Ch3Thailand Logo

ข่าว ข่าวด่วน ข่าวเด่น ข่าวสด ข่าววันนี้ ข่าวยอดนิยม ประเด็นร้อน กับ ครอบครัวข่าว3

เมื่อ"สถาปัตยกรรม"ในยุค"ดิจิทัล"ไม่ใช่แค่การออกแบบตึก

หมวดข่าว:ไลฟ์สไตล์

วันที่ 29 ธ.ค. 61 เวลา 17:51:09 น.

จำนวนผู้ชม : 813

คณะสถาปัตย์ ธรรมศาสตร์ ได้จัดงาน นิทรรศการ DBTM Exhibition 2018 ครั้งที่ 3 เมื่อวันที่ 13 - 19 ธันวาคม 2561 ที่ผ่านมา ณ ชั้น 5 โซน Atrium ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ เพื่อแสดงให้เห็นว่า ในปัจจุบันนั้นการเรียนสถาปัตย์ ไม่ได้หมายถึงการออกแบบบ้าน หรือ ตึกเท่านั้น ในยุคดิจิทัล การออกแบบคงจะไม่เพียงพอต่อความต้องการของผู้บริโภคหรือองค์กรธุรกิจ ดังนั้นเราจะต้องมานั่งทบทวนกันว่าคำว่ารายวิชา “สถาปัตยกรรม” ของนักศึกษาจริง ๆ จะต้องใส่รายละเอียดอะไรลงไปบ้าง

ผู้ช่วยศาสตราจารย์อาสาฬห์ สุวรรณฤทธิ์ คณบดีคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์และการผังเมืองมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เล่าว่า"คณะสถาปัตย์ ธรรมศาสตร์ มีมายาวนานถึง 19 ปีแล้ว ในอดีตเป็นคณะที่เน้นการเรียนการสอน การออกแบบในลักษณะที่เป็นเชิงตรรกะ เชิงวิทยาศาสตร์ การออกแบบจะมาจากการค้นคว้า ทำวิจัยเพื่อทำให้ผู้ใช้ได้ใช้งานอย่างมีประสิทธิภาพ จนมาเมื่อ 5 ปีที่ผ่านมา ได้มีการขยายขอบเขตในตัวรายวิชาให้มากขึ้น จากเดิมที่เป็นสถาปัตยกรรมเพียงอย่างเดียว ก็ขยายออกมาเป็นการออกแบบที่กว้างขึ้น เพราะในโลกปัจจุบัน การออกแบบสามารถเอาไปใช้ได้ในทุกภาคธุรกิจ ในการคิดผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ก็เลยเกิดมาเป็นโครงการหลักสูตร การจัดการออกแบบ ธุรกิจ และเทคโนโลยี (DBTM Design, Business & Technology Management) เป็นการบูรณาการศาสตร์ทางด้านการคิดเชิงออกแบบ การคิดทางด้านธุรกิจ และการคิดทางด้านเทคโนโลยี เข้ามาไว้ด้วยกัน โดยโจทย์ที่ให้นักศึกษาได้ลงมือทำ จะเป็นการคิดแบบ Business Model ไม่ใช่แค่การคิดรูปร่างหน้าตาของผลิตภัณฑ์เพียงอย่างเดียว แต่ต้องคิดว่าจะผลิตยังไง ใช้วัสดุแบบไหน มีการตั้งราคาอย่างไร โดยนำเรื่องของต้นทุนเข้าไปศึกษาด้วย

รายวิชาที่เปิดสอนเป็นของนักศึกษาชั้นปีที่ 2 ชื่อว่า Inclusive Design Innovation เป็นการคิดค้นนวัตกรรมเพื่อคนทุกคน เป็นการออกแบบที่คิดถึงผลิตภัณฑ์ที่มีข้อจำกัดการใช้งานจากผู้ใช้บางกลุ่มที่มีข้อจำกัดบางประการ ที่ไม่สามารถใช้ในชีวิตประจำวันได้  เช่น ข้อจำกัดทางด้านร่างกาย การทำงานของนักศึกษาจะผ่านกระบวนการคิดแบบ Doubble diamond process ที่เริ่มต้นจากความต้องการของผู้ใช้อย่างแท้จริง การสร้างแนวทางในการแก้ปัญหา การทำต้นแบบ การทดสอบ และการพัฒนาผลิตภัณฑ์ โดยเป็นการค่อย ๆ ทำและหาทางออกเพื่อให้ทุกคนสามารถใช้งานได้จริง ๆ

