Ch3Thailand Logo

ข่าว ข่าวด่วน ข่าวเด่น ข่าวสด ข่าววันนี้ ข่าวยอดนิยม ประเด็นร้อน กับ ครอบครัวข่าว3

เมียนมา-เหตุขว้างระเบิดบ้านซูจีอาจเชื่อมโยงแนวทางบริหาร

หมวดข่าว:ต่างประเทศ

วันที่ 02 ก.พ. 61 เวลา 06:13:53 น.

จำนวนผู้ชม : 107

กรุณารอสักครู่...

เกิดเหตุขว้างระเบิดขวดบรรจุน้ำมัน เข้าในพื้นที่บ้านพักของนาง ออง ซาน ซูจี ที่ปรึกษาแห่งรัฐบาลเมียนมา ซึ่งตั้งอยู่ริมทะเลสาบ อินยา ของนครย่างกุ้ง เจ้าหน้าเผย ผู้ก่อเหตุเป็นชาย และยังจับกุมตัวไม่ได้

จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบท่อน้ำที่อยู่ไม่ไกลจากป้อมพักพนักงานรักษาความปลอดภัย ถูกเผา ส่วนภาพจากกล้องวงจรปิด สันนิษฐานว่า อาจมีผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องเพิ่มเติม อีก 3 คน โดยกำลังเรียกประชาชนในละแวกใกล้เคียงมาสอบปากคำเพิ่มเติม 

ส่วนขณะเกิดเหตุ นาง ซู จี ไม่ได้อยู่ในบ้านพัก เพราะกำลังปฏิบัติภารกิจ ร่วมงานครบรอบ 2 ปี การก่อตั้งสภานิติบัญญัติ และ รัฐบาลของพรรค NLD ในกรุงเนปิดอว์

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ทำให้นาย ซอ ฮเต โฆษกรัฐบาลเมียนมา เผยว่า แม้ยังไม่พบหลักฐานแรงจูงใจในการขว้างปาระเบิดเข้าใส่บ้านพักผู้นำของประเทศ แต่หลายสำนักข่าวชี้ว่า อาจเป็นการแสดงนัยยะบางอย่าง และ อาจเกี่ยวข้องกับการบริหารงานของรัฐบาลชุดปัจจุบัน ที่ยังคงไม่สามารถแก้ไขปัญหาความขัดแย้งในหลายด้านได้ 

เหตุปาระเบิด ยังเกิดขึ้นในวันเดียวกัน กับที่หลายสำนักข่าวรายงาน พบภาพหลุมศพจำนวน 5 แห่ง ที่หมู่บ้านแห่งหนึ่ง (ยังไม่มีการระบุตำแหน่งชัดเจน) ในรัฐยะไข่ โดยยังไม่ทราบจำนวนศพที่ชัดเจน เนื่องจาก ทางการยังคงปิดทางเข้าหมู่บ้าน ซึ่งเป็นการพบเพิ่มเติม หลังก่อนหน้านี้เคยพบ 1 หลุม อยู่ในหมู่บ้านชื่อ อินดิน (Inn Din)

จากคำบอกเล่าของชาวโรฮิงญา ในค่ายผู้ลี้ภัยที่บังคลาเทศ ซึ่งได้ให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ กับสำนักข่าว ABC News ของออสเตรเลีย ประเมินว่า มีศพอยู่จำนวนมาก เพราะหลุมศพดังกล่าว เป็นจุดที่ใช้ฝังศพชาวโรฮิงญาที่ถูกสังหารหมู่ และเสียชีวิตสะสม มาตั้งแต่เดือนสิงหาคม ปีที่แล้ว ซึ่งตรงกับช่วงที่กองทัพเมียนมา เริ่มเข้าปฏิบัติการทางทหาร ปราบปรามกลุ่มติดอาวุธ อาระกัน ที่ก่อเหตุโจมตีเจ้าหน้าที่ 

