Ch3Thailand Logo

ข่าว ข่าวด่วน ข่าวเด่น ข่าวสด ข่าววันนี้ ข่าวยอดนิยม ประเด็นร้อน กับ ครอบครัวข่าว3

สหราชอาณาจักร-แบรนด์ดังหาวิธีรับมือกระแส Fast Fashion

หมวดข่าว:ต่างประเทศ

วันที่ 01 ส.ค. 61 เวลา 06:03:35 น.

จำนวนผู้ชม : 184

ทาง บีบีซี.นำเสนอข่าวการต่อสู้เพื่อหยุดยั้งภัยเงียบในยุค Fast Fasion การเปลี่ยนแปลงของเทรนด์แฟชั่นอย่างรวดเร็ว ที่ก่อให้เกิดขยะเพิ่มขึ้น ด้านแบรนด์ ELLE ของอังกฤษ เผยจะเริ่มผลักดันหัวข้ออุตสาหกรรมแฟชั่นสู่ความยั่งยืนในเดือนกันยายนที่จะมาถึงนี้ ขณะที่ผู้เชี่ยวชาญเผยการเช่าเสื้อผ้าอาจเป็นอีกกุญแจสำคัญ ที่นำไปสู่อุตสาหกรรมแฟชั่นอย่างยั่งยืนอีกด้วย

ต้องยอมรับว่าในยุคนี้เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วในทุกๆ ด้าน ไม่เว้นแม้แต่เรื่องของแฟชั่นที่ทางผู้ผลิตต่างแข่งขันกันโชว์สินค้าใหม่ของตน เพื่อเรียกยอดขายเกือบตลอดเวลา ทำให้สินค้าหลายชนิด"ตกรุ่น"อย่างรวดเร็ว และ กลายเป็นสินค้าค้างสต๊อก ในที่สุด

หนึ่งในสาเหตุที่ทำให้ผู้ผลิตสินค้าแฟชั่นต่างๆ ต้องผลิต และ นำสินค้าใหม่ๆ ออกมาวางขายอยู่ตลอดเวลา ก็เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภค ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจาก"Fast Fashion"ซึ่งก็คือพฤติกรรมของผู้บริโภค ที่มีความต้องการเปลี่ยนเสื้อผ้าใหม่บ่อยครั้งมากขึ้น และ ไม่นิยมซื้อของที่มีราคาแพง ส่งผลให้มีเสื้อผ้าที่ไม่ใช้แล้ว ถูกทิ้งให้เป็นขยะไร้ค่าจำนวนมาก

ส่งผลให้ผู้ผลิตหลายรายที่มีความคิด ไม่อยากให้สินค้าของตน กลายเป็นสินค้าหมุนเวียน หรือ ตกลงสู่ตลาดล่าง และวางขายต่อ ในราคาที่ถูกกว่าเดิม ทำให้บางแบรนด์ดัง ตัดสินใจทำลายสินค้าค้างสต๊อกจำนวนมาก เพื่อป้องกันปัญหาเหล่านี้ 

อย่างเช่น ข่าวล่าสุดเมื่อช่วงกลางเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา มีข้อมูลว่า แบรนด์หรูชื่อดัง Burberry ผู้ผลิตเสื้อผ้า เครื่องประดับ และน้ำหอมชั้นดี จากอังกฤษ ที่ตัดสินใจ เผาทำลายสินค้าค้างสต๊อกของตัวเอง เมื่อปีที่ผ่านมา เป็นมูลค่ารวมกว่า 28.6 ล้านปอนด์ หรือประมาณ 1,247 ล้านบาท 

ซึ่งการเผาทำลายสินค้า ไม่ได้เกิดขึ้นเป็นครั้งแรก เพราะแบรนด์ดังกล่าว ได้ทำลายสินค้าทิ้ง ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา ติดต่อกัน ซึ่งคิดเป็นมูลค่ามากกว่า 90 ล้านปอนด์ (เกือบ 4 พันล้านบาท)

โดยทางแบรนด์ ได้ออกมาชี้แจงว่า บริษัทได้ทำลายสินค้าดังกล่าวอย่างถูกวิธี และ ระมัดระวัง รวมทั้ง คำนึงถึงวิธีการจัดการกับสิ่งตกค้าง ที่เกิดจากการเผาไหม้ เพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม อย่างแน่นอน 