ส่วนปี 3 จะเป็นวิชา Service Design Innovation เป็นการคิดค้นนวัตกรรมเชิงบริการเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ในการใช้บริการ โดยคำนึงการใช้งานของลูกค้าแบบครบวงจร service blueprint จุด touchpoint และระบบ service support โดยได้ร่วมมือกับ 7 ธุรกิจและองค์กร"

ผู้ช่วยศาสตราจารย์อาสาฬห์ ยังบอกอีกว่า"การเล่าเรียนของนักศึกษายุคใหม่ ต้องมีหลาย ๆ องค์ประกอบ เช่นองค์ความรู้และทักษะ เป็นสิ่งที่หลักสูตรสมัยใหม่ต้องพยายามหาองค์ความรู้มาสอนนักศึกษา เช่นทักษะการสื่อสาร การขายโปรเจกต์งาน การเอามานำเสนอกับผู้ใช้งานจริง ลูกค้าจริง หรือการลงมือทำจริง ๆ เพื่อให้นักศึกษาเข้าใจว่าเงื่อนไขต่าง ๆ ของวัสดุมีผลยังไงต่อการออกแบบ เราจัดการเรียนการสอนโดยเน้นให้นักศึกษาทำกันเป็นทีม ซึ่งการทำงานเป็นทีมเป็นปัจจัยที่สำคัญในโลกของอนาคต โดยในการจัดกลุ่ม จะเน้นการวัดจากทักษะของแต่ละคน แล้วก็จะมีข้อบังคับว่า ทักษะต่าง ๆ เหล่านั้น จะต้องรวมอยู่ในทุกกลุ่ม อย่างบางคนมีทักษะในเรื่องของการนำเสนอที่ดี บางคนมีทักษะในการวาดรูปที่ดี บางคนมีทักษะในการคอมพิวเตอร์โมเดลลิ่งที่ดี ก็จะจับมารวมกัน ส่วนการต่อยอดผลงานของนักศึกษา หลักสูตรที่ธรรมศาสตร์ ก็จะมีแบบกึ่ง ๆ แกมบังคับ ให้นักศึกษาส่งผลงานเข้าร่วมประกวดตามโครงการต่าง ๆ อย่างน้อยพวกเขาก็จะได้คุ้นเคยกับแบบฟอร์มหรือเกณฑ์ในการประกวด หรือในทุก ๆ ปี ก็จะมีนักศึกษาที่เอาผลงานจากวิชาไปต่อยอดทำเป็นธุรกิจจริง

เป้าหมายของเราจริง ๆ เราต้องการฝึกให้ทุกคนคิดเป็น เพราะในโลกของอนาคต ไม่ว่าจะทำงานในองค์กรใดก็ตาม จะต้องสามารถคิดเป็นและคิดอย่างมีระบบ การคิดเชิงออกแบบ เป็นการคิดที่ช่วยให้เกิดสิ่งใหม่ๆ ได้อย่างมีระบบมากขึ้น สถาปัตย์ ธรรมศาสตร์ สอนให้คนคิดแล้วสร้างนวัตกรรมใหม่ ๆ ภายใต้การคำนึงถึงประชาชนผู้ใช้เป็นหลัก ต้องทำประโยชน์เพื่อสังคมส่วนรวม

สำหรับ สถาปัตย์ ธรรมศาสตร์ ข้อดีก็คือจะมีองค์ความรู้ที่ทันสมัย เพราะนักศึกษาจะได้พูดคุยกับภาคธุรกิจตลอด ไม่ใช่แค่ว่านักศึกษาจะได้โจทย์จริง แต่มันจะทำให้นักศึกษาได้องค์ความรู้ที่ทันสมัย การที่พวกเขาได้ทำงานกับโจทย์จริง ได้อยู่กับเจ้าของบริษัทจริง ก็จะทำให้นักศึกษาได้มีประสบการณ์ที่จะร่วมงานกับองค์กรขนาดใหญ่ๆ หลักสูตรของเราจะพยายามเน้นการดึงศักยภาพของเด็กแต่ละคนออกมาแล้วค่อยๆ ปรับ พยายามสอนให้เห็นโลกของความเป็นจริงว่า การที่มีไอเดียที่ดีเพียงอย่างเดียวไม่พอ แต่ต้องเข้าใจโจทย์ด้วย เมื่อทำการทดลองครั้งที่ 1 แล้วผิดพลาด ก็ต้องมีการแก้ไขใหม่ให้ดีขึ้นเรื่อยๆ จนสุดท้ายได้เป็นผลิตภัณฑ์ที่สามารถใช้งานกับผู้ใช้ได้จริง"

