Ch3Thailand Logo

ข่าว ข่าวด่วน ข่าวเด่น ข่าวสด ข่าววันนี้ ข่าวยอดนิยม ประเด็นร้อน กับ ครอบครัวข่าว3

การสานสัมพันธ์ร่วม สหรัฐฯ-เกาหลีเหนือ

หมวดข่าว:ต่างประเทศ

วันที่ 12 มี.ค. 61 เวลา 06:07:45 น.

จำนวนผู้ชม : 235

ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ประกาศตอบรับคำเชิญของนาย คิม จอง อึน ผู้นำเกาหลีเหนือ ซึ่งถือเป็นบทพิสูจน์ทักษะการสานสัมพันธ์ระหว่างผู้นำทั้งสองประเทศ ขณะที่เจ้าหน้าที่ระดับสูงของสหรัฐฯ หลายคนวิจารณ์ว่า ปธน.ทรัมป์ ตอบรับคำเชิญเร็วไป โดยยังไม่พิจารณาถึงข้อดีข้อเสีย

ประธานาธิบดีสหรัฐฯ นายโดนัลด์ ทรัมป์ ตอบรับคำเชิญผู้นำเกาหลีเหนือ นายคิม จอง อึน ในการหารือร่วมกันครั้งแรกของประวัติศาสตร์ระหว่างสองประเทศผู้นำที่มีอิทธิพล โดยนายทรัมป์ ถือเป็นประธานาธิบดีคนแรกของสหรัฐฯ ที่ตอบรับการเจรจาต่อรองกับเกาหลีเหนือ 

โดยเนื้อหาของการประชุม คือ การรณรงค์ยุติโครงการนิวเคลียร์ของเกาหลีเหนือ และการพัฒนาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศในระยะยาว ยังไม่มีการกำหนดเวลา และสถานที่ที่แน่นอน ของการประชุมนี้อย่างเป็นทางการ แต่หลายฝ่ายเชื่อว่าจะจัดขึ้นภายในเดือนพฤษภาคม

เจฟฟรีย์ ลูอิส ผู้เชี่ยวชาญด้านนิวเคลียร์แห่งสถาบันการศึกษาระหว่างประเทศของมิดเดิลเบอร์รี่ กล่าวว่า อันที่จริงการประชุมร่วมกับ ปธน.สหรัฐฯ เป็นนโยบายต่างประเทศที่ยิ่งใหญ่ของเกาหลีเหนือ และเกาหลีเหนือต้องการเจรจามานานหลายทศวรรษแล้ว เพราะมันแสดงให้เห็นว่าเกาหลีเหนือมีความสำคัญไม่แพ้ประเทศอื่นๆ ในโลก

และถึงแม้ว่าผู้นำบางประเทศอย่างประธานาธิบดีเกาหลีใต้อย่าง มุน แจ อิน จะสนับสนุนการหารือครั้งประวัติศาสตร์นี้ แต่ผู้เชี่ยวชาญหลายฝ่ายของสหรัฐฯ ยังคงกังวลกับท่าทีการตอบรับของนายทรัมป์ที่เห็นว่า เป็นการกระทำที่เร็วเกินไป อีกทั้งยังขาดการวิเคราะห์ถึงผลลัพธ์ที่จะตามมาในอนาคต

โดยสมาชิกวุฒิสภามีความเห็นว่า การที่นายทรัมป์ตกลงร่วมเจรจากับเกาหลีเหนือนั้น เปรียบเสมือนเป็นการสนับสนุนระบอบการปกครองแบบคอมมิวนิสต์ของนาย คิม จอง อึน ทั้งที่จริงแล้ว นายทรัมป์ควรให้ความสำคัญกับผลกระทบปัญหาความมั่นคงแห่งชาติที่อาจจะตามมาภายหลังจากการประชุมมากกว่า

เดอะ วอชิงตัน โพสต์ วิเคราะห์อุปสรรค 3 ข้อ ที่จะเป็นตัวสร้างความท้าทายต่อทั้งสองฝ่ายว่า จะสามารถหาข้อสรุป หรือความคืบหน้าข้อพิพาทนิวเคลียร์ที่มีมานานนับทศวรรษได้หรือไม่

โดยอุปสรรคอย่างแรก คือ ความน่าเชื่อถือของทั้งสองฝ่ายที่มีต่อกัน โดยนายทรัมป์ต้องแสดงให้ฝั่งเกาหลีเหนือเห็นว่า สหรัฐฯ จะไม่เป็นอันตรายต่อระบอบการปกครองของเกาหลีเหนือ ขณะที่นักวิชาการส่วนใหญ่ก็เชื่อว่า เกาหลีเหนือเองจะแอบขยายโครงการนิวเคลียร์ในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้าเช่นกัน 

อุปสรรคต่อมา คือ ช่องว่างของการมีส่วนร่วมของทั้งสองฝ่าย โดยที่ผ่านมาเกาหลีเหนือปฏิเสธเข้าร่วมการประชุมร่วมกับประเทศอื่นๆ มาโดยตลอด รวมถึงเมื่อไม่นานมานี้ที่นายทรัมป์ประกาศว่าจะยังคงคว่ำบาตรเกาหลีเหนือต่อไป ถึงแม้จะตอบรับการประชุม ซึ่งช่องว่างนี้ฝ่ายสหรัฐฯ เอง จำเป็นต้องเร่งผลักดันให้ขยายกรอบความร่วมมือทางด้านนิวเคลียร์เพื่อลดหย่อนมาตรการคว่ำบาตรที่มีต่อเกาหลีเหนือ

และอุปสรรคที่สำคัญที่สุดในการเจรจาครั้งนี้ คือ เป้าหมายที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงระหว่างสหรัฐฯ และเกาหลีเหนือ ในขณะที่สหรัฐอเมริกาอาจจะเต็มใจที่จะลงนามในข้อตกลงสันติภาพที่ระบุว่าจะไม่เป็นอันตรายต่อระบอบการปกครองของนายคิม จอง อึน และเพื่อยุติข้อพิพาท ระหว่างเกาหลีเหนือและเกาหลีใต้ แต่หากนายคิม จอง อึน คิดว่า การกระทำเช่นนี้ส่งผลต่อความมั่นคงของประเทศตนก็ไม่สามารถที่จะยอมตกลงได้เช่นกัน

ทำให้ยังมีคำถามว่า หากการเจรจาครั้งนี้เกิดขึ้น ผู้นำเกาหลีเหนือจะทำตามข้อตกลงที่บอกว่า จะยุติโครงการพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์จริงหรือไม่ และหากการเจรจาไม่เป็นไปตามที่นายทรัมป์มั่นใจว่าสามารถจัดการปัญหาทุกอย่างได้นั้น จะเกิดอะไรขึ้นต่อไปกับคาบสมุทรเกาหลี รวมถึงประเทศอื่นๆ ในภูมิภาคเอเชียด้วย 

ต่างประเทศ

อ่านข่าวต่างประเทศทั้งหมด

APP ของเรา โหลดเลย!

Application Krobkruakao Android

Krobkruakao

Application Krobkruakao IOS Application Krobkruakao Android
Application Ch3Thailand Android

Ch3Thailand

Application Ch3Thailand IOS Application Ch3Thailand Android
Application 3LIVE Android

3Live

Application 3LIVE IOS Application 3LIVE Android

รายการข่าวย้อนหลัง

APPLICATIONS