Ch3Thailand

ข่าว ข่าวด่วน ข่าวเด่น ข่าวสด ข่าววันนี้ ข่าวยอดนิยม ประเด็นร้อน กับ ครอบครัวข่าว3

เมียนมา-ยูนิเซฟชี้เด็กโรฮิงญาอาจกลายเป็นกลุ่มสิ้นหวัง

หมวดข่าว:ต่างประเทศ

วันที่ 24 ส.ค. 61 เวลา 06:02:02 น.

จำนวนผู้ชม : 245

ยูนิเซฟเตือนการลงทุนในด้านการศึกษามีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะสามารถเลี่ยงต่อปัญหา"ยุคแห่งความสิ้นหวัง"ของเด็กๆ ชาวโรฮิงญา 

ในวันที่ 25 สิงหาคม ถือเป็นวันครบรอบ 1 ปี การปราบปรามชาวโรฮิงญา โดยกองกำลังรักษาความปลอดภัย ในรัฐยะไข่ ของเมียนมา ซึ่งเป็นเหตุให้ชาวโรฮิงญา จำนวนกว่า 700,000 คน ต้องหลบหนีการปราบปรามครั้งรุนแรงนี้ ไปอยู่ในค่ายลี้ภัยของบังคลาเทศ และในจำนวนนี้มีเด็กจำนวนมากถึง 350,000 คน

โดยนาย Simon Ingram โฆษกของ UNICEF แถลงข่าวในกรุงเจนีวา หลังจากที่เขาและคณะทำงาน ได้ใช้เวลากว่า 6 สัปดาห์ ในค่ายใน Cox's Bazar ในบังคลาเทศ เพื่อเก็บข้อมูลเกี่ยวกับเด็กชาวโรฮิงญา พบว่า พวกเขากำลังเผชิญกับสถานการณ์ที่ย่ำแย่ ที่เรียกว่า"Lost Generation" 

ซึ่งหมายถึง เด็กกลุ่มนี้อาจกลายเป็นเด็กที่ไร้ซึ่งความหวัง เพราะไม่สามารถเข้าถึงการศึกษาที่เหมาะสม, การเผชิญหน้ากับเหตุการณ์ความรุนแรง , การพลัดถิ่นฐาน , การสูญเสียพ่อแม่ ที่ส่งผลถึงสภาพจิตใจ รวมถึงปัญหาด้านสุขภาพร่างกาย เนื่องจากไม่ได้รับสารอาหารเพียงพอ 

สิ่งที่เด็กๆ เหล่านี้ ต้องแบกรับไว้ ถูกถ่ายทอดออกมาให้เห็นเป็นภาพวาด เช่น ภาพที่บ้านเรือนของพวกเขาถูกเผา หรือ ภาพที่บุคคลสำคัญในครอบครัว ถูกกองกำลังปราบปรามยิงเสียชีวิต ขณะหลบหนีออกจากรัฐยะไข่

โดยนาย Simon ยังไม่เห็นด้วย กับการส่งเด็กๆ กลุ่มนี้ กลับไปยังเมียนมา แม้จะมีข้อตกลงการส่งพวกเขากลับประเทศ ตามการลงนาม ระหว่างรัฐบาลย่างกุ้ง และ หน่วยงานของสหประชาชาติ เมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา เนื่องจากสถานการณ์ในรัฐยะไข่ยังคงไม่น่าไว้วางใจ

เช่นเดียวกับนาย ฟิล โรเบิร์ตสัน รองผู้อำนวยการขององค์กร Human Rights Watch ในภูมิภาคเอเชีย ที่เผยว่า จากการสัมภาษณ์ ชายชาวโรฮิงญา 6 คน ที่ถูกส่งตัวกลับมายังเมียนมา พบว่า พวกเขาถูกตำรวจตระเวณชายแดนเมียนมา สอบสวนอย่างหนัก เกี่ยวกับกองทัพกู้ชาติอารากัน โรฮิงญา (ARSA อาร์ซา) 

พวกเขาเล่าว่า เจ้าหน้าที่ ได้ใช้ความรุนแรง เพื่อให้พวกเขาสารภาพเกี่ยวกับกลุ่มอาร์ซา และ ต้องทนทรมาน เนื่องจาก การอดข้าว อดน้ำ และ ถูกขังคุกแยกกัน ทั้งที่พวกเขาไม่ได้มีความผิด อีกด้วย

นอกจากนี้ ทางองค์กร Human Rights Watch ยังเรียกร้องให้องค์การสหประชาชาติ (UN) ตรวจสอบถึงปัญหาดังกล่าว รวมถึงเสริมสร้างความคุ้มครองระหว่างประเทศ เพื่อให้มั่นใจว่า ชาวโรฮิงญาที่เดินทางกลับเมียนมานั้น จะสามารถใช้ชีวิตอยู่อย่างปลอดภัยได้ โดยอ้างจาก การขึ้นกล่าวบรรยาย ของนางออง ซาน ซูจี ที่ปรึกษาของเมียนมา ในสิงคโปร์ ว่า การก่อการร้ายในรัฐยะไข่ ยังคงเป็นอันตรายต่อเมียนมา และ ภูมิภาค

ส่วนทางด้านนาง ซูจี เอง ล่าสุดคณะกรรมการนคร เอดินเบอระ (Edinburgh) เตรียมพิจารณาเพิกถอนรางวัลโนเบล สาขาสันติภาพ ที่มอบให้นางซูจี เมื่อปี 2548 เพื่อเป็นเกียรติแก่บทบาทของเธอ ในการสนับสนุนสันติภาพ และ ประชาธิปไตยในเมียนมา ขณะที่ เธออยู่ภายใต้การควบคุมตัวภายในบ้านของเธอเอง

เนื่องจาก ทางคณะกรรมการเห็นว่า นางซูจีนั้น เพิกเฉยต่อวิกฤติชาวโรฮิงญา และจากกรณีการปรามปรามชาวโรฮิงญาอย่างรุนแรง จนเป็นที่มาของคำว่า"การล้างเผ่าพันธุ์"

หัวข้อนี้ ยังทำให้พลเมืองชาวแคนาดา ได้เรียกร้องให้นายกรัฐมนตรี จัสติน ทรูโด ยกเลิกการเป็นพลเมืองกิตติมศักดิ์ ของนางซูจี อีกด้วย

ซึ่งทางด้าน นายกฯทรูโด ออกมาชี้แจงว่า การสังหารโหดชาวโรฮิงญานั้น เป็นสิ่งที่รัฐบาลแคนาดา ไม่สามารถยอมรับได้ และเขาต้องการให้รัฐบาลเมียนมา ยุติการใช้ความรุนแรง แต่อย่างไรก็ตาม นายกฯ จัสติน ไม่ได้กล่าวถึงเรื่องกรณีการเพิกถอนนางซูจี ออกจากตำแหน่งพลเมืองกิตติมศักดิ์ ของแคนาดา แต่อย่างใด 

ส่วนทาง ยูนิเซฟ กำลังหาวิธีขยายโครงการการศึกษาในค่ายผู้อพยพในบังคลาเทศ 

ต่างประเทศ

อ่านข่าวต่างประเทศทั้งหมด

APP ของเรา โหลดเลย!

CH3 Plus

CH3 Plus

CH3 Plus Application IOSCH3 Plus Application AndroidCH3 Plus Application Huawei

รายการข่าวย้อนหลัง

ข่าวยอดนิยม

APPLICATIONS