Ch3Thailand Logo

ข่าว ข่าวด่วน ข่าวเด่น ข่าวสด ข่าววันนี้ ข่าวยอดนิยม ประเด็นร้อน กับ ครอบครัวข่าว3

นักวิเคราะห์ประเมินท่าที"ทรัมป์"ใน จี 20

หมวดข่าว:ต่างประเทศ

วันที่ 03 ธ.ค. 61 เวลา 14:54:12 น.

จำนวนผู้ชม : 77

นักวิเคราะห์ประเมินท่าทีประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ระหว่างเข้าร่วมการประชุม G20 ว่า ลดความแข็งกร้าวลง และนิ่งสุขุมสมบทบาทผู้นำมากขึ้น

ความเห็นข้างต้นมีขึ้นหลังประธานาธิบดีทรัมป์ แสดงท่าทีสงบนิ่ง และพูดคุยกับผู้นำโลกชาติอื่นๆ โดยเฉพาะกับจีนและรัสเซีย แบบถ้อยทีถ้อยอาศัย ไม่แข็งกร้าวเหมือนที่แล้วมา นับเป็นการแสดงออกที่สร้างความประหลาดใจ เพราะสวนทางกับท่าทีที่ผ่านมาของทรัมป์ แต่ก็นับเป็นการเปลี่ยนแปลงในทางที่ดี เพราะการยอมถอยของทรัมป์เพียงเล็กน้อย ก็ทำให้สหรัฐฯ สามารถสงบศึกทางการค้ากับจีนชั่วคราว ผลักดันให้การเจรจาข้อตกลงการค้าเสรีกับเม็กซิโกและแคนาดาภายใต้ NAFTA มีความคืบหน้า และทำให้บรรดาผู้นำที่ประชุม G20 สามารถบรรลุข้อตกลงในการประชุมพร้อมลงนามร่วมกันเพื่อปรับปรุงระบบกฎเกณฑ์ในองค์การการค้าโลก หรือ WTO แม้ว่าทรัมป์จะยังคงยืนกรานหนักแน่นที่จะถอนตัวออกจากข้อตกลงปารีสก็ตาม

สำหรับการเข้าร่วมประชุม G20 ครั้งนี้ ประเด็นที่ได้รับการจับตามองมากที่สุดคือท่าทีของทรัมป์ กับประธานาธิบดีสีจิ้นผิงของจีน ซึ่งทั้งสองก็ไม่ทำให้ทั่วโลกผิดหวัง เนื่องจากสามารถบรรลุข้อตกลงยุติสงครามการค้าชั่วคราว ระหว่างพบหารือกันในการรับประทานอาหารค่ำของการประชุมกลุ่ม G20 ที่กรุงบัวโนส ไอเรส อาร์เจนตินา ช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา

โดยผู้นำสหรัฐฯ เผยต่อผู้สื่อข่าวบนเครื่องบิน Air Force One ขณะเดินทางกลับ ว่า ข้อตกลงระหว่างตนกับผู้นำจีน ถือเป็นข้อตกลงที่ใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยเกิดขึ้น และจะส่งผลดีอย่างมากต่อภาคการเกษตร อุตสาหกรรมและเทคโนโลยีของสหรัฐฯ

ซึ่งภายใต้ข้อตกลงครั้งนี้ ผู้นำสหรัฐฯ จะใช้อัตราภาษีที่ร้อยละ 10 ต่อสินค้าจีนจากมูลค่าร่วม 2 แสนล้านดอลลาร์ และจะไม่ขึ้นไปถึงร้อยละ 25 ตามที่ได้เคยประกาศไว้ โดยจะมีผลตั้งแต่วันที่ 1 มกราคมนี้

ด้านผู้นำจีนได้ตกลงที่จะซื้อสินค้าด้านการเกษตร พลังงาน อุตสาหกรรม และสินค้าอื่น ๆ จากสหรัฐฯ เพื่อลดยอดขาดดุลการค้า แต่ยังไม่มีการกำหนดมูลค่าที่แน่นอน และให้เริ่มต้นดำเนินการทันที

