Ch3Thailand Logo

ข่าว ข่าวด่วน ข่าวเด่น ข่าวสด ข่าววันนี้ ข่าวยอดนิยม ประเด็นร้อน กับ ครอบครัวข่าว3

อินโดนีเซีย-เร่งปรับโครงสร้างเศรษฐกิจ

หมวดข่าว:ต่างประเทศ

วันที่ 06 พ.ค. 59 เวลา 15:46:50 น.

จำนวนผู้ชม : 784

อินโดนีเซียได้รับการเลื่อนอันดับประเทศที่เป็นแหล่งผลิตรายใหญ่ที่สุดของโลกจากสหประชาชาติ มาอยู่ในอันดับ 10 ในปีนี้ จากอันดับ 12 ในปีที่แล้ว ที่ผ่านมาอินโดนีเซียพยายามผ่อนคลายกฎระเบียบการลงทุนต่างๆ เพื่อดึงเม็ดเงินจากการลงทุนจากต่างชาติ โดยหวังจะช่วยเป็นตัวขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ พร้อมๆ กับการลงทุนในโครงการขนาดใหญ่ของภาครัฐ 

ข้อมูลขององค์การพัฒนาอุตสาหกรรมแห่งสหประชาชาติ ของ UN รายงานว่า อินโดนีเซีย ได้ขยับการจัดอันดับทำเนียบประเทศที่เป็นแหล่งผลิตสินค้ารายใหญ่สุดของโลก จากอันดับ 12 ในปีที่แล้ว มาอยู่อันดับ 10 ในปีนี้ โดยมีปัจจัยหลักมาจากรัฐบาลอินโดนีเซีย ที่นำโดยประธานาธิบดีโจโก วิโดโด หรือ โจโกวี่หันมาส่งเสริมภาคอุตสาหกรรมมากขึ้น หลังจากสินค้าโภคภัณฑ์ ที่เคยเป็นสินค้าส่งออกหลักของอินโดนีเซีย มีราคาลดลงอย่างมาก

ข้อมูลของยูเอ็นยังชี้ว่า ภาคอุตสาหกรรม ครองสัดส่วนเกือบ 1 ใน 4 ของเศรษฐกิจอินโดนีเซีย ในช่วง 3 เดือนแรกของปีนี้ การลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ หรือ เอฟดีไอ ในอินโดนีเซีย เพิ่มขึ้นร้อยละ 17.1 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน จากข้อมูลดังกล่าวนี้ น่าจะส่งผลดีต่อการตัวเลขขยายตัวทางเศรษฐกิจของอินโดนีเซียในช่วงไตรมาสแรก ซึ่งจะมีการประกาศออกเป็นทางการในวันที่ 9 พฤษภาคมนี้ 

สินค้าโภคภัณฑ์ เป็นเสมือนจักรกลสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของอินโดนีเซีย เมื่อราคาลดต่ำลง จึงส่งผลกระทบโดยตรงต่อเศรษฐกิจของประเทศ ทั้งยังส่งผลเสียต่อการบริโภค และการลงทุน โดยเมื่อปีที่แล้วเศรษฐกิจขยายตัวในระดับต่ำที่สุดในรอบ 6 ปีร้อยละ 4.8 

ประธานาธิบดีโจโกวี่ ต้องการให้อินโดนีเซียขยายอุตสาหกรรมการผลิต และการท่องเที่ยว เพื่อลดการพึ่งพาการขายสินค้าโภคภัณฑ์ โดยจะเปิดกว้างต้อนรับการลงทุนจากนักลงทุนต่างชาติทุกรูปแบบ ซึ่งได้ผ่อนคลายกฎเกณฑ์การลงทุนมาหลายต่อหลายครั้ง 

แต่ว่าที่ผ่านมา การลงทุนจากนักลงทุนต่างประเทศในอินโดนีเซีย เมื่อเทียบกับมูลค่าผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ หรือ GDP ยังถือว่า น้อยที่สุดในกลุ่มอาเซียน

โดยในปีที่ผ่านมา สิงคโปร์เป็นนักลงทุนต่างชาติรายใหญ่ที่สุดในอินโดนีเซีย มีสัดส่วนการลงทุนถึงร้อยละ 20.2 จากมูลค่าลงทุนรวม 29,280 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือกว่า 1 ล้านล้านบาท ตามมาด้วยมาเลเซีย และญี่ปุ่น 

ต่างประเทศ

อ่านข่าวต่างประเทศทั้งหมด

APP ของเรา โหลดเลย!

Ch3Thailand

Ch3Thailand

Ch3Thailand Ch3Thailand
Mello Thailand

Mello Thailand

Mello Thailand Mello Thailand
Krobkruakao

Krobkruakao

Krobkruakao Krobkruakao

รายการข่าวย้อนหลัง

ข่าวยอดนิยม

APPLICATIONS