Ch3Thailand Logo

ข่าว ข่าวด่วน ข่าวเด่น ข่าวสด ข่าววันนี้ ข่าวยอดนิยม ประเด็นร้อน กับ ครอบครัวข่าว3

ปาปัวนิวกินี-ปิดการประชุมเอเปคท่ามกลางความตึงเครียด

หมวดข่าว:ต่างประเทศ

วันที่ 19 พ.ย. 61 เวลา 06:03:49 น.

จำนวนผู้ชม : 309

เสร็จสิ้นไปแล้วเมื่อวานนี้ สำหรับการประชุมกลุ่มความร่วมมือทางเศรษฐกิจเอเชียแปซิฟิก (เอเปค) จัดขึ้นช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ณ พอร์ต มอเรสบี้ (Port Moresby) เมืองหลวงของปาปัวนิวกินี โดยมีผู้นำประเทศสมาชิกทั้ง 21 ประเทศเข้าร่วม

ในวันแรกของการประชุม ทางปาปัวนิวกินี ซึ่งเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมเอเปคครั้งแรก ได้จัดการแสดงพื้นเมือง ต้อนรับกลุ่มผู้นำ ก่อนที่จะเริ่มการประชุม ที่มุ่งหารือในประเด็นส่งเสริมการค้าเสรี และ การรวมกลุ่มทางเศรษฐกิจ ในระดับภูมิภาค

แต่สิ่งที่ผู้คนต่างจับตามองการประชุมครั้งนี้ คือ การกล่าวสุนทรพจน์ ของนาย ไมค์ เพนซ์ รองปธน.สหรัฐฯ และ นายสี จิ้น ผิง ปธน.ของจีน ที่ถือได้ว่าเป็นการปะทะคารม กลางที่ประชุมก็ว่าได้ เนื่องจากทั้งสองฝ่าย ต่างโต้กันในประเด็นสงครามการค้า ซึ่งเป็นปัญหาระหว่างทั้งสองประเทศ ซึ่งมีท่าทีจะทวีความรุนแรงอย่างต่อเนื่อง

โดย ปธน.สี จิ้น ผิง ที่ได้ขึ้นกล่าวสุนทรพจน์ก่อนนั้น พูดถึงการให้ความร่วมมือกัน ในระบบการค้าพหุพาคี ซึ่งเป็นระบบเดียวกัน กับที่องค์การการค้าโลก (WTO) ให้ความสำคัญ ก็เพื่อที่จะสร้างโอกาสและการพัฒนา ให้กับประเทศสมาชิกได้มากยิ่งขึ้น และยังได้กล่าวถึง การก่อกำแพงภาษี โดยไม่ได้ระบุชื่อของ ปธน.โดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ โดยตรง ที่มีใจความว่า หากยังคงมีคนใดคนหนึ่ง ทำสงครามการค้ากับประเทศอื่นๆ ไปเรื่อยๆ ท้ายที่สุด"คนๆ นั้น"จะต้องเผชิญกับความล้มเหลว  

ส่วนนายไมค์ เพนซ์ ที่ขึ้นกล่าวสุนทรพจน์ ต่อจากปธน.สี จิ้น ผิง ก็ได้โต้กลับว่า สมาชิกกลุ่มควรระวังโครงการ One Belt One Road ของจีน ที่ปล่อยกู้ให้ประเทศอื่น ๆ สร้างระบบสาธารณูปโภค ซึ่งอาจนำไปสู่การเกิดหนี้ก้อนมหาศาลตามมา พร้อมทั้งชักชวนให้ประเทศอื่นๆ ร่วมทำการค้ากับสหรัฐฯ แทนที่จะทำกับจีน

ในเวลาต่อมา นายเพนซ์ ตัวแทนของสหรัฐ , และผู้นำจากญี่ปุ่น , ออสเตรเลีย , นิวซีแลนด์ และ นายกรัฐมนตรีปีเตอร์ โอนีล ซึ่งเป็นเจ้าภาพ ได้ร่วมกันประกาศการสนับสนุนทางด้านการเงิน เพื่อปรับปรุงระบบไฟฟ้าให้กับปาปัวนิวกีนี โดยมีเป้าหมายให้ ประชากร 70 เปอร์เซ็นต์ในประเทศ ได้เชื่อมต่อกัน ภายในปี 2573