ขณะเดียวกัน สหรัฐฯ กับจีนมีกำหนดเวลาในการเจรจาประเด็นต่างๆ เกี่ยวกับการปรับโครงสร้างกฎเกณฑ์ทางการค้า โดยเฉพาะในประเด็นเรื่องนโยบายบังคับถ่ายโอนเทคโนโลยี การปกป้องทรัพย์สินทางปัญญา มาตรการกีดกันทางการค้าที่ไม่ใช่ภาษี การคุกคามและการโจรกรรมทางไซเบอร์ ตลอดจนธุรกิจภาคบริการและการเกษตรให้เสร็จสิ้นภายใน 90 วัน ซึ่งหากไม่สามารถหาข้อตกลงร่วมกันได้ ก็จะมีการขึ้นอัตราภาษีนำเข้าสำหรับสินค้าของแต่ละฝ่ายจากร้อยละ 10 เป็นร้อยละ 25

นอกจากนี้ ประธานาธิบดีสีจิ้นผิง ยังให้คำมั่นที่จะกำหนดให้สารเฟนทานิล ซึ่งเป็นส่วนประกอบของยาแก้ปวดโอปิออยด์ที่กำลังระบาดในสหรัฐฯ เป็นสารที่ต้องควบคุมโดยหน่วยงานจีน ดังนั้น ชาวจีนที่ขายสารเฟนทานิลให้กับสหรัฐฯ จะถูกลงโทษจากกฎหมายรัฐบาลจีนในขั้นสูงสุด

ทางทำเนียบขาวได้ชื่นชมการตัดสินใจของผู้นำจีนในเรื่องดังกล่าวว่าเป็นสิ่งที่ดีเยี่ยมสำหรับการแก้ปัญหาด้านมนุษยธรรม ขณะที่ประธานาธิบดีสีจิ้นผิง ระบุว่า ความร่วมมือระหว่างสหรัฐฯ กับจีนคือสิ่งเดียวที่จะช่วยสร้างสันติภาพและความรุ่งเรืองให้กับโลกนี้ได้

ข่าวดีจากผู้นำสองชาติมหาอำนาจได้รับผลตอบรับทางบวกจากนักลงทุนในโลก ยืนยันได้จากตลาดหุ้นเอเชีย ซึ่งเปิดทำการในวันนี้เป็นวันแรกของสัปดาห์ปรับตัวเพิ่มขึ้น โดยดัชนีฮั่งเส็งของฮ่องกง และดัชนีเซี่ยงไฮ้ คอมโพสิทของจีนปรับตัวเพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 2 ในช่วงเปิดตลาด ขณะที่ดัชนีนิคเคอิ 225 ปรับตัวเพิ่มขึ้นมากกว่าร้อยละ 1

อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์อีกส่วนหนึ่งเตือนว่า ยังเร็วเกินไปที่จะด่วนดีใจ เพราะเมื่อพิจารณาในรายละเอียดยังพบว่า ทั้งจีนกับสหรัฐฯ มีประเด็นที่จะต้องพูดคุยและหาทางตกลงร่วมกันให้ได้อีกมาก ซึ่งแต่ละประเด็นก็มีสิทธิ์จุดชนวนให้อีกฝ่ายไม่พอใจ จนต้องงัดมาตรการกำแพงภาษีมาใช้กดดันอีกฝ่ายให้บรรลุสิ่งที่ตนต้องการก็เป็นได้

ต่างประเทศ

อ่านข่าวต่างประเทศทั้งหมด

APP ของเรา โหลดเลย!

Ch3Thailand

Ch3Thailand

Ch3Thailand Ch3Thailand
Mello Thailand

Mello Thailand

Mello Thailand Mello Thailand
Krobkruakao

Krobkruakao

Krobkruakao Krobkruakao

รายการข่าวย้อนหลัง

ข่าวยอดนิยม

APPLICATIONS