ตัวอย่างผลงานของนักศึกษา


S.E.I.F CART รถเข็นช้อปปิ้งที่ลดการบาดเจ็บที่เกิดจากการเข็น โดยนักศึกษากลุ่ม Girl Power นำโดย นางสาวนิพาดา ศรีเสรีนุวัฒน์นักศึกษาปี 2 เล่าว่า"จากการไปศึกษาหาข้อมูลทำให้รู้ว่า ผู้ใช้งานบางกลุ่มไม่สามารถใช้งานรถเข็นช้อปปิ้งได้ นั่นก็คือผู้ที่มีข้อจำกัดของร่างกาย หรือกลุ่มคนที่นั่งวีลแชร์ รวมถึงการใช้รถเข็นในปัจจุบันก็ยังเกิดปัญหาต่อร่างกาย อาทิ จากงานวิจัยพบว่าในแต่ละปีจะมีเด็กกว่า 24,000 คน ได้รับบาดเจ็บจากอุบัติเหตุรถเข็นช้อปปิ้ง เราจึงมานั่งวิเคราะห์กันว่าเราจะทำยังไงให้คนทุกกลุ่มสามารถใช้รถเข็นช้อปปิ้งได้ โดยมีการระดมความคิด วาดไอเดียของแต่ละคนในทีม เพื่อหาข้อสรุปที่ลงตัวที่สุด


จากนั้นก็นำไปทำแบบจำลองเพื่อทดสอบว่ามันสามารถแก้ปัญหาได้จริงหรือไม่ โดยได้มีการนำไปทดลองใช้จริงในห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่ง เพื่อรับฟังคำเสนอแนะของผู้ที่ใช้งานจริง แล้วนำกลับมาแก้ไขเพื่อให้ได้ผลลัพธ์สุดท้ายที่ได้รับการปรับปรุงที่ดีที่สุด โดยรถเข็นช้อปปิ้งสำหรับผู้ที่มีข้อจำกัด รูปร่างคือตรงมือจับสามารถปรับระดับได้ และมีที่นั่งเด็กบนรถ มีประตูบานเลื่อนปิดขาของเด็กเพื่อไม่ให้ของหล่นลงมา สำหรับผู้ใช้วีลแชร์ก็สามารถสไลด์ตัวเข้าไปในรถเข็นที่ทำขึ้นมานี้ได้ แล้วก็จะมีตัวเชื่อมทำให้ตัวรถเข็นช้อปปิ้งก็จะไปพร้อม ๆ กับวิลแชร์ได้เลย ตัวล้อสามารถหมุนได้ 360 องศา"


อีกกลุ่มที่ออกแบบผลิตภัณฑ์มาเพื่อสำหรับผู้พิการทางสายตา โดยเป็นผลงานของกลุ่ม Inclusive Jedi กับผลงานที่ชื่อว่า "SWUGG : สวักก์" เต้ารับที่ทำให้คุณมั่นใจในการเสียบปลั๊ก คำว่า"สวักก์"เป็นการผสมผสานคำว่าสวิตช์กับปลั๊กไฟ โดยตัวแทนกลุ่ม นางสาวอาจารี ชำนินาวากุล นักศึกษาชั้นปีที่ 2 เล่าว่า"เราทำเวิร์คช็อปเพื่อทำความเข้าใจกับกลุ่มคนตาบอดให้มากขึ้น เพื่อหาปัญหาและเล็งเห็นปัญหาว่าคนตาบอดมักจะมีปัญหาการเสียบปลั๊ก


เราจึงมานั่งคิดว่าถ้าจะเสียบปลั๊กไฟแต่ละครั้งแล้วต้องถูกช็อตก่อน เราก็มีความรู้สึกว่าไม่อยากให้ผู้ใช้ของเราต้องมาประสบกับปัญหานี้ หลังจากนั้นเราจึงไปทำการค้นคว้าเกี่ยวกับผู้ใช้และเรื่องของปลั๊กไฟ และให้ทุกคนในทีมดีไซน์ชิ้นงานของตัวเอง ก่อนที่จะสรุปเป็นผลิตภัณฑ์ที่สามารถใช้งานได้จริง และไม่เกิดปัญหาไฟช็อต ซึ่งผลิตภัณฑ์ก็สามารถได้ใช้ทั้งกับเด็ก คนชรา และคนตาบอด"