เมื่อมีการแพร่ข่าวนี้ออกไป ก็เกิดเป็นกระแสความไม่พอใจในสังคม จากหลายๆ กลุ่มคน โดยเฉพาะนักสิ่งแวดล้อม เนื่องจาก การเผาสินค้าต่างๆ ก่อให้เกิดมลพิษสู่ชั้นบรรยากาศ และ เป็นสาเหตุหนึ่งของปัญหาภาวะโลกร้อน 

นอกจากนี้ อุตสาหกรรมการผลิตเสื้อผ้า ยังส่งผลเสียต่อระบบนิเวศของน้ำ เห็นได้จากกลุ่ม Green Peace ที่ออกมารณรงค์ใน Theme"DETOX"เพื่อต่อต้านการปล่อยสารเคมีจากการย้อมผ้า ลงสู่แม่น้ำ และ ทะเล ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อชีวิตสัตว์น้ำ รวมถึง กระตุ้นให้เกิดการเปลี่ยนแปลง ในอุตสาหรรมแฟชั่น อย่างเป็นรูปธรรม

โดยอุตสาหกรรมแฟชั่น ยังเป็นอีกปัจจัยหนึ่ง ที่ก่อให้เกิดมลพิษมากที่สุด ซึ่งตามรายงาน จากบทความใน The  Conversation คาดว่าในปี 2593 อุตสาหกรรมสิ่งทอแฟชั่น จะปล่อยคาร์บอน สูงถึง 25% ของโลก เมื่อเทียบกับอุตสาหกรรมอื่นๆ

ทางด้าน ELLE ผู้ผลิตสินค้าแฟชั่น และ นิตยสารสำหรับผู้หญิงจากฝรั่งเศส จับมือกับอีกหลายแบรนด์ดัง ได้ออกมาร่วมแสดงความรับผิดชอบ จากการเป็นหนึ่งในผู้ผลิตสินค้าประเภทนี้ เพื่อปกป้องสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน

โดยการให้คำมั่นว่า จะใส่ใจสิ่งแวดล้อมมากขึ้น จำกัดปริมาณการใช้พลาสติก แบบใช้แล้วทิ้งให้มากขึ้น และนำวัสดุต่างๆ มารีไซเคิลใหม่อีกครั้ง ให้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้

นอกจาก การตื่นตัวของบริษัทผู้ผลิตสินค้าแฟชั่น ที่หันกลับมาใช้วิธีการ รีไซเคิล กันมากขึ้น อีกหนึ่งกุญแจสำคัญ ที่นำไปสู่การช่วยลดปริมาณเสื้อผ้าในตลาดได้ คือ การเปิดบริการให้เช่าเสื้อผ้า อย่างเช่น ชุดสูทดินเนอร์ , ชุดแต่งงาน, หรือแม้แต่กางเกงยีนส์แฟชัน เพื่อลดปริมาณการผลิต และ ผู้บริโภค ยังสามารถเปลี่ยนเสื้อผ้าได้บ่อยครั้งขึ้น โดยที่เสื้อผ้าเหล่านั้น จะไม่กลายเป็นขยะอีกต่อไป

ส่วนเสื้อผ้าที่ไม่สามารถนำกลับมาใส่ใหม่ได้แล้วจริงๆ ก็มีวิธีนำมารีไซเคิลใหม่ได้ง่ายๆ อย่างเช่น การนำมาตัดเย็บใหม่ เป็นพรมเช็ดเท้า, เฟอร์นิเจอร์ตกแต่งบ้าน , หรือตุ๊กตาต่างได้ เช่นกัน

ต่างประเทศ

อ่านข่าวต่างประเทศทั้งหมด

APP ของเรา โหลดเลย!

Ch3Thailand

Ch3Thailand

Ch3Thailand Ch3Thailand
Mello Thailand

Mello Thailand

Mello Thailand Mello Thailand
Krobkruakao

Krobkruakao

Krobkruakao Krobkruakao

รายการข่าวย้อนหลัง

ข่าวยอดนิยม

APPLICATIONS