ส่วนอีกหนึ่งผู้นำ ที่เกิดเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์ ในที่ประชุม คือ ปธน.Rodrigo Duterte ของฟิลิปปินส์ ที่ดูเหนื่อยล้า และ ได้"งีบหลับ"ในบางช่วงของการประชุม แต่ภายหลังได้ออกมาเผยว่า เป็นเพราะไม่ได้ทานมื้อเช้า ทำให้รู้สึกเหนื่อยล้า

นอกจากนี้ ในงานเลี้ยงช่วงมื้อค่ำ ก็ไม่พบนาย ดูเตอเตร์ ร่วมอยู่ด้วย โดยทางการฟิลิปปินส์ระบุถึงกรณีดังกล่าวว่า นาย ดูเตอเตร์ รู้สึกว่างานเลี้ยงสังสรรค์"เป็นงานที่บีบบังคับให้ต้องเข้าร่วม ทั้งที่ไม่มีประโยชน์ และ ยังถือเป็นการเสียเวลา"อีกด้วย

และหลังจากเสร็จสิ้นการประชุมเอเปค ทางนายกรัฐมนตรี ปีเตอร์ โอนีล ของปาปัวนิวกินี ได้ออกมาแถลงข่าวว่า จากเหตุการณ์ที่"สองยักษ์ใหญ่"ไม่สามารถตกลงกันได้ ในเรื่องของสงครามการค้า ทำให้ต้องปิดการประชุม โดยไม่มีการแถลงการณ์ร่วมของผู้นำ โดยมีเพียงสรุปสั้นๆ การกล่าวปิดการประชุมว่า การประชุมเอเปก จะพยายามทำให้เกิดการค้าที่เสรี และ เปิดกว้างในภูมิภาคให้ได้ ภายในปี 2563

ถึงแม้การประชุมจะจบลงไปแล้ว หลายฝ่ายยังคงตั้งคำถามว่า จีน ที่ขณะนี้ถือได้ว่าเป็นประเทศ ที่กำลังขยายอิทธิพลไปทั่วโลกนั้น ต้องการอะไรจากภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก

ซึ่งนักวิเคราะห์ ได้อธิบายไว้ว่า เนื่องจาก อิทธิพลของกรุงปักกิ่งเติบโตขึ้น และ การลงทุนต่างประเทศที่เพิ่มขึ้นในปัจจุบัน ทำให้ จีน กลายเป็นนายหน้าให้กู้ยืมเงิน เพื่อพัฒนาเศรษฐกิจให้หลายๆ ประเทศ แต่การกู้ยืมในจำนวนมหาศาลนี้ นอกจากจะทำให้ก่อหนี้ ตามที่นายเพนซ์กล่าวไว้แล้ว หากประเทศที่กู้ยืมนั้น เกิดการทุจริต จนเงินที่ยืมมาไม่สามารถนำไปลงทุน กับโครงการได้เพียงพอ อาจจะเกิดความขัดแย้งขึ้นระหว่างประเทศได้ ในภายหลัง

อีกทั้งบางส่วนยังบอกว่า จีนควรสนับสนุนแต่ละประเทศ ทางด้านการศึกษา หรือ การดูแลสุขภาพ ที่ถือว่าเป็นประเด็นสำคัญ ที่ต้องได้รับการแก้ไขอย่างเร่งด่วน มากกว่า การให้ยืมเพื่อไปลงทุน 

ต่างประเทศ

อ่านข่าวต่างประเทศทั้งหมด

APP ของเรา โหลดเลย!

Ch3Thailand

Ch3Thailand

Ch3Thailand Ch3Thailand
Mello Thailand

Mello Thailand

Mello Thailand Mello Thailand
Krobkruakao

Krobkruakao

Krobkruakao Krobkruakao

รายการข่าวย้อนหลัง

ข่าวยอดนิยม

APPLICATIONS