Ch3Thailand Logo

ข่าว ข่าวด่วน ข่าวเด่น ข่าวสด ข่าววันนี้ ข่าวยอดนิยม ประเด็นร้อน กับ ครอบครัวข่าว3

กรมสรรพากรยันภาษีออนไลน์เป็นธรรม

หมวดข่าว:เศรษฐกิจ

วันที่ 07 ธ.ค. 61 เวลา 11:49:59 น.

จำนวนผู้ชม : 856

หลังจากร่าง พ.ร.บ.ภาษีออนไลน์ฉบับใหม่ผ่าน สนช.ทำให้มีหลายฝ่ายวิพากษ์วิจารณ์ออกมามากเกี่ยวกับสิทธิส่วนบุคคลที่ให้ธนาคารพาณิชย์เป็นผู้รายงานการซื้อขาย ล่าสุดกรมสรรพากรยืนยันเป็นข้อมูลที่ใช้วิเคราะห์พฤติกรรมผู้เสียภาษีเท่านั้น

นายปิ่นสาย สุรัสวดี โฆษกกรมสรรพากร ชี้แจงร่าง พ.ร.บ.ภาษีสินค้าออนไลน์ ที่จะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคมปี 63 เป็นต้นไปว่า ได้มีการพิจารณาเกี่ยวกับสิทธิส่วนบุคคล การรักษาความเป็นส่วนตัว และความปลอดภัยของข้อมูลอย่างถี่ถ้วนแล้ว โดยเฉพาะรายละเอียดด้านการขอให้ธนาคารส่งข้อมูลการรับโอน และฝากเงินเกิน 3 พันครั้งต่อปีต่อบัญชี รวมมูลค่าเกินปีละ 2 ล้านบาทขึ้นไป จะเข้าข่ายการโดนตรวจสอบนั้น เป็นเพียงการส่งชื่อสกุล เจ้าของบัญชี และจำนวนครั้งเท่านั้น ไม่ได้เป็นการส่งข้อมูลว่าใครโอนให้ใคร 

ทั้งนี้ ยืนยันว่าข้อมูลดังกล่าวไม่ได้นำมาใช้ในการรีดภาษี แต่นำมาใช้พิจารณาพฤติกรรมผู้ค้าออนไลน์  ซึ่งยังมีปัจจัยอื่นอีกหลายด้านมาประกอบ ซึ่งการเก็บภาษีเงินได้นิติบุคคล 


ส่วนเกณฑ์การจัดเก็บภาษีอยู่ที่ 1 ล้านละ 5,000 บาท หากมีวงเงินเกิน 2 ล้านบาท ตามที่กฏหมายกำหนด ก็จะเสียเพียง 10,000 บาท เท่านั้น ซึ่งระดับวงเงิน 2 ล้านบาท ยังถือว่าสูงกว่าฐานรายได้เฉลี่ยของคนเมือง ที่เสียภาษีบุคคลอยู่ที่ 600,000 บาทต่อปี การจัดเก็บภาษีดังกล่าว เพื่อสร้างความเป็นธรรมและโปร่งใส  ป้องกันข้อครหาที่หลายคนชี้ว่าประชาชนเพียง 10 ล้านคนเท่านั้น ที่ต้องจ่ายภาษีรายได้ ทั้งที่มีประชาชนทั้งประเทศมีมากถึง 69 ล้านคน


ด้านนายปฐม อินทโรดม กรรมการ Creative Digital Economy สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย กล่าวในกรณีเดียวกันว่า เปิดเผยถึงกรณีที่กระทรวงการคลังเตรียมออก พ.ร.บ.เรียกเก็บภาษีผู้ประกอบการค้าออนไลน์ว่า เห็นด้วยกับการออกกฎหมายดังกล่าว โดยมองว่าจะเป็นการยกระดับธุรกิจอีคอมเมิร์สไทยให้เข้าสู่ระบบมีความน่าเชื่อถือ และมีข้อมูลในการวิเคราะห์ทิศทางการส่งเสริมธุรกิจนี้มากขึ้น เพราะที่ผ่านมาปัญหาของการค้าออนไลน์ส่วนใหญ่เป็นเรื่องความไม่รับผิดชอบของผู้ค้านอกระบบ ทั้งการหลอกลวง การส่งสินค้าไม่ถูกต้อง ไม่ตรงเวลา และมีการแยกบัญชีรายรับ รายจ่าย เป็นหลายบัญชี เพื่อหลบเลี่ยงภาษี ทำให้รัฐไม่มีข้อมูลในการวิเคราะห์จุดแข็ง จุดอ่อนของอีคอมเมิร์สไทย และไม่สามารถให้การส่งเสริมผู้ประกอบการได้ตรงจุด


นายปฐม ยอมรับว่า ระยะแรกการบังคับใช้กฎหมายดังกล่าวจะส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการรายย่อยจำนวนมาก เพราะผู้ประกอบการขายสินค้าออนไลน์ของไทย (B to C) ส่วนใหญ่ เกือบ 50% เป็นการค้าขายผ่านโซเชียล มีเดีย (โซเชียล คอมเมิร์ส) หรือขายของผ่านเฟซบุ๊ก ไลน์ ฯลฯ ที่อยู่นอกระบบภาษี ซึ่งมีมูลค่ากว่า 17,000-18,000 ล้านบาท ต่อปี 

เศรษฐกิจ

อ่านข่าวเศรษฐกิจทั้งหมด

APP ของเรา โหลดเลย!

Ch3Thailand

Ch3Thailand

Ch3Thailand Ch3Thailand
Mello Thailand

Mello Thailand

Mello Thailand Mello Thailand
Krobkruakao

Krobkruakao

Krobkruakao Krobkruakao

รายการข่าวย้อนหลัง

ข่าวยอดนิยม

APPLICATIONS