ขณะที่ นายศุภกฤต จรูญเมธา นักศึกษาชั้นปีที่ 2 ตัวแทนจากกลุ่ม POCKY EVERYDAY กับผลิตภัณฑ์ไม้แขวนเสื้อที่สามารถใช้งานเพียงมือเดียวได้ Everyday Hang (Everyone can use it even with one hand) เล่าว่า"ภายในกลุ่มได้ไปสัมภาษณ์ผู้ที่มีความบกพร่องทางร่างกาย ทำให้พบปัญหาที่พวกเขามักจะพบในชีวิตประจำวัน 1 ในปัญหาที่พบเหมือน ๆ กันคือการใช้ไม้แขวนเสื้อ ซึ่งคนส่วนใหญ่มักจะคิดว่าการใช้ไม้แขวนเสื้อด้วยมือเดียวเป็นเรื่องง่าย นั่นก็เพราะเขาไม่เคยลองมาใช้ในชีวิตประจำวันในแบบที่ผู้มีความผิดปกติทางร่างกายเขาใช้กัน ทุกคนในกลุ่มจึงลองใช้ไม้แขวนเสื้อด้วยมือเดียวพบว่าเป็นเรื่องที่ยากลำบากและใช้เวลานาน


จากนั้นจึงเริ่มมีการคิดค้นทำผลิตภัณฑ์ชิ้นนี้ขึ้นมา โดยได้แรงบันดาลใจมาจากที่คีบของในครัว แล้วทำเป็นตัวล็อกด้านบนซึ่งจะได้ไม้แขวนที่มีองศาพอเหมาะพอดี และไม่ทำให้คอเสื้อยืดย้วย โดยจะทำแบบพลาสติกและไม้ และมีการตั้งราคาในเบื้องต้นแบบพลาสติกจะขายในราคา 20 บาท ต่อ 1 ชิ้น ส่วนแบบไม้จะขายในราคา 29 บาทต่อ 1 ชิ้น"


ปิดท้ายที่ นายภัทรชนน แสนชนม์ และ นายอรัญภัสร์ สาริการินทร์ นักศึกษาชั้นปีที่ 2 ตัวแทนจากกลุ่มที่คิดค้นผลิตภัณฑ์ WALLET กระเป๋าสตางค์ออกแบบพิเศษที่ช่วยให้ผู้ใช้ทุกประเภทมีความมั่นใจมากขึ้นในทุกครั้งที่หยิบธนบัตรไทย เล่าว่า"เราได้มีการแบ่งกลุ่มการทำงานเริ่มต้นโดยการศึกษาข้อมูลการวิจัยชั้นปฐมภูมิ สัมภาษณ์ผู้ที่มีความบกพร่องทางสายตา และผู้ใช้ปกติทั่วไปที่ประสบปัญหาในการแยกสีหรือสิ่งของ จากการวิจัยจึงค้นพบว่า การออกแบบกระเป๋าสตางค์ในปัจจุบันส่งผลให้กลุ่มคนบางประเภทไม่สามารถเข้าถึงการใช้งานของผลิตภัณฑ์ได้ จากการวิเคราะห์ปัญหาจึงได้มีการคิดค้นและออกแบบกระเป๋าสตางค์ เพื่อให้การใช้งานถูกต้องแม่นยำ สะดวกต่อการใช้งาน


ซึ่งจากข้อมูลที่ค้นคว้ามาพบว่า การจำแนกธนบัตรของผู้พิการทางสายตา พวกเขาจะทำการวัดโดบใช้นิ้วมือและประสาทสัมผัสทางด้านการจับต้อง ทำให้เสียเวลา และบางครั้งไม่แม่นยำอาจทำให้ถูกหลอกได้ง่าย ๆ นักศึกษาจึงคิดค้นกระเป๋าสตางค์ ออกแบบเป็นช่องต่างๆ ภายในกระเป๋าสตางค์ ที่สามารถลากธนบัตรมาในช่องต่างๆ ก็จะทำให้รู้ทันทีว่าเป็นแบงค์อะไร โดยได้มีการนำไปทดลองใช้กับผู้ใช้งานจริง ผลตอบรับที่ได้คือผู้ใช้ชื่นชอบในผลิตภัณฑ์ แต่ยังมีข้อแนะนำและข้อสงสัยบางอย่าง ทางกลุ่มก็น้อมรับคำวิจารณ์และพร้อมจะนำกลับไปพัฒนาเพื่อให้ออกมาดีที่สุด

ไลฟ์สไตล์

อ่านข่าวไลฟ์สไตล์ทั้งหมด

APP ของเรา โหลดเลย!

Ch3Thailand

Ch3Thailand

Ch3Thailand Ch3Thailand
Mello Thailand

Mello Thailand

Mello Thailand Mello Thailand
Krobkruakao

Krobkruakao

Krobkruakao Krobkruakao

รายการข่าวย้อนหลัง

ข่าวยอดนิยม

APPLICATIONS