รายงานการพบหลุมศพ ส่งผลให้หลายฝ่ายออกมาประณาม เหตุความรุนแรงที่เกิดขึ้น เช่น Phil Robertson จากองค์กร Human Rights Watch และ Yanghee Lee จากสหประชาชาติ ที่กล่าวทำนองเดียวกันว่า หลุมศพเหล่านี้ จะใช้เป็นหลักฐานที่มีน้ำหนักให้ประชาคมโลก เอาผิดกรณีการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ชาวโรฮิงญา แม้กองทัพ และ รัฐบาลเมียนมา จะปฏิเสธต่อเวทีโลกมาตลอดว่า ไม่เคยเกิดการสังหารหมู่ต่อชนกลุ่มน้อยกลุ่มนี้ เช่นเดียวกับคำสัมภาษณ์เจ้าหน้าที่ด้านความมั่นคงในยะไข่ ที่ยังคงยืนกรานปฏิเสธเป็นเสียงเดียวกันว่า ไม่เคยได้ยินเรื่องเกี่ยวกับหลุมศพหมู่ แต่อย่างใด

อย่างไรก็ตาม แม้ฝ่ายความมั่นคง จะยังคงยืนยันไม่รู้เห็น เหตุรุนแรงในรัฐยะไข่ แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่า ยังคงไม่สามารถเรียกความเชื่อมั่น ของรัฐบาลเมียนมา กลับคืนสู่ประชาคมโลกได้ 

ขณะที่สำนักข่าว Al Jazeera ชี้ด้วยว่า หลังการลาออกของนาย Bill Richardson ทูตพิเศษจากสหรัฐฯ ในคณะทำงานแก้ไขปัญหาวิกฤติชาวโรฮิงญา นั้น ยิ่งเพิ่มความเสี่ยงให้รัฐบาลเมียนมา ถูกโดดเดี่ยวมากยิ่งขึ้น 

เนื่องจาก ก่อนทูตสหรัฐฯ ลาออก ได้เปิดฉากวิจารณ์อย่างร้อนแรง ต่อรัฐบาลเมียนมา ในประเด็นการเยียวยาวิกฤติสิทธิมนุษชนที่ล่าช้า ทั้งยังจงใจปิดบังความจริงในพื้นที่ขัดแย้ง จากการคุมขังนักข่าว รอยเตอร์ 2 คน ที่มีหลักฐานเกี่ยวกับวิกฤติสิทธิมนุษยชนในยะไข่ 

ซึ่งจากความขัดแย้งดังกล่าว ส่อเค้าให้การสานสัมพันธ์ของรัฐบาลเมียนมา กับ พันธมิตรชาติตะวันตกอื่นๆ ล้มเหลวตามไปด้วย ขณะที่การทำงานของนางซูจีเอง คงถูกวิจารณ์เป็นวงกว้างต่อไป

อย่างไรก็ตาม เมื่อวานนี้ หัวหน้า"คณะทำงานระหว่างประเทศเพื่อแก้ไขปัญหาชนกลุ่มน้อย"ได้ออกมาให้คำแนะนำด้วยว่า นาง ซูจี ไม่ควรปล่อยให้มีทูตพิเศษคนใด ก้าวออกจากตำแหน่งเพิ่ม 

แต่เขาเชื่อว่า การลาออกของนาย Richardson ทูตสหรัฐฯ คงจะไม่ได้ส่งผลร้ายแรงมากอย่างที่คิด เพราะคณะทำงานแต่ละคนที่ยังเหลืออยู่ มีความรู้ ความสามารถเฉพาะด้าน ที่ช่วยแก้ปัญหาในจุดต่างๆ ต่อไปได้ 

ต่างประเทศ

อ่านข่าวต่างประเทศทั้งหมด

APP ของเรา โหลดเลย!

Application Krobkruakao Android

Krobkruakao

Application Krobkruakao IOS Application Krobkruakao Android
Application Ch3Thailand Android

Ch3Thailand

Application Ch3Thailand IOS Application Ch3Thailand Android
Application 3LIVE Android

3Live

Application 3LIVE IOS Application 3LIVE Android

รายการข่าวย้อนหลัง

APPLICATIONS