ชิ้น ส่วนแบบไม้จะขายในราคา 29 บาทต่อ 1 ชิ้น"


ปิดท้ายที่ นายภัทรชนน แสนชนม์ และ นายอรัญภัสร์ สาริการินทร์ นักศึกษาชั้นปีที่ 2 ตัวแทนจากกลุ่มที่คิดค้นผลิตภัณฑ์ WALLET กระเป๋าสตางค์ออกแบบพิเศษที่ช่วยให้ผู้ใช้ทุกประเภทมีความมั่นใจมากขึ้นในทุกครั้งที่หยิบธนบัตรไทย เล่าว่า"เราได้มีการแบ่งกลุ่มการทำงานเริ่มต้นโดยการศึกษาข้อมูลการวิจัยชั้นปฐมภูมิ สัมภาษณ์ผู้ที่มีความบกพร่องทางสายตา และผู้ใช้ปกติทั่วไปที่ประสบปัญหาในการแยกสีหรือสิ่งของ จากการวิจัยจึงค้นพบว่า การออกแบบกระเป๋าสตางค์ในปัจจุบันส่งผลให้กลุ่มคนบางประเภทไม่สามารถเข้าถึงการใช้งานของผลิตภัณฑ์ได้ จากการวิเคราะห์ปัญหาจึงได้มีการคิดค้นและออกแบบกระเป๋าสตางค์ เพื่อให้การใช้งานถูกต้องแม่นยำ สะดวกต่อการใช้งาน


ซึ่งจากข้อมูลที่ค้นคว้ามาพบว่า การจำแนกธนบัตรของผู้พิการทางสายตา พวกเขาจะทำการวัดโดบใช้นิ้วมือและประสาทสัมผัสทางด้านการจับต้อง ทำให้เสียเวลา และบางครั้งไม่แม่นยำอาจทำให้ถูกหลอกได้ง่าย ๆ นักศึกษาจึงคิดค้นกระเป๋าสตางค์ ออกแบบเป็นช่องต่างๆ ภายในกระเป๋าสตางค์ ที่สามารถลากธนบัตรมาในช่องต่างๆ ก็จะทำให้รู้ทันทีว่าเป็นแบงค์อะไร โดยได้มีการนำไปทดลองใช้กับผู้ใช้งานจริง ผลตอบรับที่ได้คือผู้ใช้ชื่นชอบในผลิตภัณฑ์ แต่ยังมีข้อแนะนำและข้อสงสัยบางอย่าง ทางกลุ่มก็น้อมรับคำวิจารณ์และพร้อมจะนำกลับไปพัฒนาเพื่อให้ออกมาดีที่สุด

ไลฟ์สไตล์

อ่านข่าวไลฟ์สไตล์ทั้งหมด

APP ของเรา โหลดเลย!

Application Krobkruakao Android

Krobkruakao

Application Krobkruakao IOS Application Krobkruakao Android
Application Ch3Thailand Android

Ch3Thailand

Application Ch3Thailand IOS Application Ch3Thailand Android
Application 3LIVE Android

3Live

Application 3LIVE IOS Application 3LIVE Android

รายการข่าวย้อนหลัง

ข่าวยอดนิยม

APPLICATIONS